10 วิธี คืนความกระปรี้กระเปร่า พร้อมแข็งแรงเต็มร้อย
แม้สถานการณ์รอบด้านจะดูย่ำแย่ไปทั้งหมด แต่อย่าปล่อยให้ความอารมณ์แง่ลบเข้าครอบงำ จงดึงพลังงานในตัวของคุณออกมาใช้ให้เต็มที่และดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีดังนี้
1. เสริมสร้างภูมิต้านทาน
ถนอมร่างกายและบำรุงปรนเปรอตัวเองด้วยการกินผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก ๆ จะกินอาหารเสริมแนวธรรมชาติบำบัดปลอดสารเคมีที่เหมาะกับคุณทุกวันก็ยิ่งดี จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง สามารถต่อสู้กับโรคภัยที่มากับอากาศ – สิ่งแวดล้อม กินอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ เดิน หรือปั่นจักรยานทุกวัน จะช่วยเพิ่มพลังให้คุณ : แจน เดอ รีส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดของ Health Plus กล่าว
2. หายใจอย่างถูกวิธี
ชีวิตชีวาของพลังแห่งชีวิต คือการหายใจแบบโยคะ ลมหายใจมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า พลังปราณ การฝึกหายใจอย่างถูกต้องเป็นวิธีนำพลังงานเข้าสู่ร่างกายที่ได้ผล ช่วยให้จิตใจและสมองปลอดโปร่งแจ่มใส หากสามารถหายใจได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ชีวิตเต็มเปี่ยมด้วยพลัง ควรหันมาเล่นโยคะ หรือฝึกนั่งสมาธิและหายใจลึก ๆ จนถึงท้อง จากนั้นเลื่อนขึ้นมาที่หน้าอก นี่คือการหายใจอย่างถูกต้อง: ฮาวเวิร์ด แนปเปอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะ GMTV กล่าว
3.สดชื่นทุกๆ ฤดูกาล
ผู้แข็งแรงกระปรี้กระเปร่าจะมีความสวยตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร จะมีความสดชื่นเปล่งปลั่งที่เกิดจากภายใน หากต้องการให้ร่างกายแข็งแรงเต็มร้อยตลอดไป ควรกินอาหาร ออร์แกนิกส์ที่ปลูกตามฤดูกาล และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่มีส่วนผสมของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย : ซูซาน เคอร์ติส นักสุคนธบำบัดและผู้อำนวยการ Neal’s Yard Remedies กล่าว
4. กินอาหารเพิ่มพลัง
กินอาหารที่เหมาะสม เพื่อดูแลพลังงานสำคัญหรือพลังชี่ ให้แข็งแรง การมีพลังชี่แข็งแรงทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าและมีพลัง อย่ามีกรดในร่างกายมากจนเกินไป อาหารที่มีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงจะมีความเป็นกรด ควรงด ควรกินอาหารที่มีความเป็นด่างมากๆ อาทิ ผักสีเขียว เพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกาย กายและใจแข็งแรง และถ้าอยากให้ร่างกายแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า ควรงดหรือกินข้าวสาลีและนม ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากนม ที่มีความเป็นกรด : บาร์ติ วาส ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรเวทของ Health Plus กล่าว
5. กินอาหารล้างพิษ
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำเพื่อเสริมสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า คือ การเลือกกินอาหารที่เหมาะสม ลงทุนซื้อเครื่องคั้นน้ำผลไม้ หาสูตรทำน้ำผลไม้มาหัดทำ วิธีนี้จะช่วยให้ผักผลไม้ ดูดซึมเข้าสู่ภายในร่างกายได้ง่าย เวลาปรุงอาหาร ให้ใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันพืชธรรมชาติ (ไม่ผ่านกรรมวิธี) แทนเนย ครีมข้น เพราะอาหารเหล่านี้มีไขมันต่ำกว่า มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า กินแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า
: แอนโธนี่ วอร์แรล ธอมป์สัน เซฟคนดังและนักรณรงค์การบริโภคอาหารออร์แกนิกส์ กล่าว
6.ใกล้ชิดธรรมชาติ
ธรรมชาติ ช่วยให้ใจเย็นและมองโลกในแง่ดี ส่งผลไปถึงสุขภาพกายและใจ ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย การเดินเท้าเปล่าบนสนามหญ้าซึ่งมีน้ำค้างหรือหยดฝนในตอนเช้าช่วยให้รู้สึกสดชื่น แม้จะอยู่ในเมืองก็ควรทำ จะช่วยให้ใกล้ชิดกับธรรมชิต ใช้เวลา 2-3 นาทียืนหลับตาสัมผัสความรู้สึกขณะยืนอยู่บนผืนหญ้า ตั้งสมาธิหายใจเข้าลึก ๆ แล้วคุณจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อหลังผ่านไป 2-3 นาที ง่าย ๆ แต่ได้ผล : ดอว์น เบรสลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาบุคลิกภาพของ Health Plus กล่าว
7. กินอาหารที่ให้พลังงานตลอดวัน
สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเป็นความรู้สึกกระฉับกระเฉงและปลอดโปร่งสดชื่น ดังนั้น ควรดื่มน้ำให้มากๆ ให้ได้วันละ 2 ลิตรยิ่งดี กินผักผลไม้สดมากๆ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ควรกินอาหารที่มีน้ำตาลน้อย และปล่อยพลังงานออกมาช้าๆ เช่น ข้าวกล้องขนมปังข้าวไรย์ องุ่น และแอปเปิล ที่พลังงานตลอดวัน : แมตต์ โรเบิร์ต ผู้ฝึกสอนฟิตเนส กล่าว
8. เติมความสดชื่นด้วยน้ำมันหอมระเหย
น้ำมันหอมระเหยจะช่วยสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า กลิ่นเปปเปอร์มินต์ หยดน้ำมันเปปเปอร์มินต์ 2 หยดลงในเจลอาบน้ำและแชมพูจะช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ารับเช้าวันใหม่ น้ำมันกลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยลดความวิตกกังวลและเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว อาทิ เจลอาบน้ำ เคล็นซิ่ง และแชมพูที่มีส่วนผสมของทีทรีออยล์ จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวติดเชื้อ ทำให้ผิวแข็งแรงสดชื่น
: โรเบิร์ต ทิสเซอร์รานด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุคนธบำบัดของ Health Plus กล่าว
9.มองโลกในแง่ดี
คิดบวก อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สดใสมีสีสัน อ่านหนังสือ – บทความหรือดูโทรทัศน์รายการที่ช่วยยกระดับจิตใจ แทนการอ่านหรือชมเรื่องหดหู่ – รุนแรง ควรออกจากบ้านไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง แทนที่จะนั่งจับเจ่าอยู่กับบ้านให้เหี่ยวเฉาไปวันๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ มีเรื่องสนุกๆ บ้าง จะช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย อารมณ์จะแจ่มใส หากได้ผ่านทุกๆ วันไปได้อย่างดีที่สุด
10. วางแผนทุกวัน
ถ้าต้องการให้ชีวิตกระฉับกระเฉงสดชื่นตลอดกาล ในแต่ละวันคุณต้องมองไปข้างหน้า เริ่มจากคุณต้องวางแผนชีวิตในแต่ละวัน การทำเช่นนี้จะช่วยให้รู้ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องทำ ชีวิตในแต่ละวันไม่จบลงด้วยความอ่อนล้าและว่างเปล่า เก็บงานยากไว้ทำทีหลัง ให้รางวัลกับตัวเองทุกครั้งที่ทำงานสำเร็จ
: แพม ริซาร์ดสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการโค้ชเสริมสร้างพลังชีวิตของ Health Plus กล่าว
160651