1. เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เป็นเครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายกับผู้บริโภค เนื่องจากพิษยหรือจากเคมีภัณฑ์ ที่เป็นส่วนผสม การกำกับดูแลจึงเข้มงวดที่สุด ด้วยการให้มาขึ้นทะเบียนตำรับ เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเรียบร้อยแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายได้ ให้สังเกต เลขทะเบียนในกรอบ อย. วอย่างเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ได้แก่
- ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ไหมขัดฟันที่มีส่วนผสมของ ฟลูออไรด์
- น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของ เซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์
- ผลิตภัณฑ์ดัดผม ยืดผม
- ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดถาวร
- ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม
- ผลิตภัณฑ์แต่งสีผมที่มีส่วนผสมของ เลดแอซีเทต หรือซิลเวอร์ไนเตรต
- ผลิตภัณฑ์กำจัดขน หรือทำให้ขนร่วง
2. เครื่องสำอางควบคุม เป็นเครื่องสำอางที่มีผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายบ้าง การกำกับดูแลจึงไม่เข้มงวดเท่าเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ผู้ประกอบธุรกิจเพียงมาแจ้งรายละเอียดต่อหน่วยงานของรัฐ ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร ดังนั้นเครื่องสำอางควบคุม จะไม่มีเลขทะเบียนในกรอบ อย. – กำหนดเครื่องสำอางควบคุม มี 2 ลักษณะ คือ
2.1 กำหนดประเภทของเครื่องสำอาง 4 ประเภท เป็นเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่
- ผ้าอนามัย ทั้งชนิดแผ่น และชนิดสอด
- ผ้าเย็นหรือกระดาษในภาชนะบรรจุที่ปิด
- แป้งฝุ่นโรยตัว
- แป้งน้ำ
2.2 กำหนดสารควบคุม ดังนั้นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารควบคุม จะจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่
สารป้องกันแสงแดด จำนวน 19 ชนิด (ตามบัญชีแนบท้ายประกาศฯ ฉบับที่ 8 พ.ศ.2536 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันแสงแดด)
- สารขจัดรังแค (ซิงก์ไพริไทโอน และ ไพรอกโทน โอลามีน)
- สารขจัดรังแค (คลิมบาโซล)
3. เครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของสารควบคุมพิเศษ หรือสารควบคุม ดังนั้นเครื่องสำอางทั่วไปจะไม่มีเลขทะเบียนในกรอบ อย. แต่มีข้อกำหนดในการผลิตหรือนำเข้า ดังนี้
3.1 เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้โดยไม่ต้องมาแจ้งกับอย. เพียงแต่จัดทำฉลากภาษาไทย ให้มีข้อความอันจำเป็น ครบถ้วน ชัดเจน (ส่วนข้อความอื่นๆบนฉลากต้องเป็นความจริงและมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะพิสูจน์ได้)
3.2 เครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้องส่งมอบหลักฐานประกอบการ นำเข้า และจัดทำฉลากภาษาไทยให้มีข้อความอันจำเป็นให้ ครบถ้วนภายใน 30 วัน หลังจากได้รับการตรวจปล่อยให้นำเข้าฯ (ส่วนข้อความอื่นๆบนฉลากต้องเป็นความจริงและมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะพิสูจน์ได้) ตัวอย่างเครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่ แชมพูสระผมที่ไม่มีสารขจัดรังแค ครีมนวดผม โลชั่น ครีมบำรุงผิว อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว บลัชออนแต่งแก้ม ลิปสติก ครีมรองพื้น แป้งทาหน้า สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟม น้ำมันทาผิว เครื่องสำอางระงับกลิ่นกาย สีทาเล็บ มูส หรือเยลแต่งผม เป็นต้น
เครื่องสำอางสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภท แต่โดยทั่วไปมักจะแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ
- เครื่องสำอางที่ไม่ได้ใช้แต่งสีของผิว – เครื่องสำอางประเภทนี้ ใช้สำหรับการทำความสะอาดผิวหนัง หรือใช้เพื่อป้องกันผิว หนังไม่ให้เกิดอันตรายจาสิ่งแวดล้อม เครื่องสำอางประเภทนี้ได้แก่ สบู่ แชมพู ครีมล้างหน้า ครีมกันผิวแตก น้ำยาช่วยกระชับผิวให้ตึง เป็นต้น
- เครื่องสำอางที่ใช้แต่งสีผิว – เครื่องสำอางประเภทนี้ ใช้สำหรับการแต่งสีของผิวให้มีสีสดสวยขึ้นจากผิวธรรม ชาติที่เป็นอยู่ เช่น แป้งแต่งผิวหน้า ลิปสติก รู้ช เป็นต้น ถ้าแบ่งเครื่องสำอางตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ มอก. 152-2518 จะสามารถแบ่งเครื่องสำอางได้เป็น 6 ประเภท ดังนี้คือ
2.1 เครื่องสำอางสำหรับผม (Hair cosmetics)
- แชมพู (shampoos)
- น้ำยาโกรกผม (hair rinses)
- น้ำยาจับลอนผม (wave sets)
- น้ำยาดัดผม (hair permanent waving)
- สิ่งปรุงเพื่อใช้กำจัดรังแค (antidandruff)
- สิ่งปรุงแต่งสีของเส้นผมและขน (hair colouring)
- สิ่งปรุงปรับสภาพเส้นผม (hair conditioners)
- สิ่งปรุงแต่งทรงผม (hair dressing or hair grooming)
2.2 เครื่องสำอางแอโรซอล (aerosol cosmetics)
2.3 เครื่องสำอางสำหรับใบหน้า (face cosmetics)
- ครีมและโลชั่นล้างหน้า (cleansing cream and lotions)
- สิ่งปรุงสมานผิวและสิ่งปรุงทำให้ผิวสดชื่น (astringent preparations and skin fresheners)
- สิ่งปรุงรองพื้น (foundation preparations)
- สิ่งปรุงผัดหน้า (face powders)
- สิ่งปรุงแต่งตา (eye make-up preparations)
- รู้ช (rouges)
- ลิปสติก (lipsticks)
- อิโมลเลียนต์ (emollients)
2.4 เครื่องสำอางสำหรับลำตัว (body cosmetics)
- ครีมและโลชั่นทาผิว (emollient creams and lotions)
- ครีมและโลชั่นทามือและทาตัว (hand, body creams and lotions)
- สิ่งปรุงป้องกันแดดและแต่งให้ผิวคล้ำ (sun tan preparations)
- น้ำยาทาและล้างเล็บ (nail lacquers and removers)
- สิ่งปรุงระงับเหงื่อและกลิ่นตัว (antiperspirants and deodorants)
2.5 เครื่องหอม (fragrances)
- น้ำหอม (alcoholic fragrances)
- ครีมหอมและเครื่องหอมชนิดแข็ง (emulsified and solid fragrances)
2.6 เบ็ดเตล็ด (miscellaneous cosmetics)
- สิ่งปรุงสำหรับการโกน (shaving preparations)
- สบู่สำหรับการโกน (shaving soaps)
- ครีมสำหรับการโกน (shaving creams)
- สิ่งปรุงสำหรับใช้ก่อนการโกน (pre-shave preparations)
- สิ่งปรุงสำหรับใช้หลังการโกน (after-shave preparations)
- สิ่งปรุงที่ทำให้สีผิวจางและฟอกสีผิว (skin lighteners and bleaching preparations)
- สิ่งปรุงผสมน้ำอาบ (bath preparations)
- ฝุ่นโรยตัว (dusting powders)
- สิ่งปรุงทำให้ขนร่วง (depilatories)
B. เครื่องสำอางที่พบในท้องตลาดอาจจะแบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดังนี้
1. เครื่องสำอางสำหรับผิวหนัง ได้แก่
- ครีมทาผิว
- ผลิตภัณฑ์ขจัดสิว
- ผลิตภัณฑ์ขจัดสีผิวและขจัดฝ้า
- ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและขจัดกลิ่นตัว
- ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด
- ผลิตภัณฑ์ป้องกันแมลงกัดต่อย
2. เครื่องสำอางสำหรับผมและขน ได้แก่
- แชมพูและครีมนวดผม
- ผลิตภัณฑ์ตกแต่งผม
- ผลิตภัณฑ์สำหรับโกนหนวดและกำจัดขน
3. เครื่องสำอางสำหรับแต่งตาและคิ้ว
4. เครื่องสำอางสำหรับแต่งใบหน้า
- ผลิตภัณฑ์พอกและลอกหน้า
- ผลิตภัณฑ์กลบเกลื่อน
- ผลิตภัณฑ์รองพื้นแต่งหน้า
- แป้งผัดหน้าและแป้งโรยตัว
5. เครื่องสำอางสำหรับแต่งแก้ม
6. เครื่องสำอางสำหรับแต่งปาก
7. เครื่องสำอางสำหรับทำความสะอาดผิวปาก และฟัน
- ครีมล้างหน้าและครีมล้างมือ
- ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก
8. เครื่องสำอางสำหรับเล็บ
9. เครื่องสำอางสำหรับเด็ก
10. ผลิตภัณฑ์น้ำหอม