คำศัพท์ภาษาไทย ขึ้นต้นด้วย ว


พยัญชนะตัวที่ ๓๗ เป็นพวกอักษรตํ่า ใช้เป็นพยัญชนะต้นเช่น วัน วา ใช้ควบกล้ำกับพยัญชนะตัวอื่นบางตัว เช่น กว่า ความ และใช้เป็นตัวสะกดในแม่เกอว เช่น กล่าว นิ้ว.

วก
ก. หักเลี้ยวกลับ เช่น รถเลยที่หมายแล้ววกกลับ, ในบทกลอนใช้แผลงเป็น พก ก็มี.

วกวน
ก. ลดเลี้ยวไปมา, คดไปคดมา, เช่น ทางเข้าออกวกวน,อ้อมไปอ้อมมา, ย้อนไปย้อนมา, เช่น ให้การวกวน เขียนหนังสือวกวนอ่านไม่เข้าใจ.

วกะ
น. หมาป่า. (ป.; ส. วฺฤก).

วกุละ
[วะกุละ] น. ต้นพิกุล. (ป.; ส. พกุล, วกุล).

วง
น. รูปที่มีเส้นที่โค้งเข้ามาบรรจบกัน ล้อมรอบเป็นขอบเขตสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น วงกลม วงรี, โดยปริยายหมายถึงลักษณะที่รวมกันเป็นหมู่เป็นกลุ่ม เช่น วงราชการ วงดนตรี; ส่วนสัดของมือที่ใช้ในการรํา, คู่กับ เหลี่ยม คือ ส่วนสัดของขาที่ใช้ในการรํา; ลักษณนามใช้เรียกของที่เป็นวง เช่น แหวนวงหนึ่ง หรืออาการที่คนหลาย ๆ คนนั่งหรือยืนล้อมกันเป็นวง เช่น ไพ่วงหนึ่ง ระบำชาวไร่ ๒ วงนั่งล้อมวงกินข้าว ๓ วงหรือการเล่นที่มีคนหลาย ๆ คนร่วมกันเป็นชุดเป็นคณะ เช่น เครื่องสายวงหนึ่ง แตรวงวงหนึ่ง ดนตรี ๒ วงประชันกัน. ก. ล้อมรอบ, ทําเครื่องหมายเป็นรูปวงอย่างเอาดินสอเขียนป็นรูปวงหมายไว้ หรือใช้ด้ายหรือเชือกอ้อมมาบรรจบกันเช่น วงสายสิญจน์.

วงกบ
น. กรอบประตูหรือหน้าต่าง, กรอบเช็ดหน้า หรือ เช็ดหน้าก็เรียก.

วงกลม
น. รูปวงที่กลม รอบมีรัศมีจากจุดศูนย์กลางไปถึงขอบมีขนาดเท่ากันหมด; (คณิต) รูปที่เกิดจากเซตของจุดบนระนาบเซตหนึ่งที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเป็นระยะเท่ากัน.

วงการ
น. กลุ่มบุคคลที่มีอาชีพหรือความสนใจอย่างเดียวหรือในแนวเดียวกัน เช่น วงการธุรกิจ วงการบันเทิง วงการครู.

วงแขน
น. อ้อมแขน เช่น โอบไว้ในวงแขน ได้ถ้วยรางวัลมา กอดไว้ในวงแขนไม่ยอมวาง.

วงเงิน
น. จํานวนเงินที่กําหนดไว้เพื่อทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ค้ำประกันในวงเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ซื้อของได้ในวงเงิน ๑,๐๐๐ บาทเท่านั้น.

วงจร
(ไฟฟ้า) น. เส้นทางที่กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่านไปครบรอบ,โดยปริยายหมายถึงสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น วงจรชีวิต.

วงจรชีวิต
น. การเวียนว่ายตายเกิด, ลักษณาการของชีวิตที่มีพัฒนาการเป็นขั้น ๆ ไปตามลำดับและในที่สุดก็จะเวียนมาบรรจบณ จุดเริ่มต้นใหม่ แล้วเวียนซ้ำต่อไปอีก เช่น ผีเสื้อออกไข่ แล้วไข่กลายเป็นตัวหนอน หนอนกลายเป็นดักแด้ ดักแด้กลายเป็นผีเสื้อแล้วผีเสื้อก็ออกไข่ ฯลฯ.

วงจรปิด
(ไฟฟ้า) น. วงจรไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้ากําลังเคลื่อนที่อยู่ครบวงจร.

วงจรเปิด
(ไฟฟ้า) น. วงจรไฟฟ้าที่กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ไม่ครบวงจร.

วงเดือน
น. ชื่อเลื่อยชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นแผ่นกลม มีฟันอยู่โดยรอบ.

วงนอก
ว. ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยตรง เช่น ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกถือเป็นคนวงนอก, ตรงข้ามกับวงใน.

วงใน
ว. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยตรงเช่น ข่าวนี้รู้มาจากวงในของราชการ เรื่องนี้พูดกันแต่วงในของคณะรัฐมนตรี, ตรงข้ามกับ วงนอก.

วงพาด
น. รั้วสี่เหลี่ยมภายในเพนียด ใช้ล้อมช้าง ทําด้วยซุงเป็นต้น ๆ ปักเรียงรายเว้นระยะพอให้คนลอดเข้าออกได้ มีไม้ตีพาดเสาเหล่านั้นให้ยึดติดกันโดยรอบ.(รูปภาพ วงพาด)

วงรี
น. รูปวงที่กลมเรียวอย่างลูกสมอหรือเมล็ดข้าวสาร; (คณิต)รูปคล้ายรูปไข่ที่เกิดจากเซตของจุดบนระนาบเซตหนึ่ง โดยผลบวกของระยะจากจุดแต่ละจุดไปยังจุดตรึงอยู่กับที่ ๒ จุด มีค่าคงตัวเสมอ.

วงเล็บ
น. เครื่องหมายวรรคตอนรูปดังนี้ ( ) สําหรับใช้กันข้อความที่ขยายหรืออธิบายจากข้อความอื่น และข้อความในระหว่างวงเล็บนั้นจะอ่านหรือเว้นเสียก็ได้ ไม่ทำให้เนื้อความนอกจากนั้นเสียไปเช่น จึงสรุปได้ว่ามนุษย์หรือขันธ์ ๕ นั้น ได้สร้างโลภะ(ความอยากได้) โทสะ(ความโกรธ) และโมหะ (ความหลง) ให้แก่ตัวเองทั้งสิ้น,ใช้กันข้อความซึ่งบอกที่มาของคำหรือข้อความ เช่น สิลา น. หิน,ก้อนหิน. (ป.; ส. ศิลา); ใช้กันนามเต็มหรือบรรดาศักดิ์ที่เขียนใต้ลายมือชื่อ เช่น ลายมือชื่อ (นายเสริม วินิจฉัยกุล) ลายมือชื่อ(กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์), ใช้กันตัวอักษรหรือตัวเลขที่เป็นหัวข้อหรือที่เป็นเลขหมายบอกเชิงอรรถ ส่วนตัวอักษรหรือตัวเลขที่เป็นหัวข้ออาจใช้เพียงเครื่องหมายวงเล็บปิดก็ได้ เช่น วันรุ่งแรมสามค่ำเป็นสำคัญ(๑) อภิวันท์ลาบาทพระชินวร ข้อ (ก) ข้อ ๑),ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์และสูตรทางวิทยาศาสตร์เพื่อกั้นตัวเลขหรือสัญลักษณ์ไว้เป็นกลุ่ม เช่น a2 b2 = (a + b)(a b), Al2(SO4)3,นขลิขิต ก็ว่า.

วงเล็บปีกกา
น. เครื่องหมายวรรคตอนรูปดังนี้ { } สำหรับใช้ควงคำหรือข้อความซึ่งอยู่คนละบรรทัดเข้าด้วยกันเพื่อให้รู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือเชื่อมโยงกัน อาจใช้เพียงข้างใดข้างหนึ่งก็ได้ เช่น(มีรูปภาพ)ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อกั้นสมาชิกของเซตหรือกั้นกลุ่มตัวเลขหรือกลุ่มสัญลักษณ์ที่มีวงเล็บแบบอื่นอยู่แล้วไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน เช่นA = {2, 4, 6, 8}, 2x 5{7 (x 6) + 3x} 28 = 39.

วงเล็บเหลี่ยม
น. เครื่องหมายวรรคตอนรูปดังนี้ [ ] สำหรับใช้กันคำหรือข้อความที่ขยายหรืออธิบายจากข้อความอื่นในอีกลักษณะหนึ่ง เมื่อข้อความนั้นได้มีการใช้เครื่องหมายวงเล็บแบบอื่นด้วย เช่นกตัญญู น. ผู้รู้อุปการคุณที่ท่านทำให้, ผู้รู้คุณท่าน,เป็นคำคู่กันกับกตเวที. [ป. กต ว่า (อุปการคุณ) ที่ท่านทำแล้ว + ญู ว่า ผู้รู้], ใช้บอกคำอ่านในหนังสือประเภทพจนานุกรม เช่น ขนง [ขะหฺนง] น. คิ้ว,ใช้เป็นราชาศัพท์ว่า, พระขนงใช้กันข้อความในการเขียนบรรณานุกรมและเชิงอรรถในกรณีที่ข้อความนั้นไม่ปรากฏในหนังสือ แต่ผู้ทำบรรณานุกรมเพิ่มเติมเข้าไปเอง โดยมีหลักฐานยืนยัน เช่น [ตรี อมาตยกุล] นำชมหอสมุดดำรงราชานุภาพ.พระนคร : กรมศิลปากร, ๒๔๙๔., ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์เพื่อกั้นกลุ่มตัวเลขกลุ่มสัญลักษณ์ที่มีวงเล็บอื่นอยู่แล้วไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน เช่น 11 + 2[x + 4 3{x + 5 4(x + 1)}] = 23, ใช้ในทางวิทยาศาสตร์เพื่อกั้นกลุ่มตัวเลขหรือกลุ่มสัญลักษณ์เพื่อแสดงความหมายต่าง ๆ เช่น [Ba2+][F2] = 1.05.106, Na2[Fe(Cn)5(NO)]2H2O.

วงวัง
น. การล้อม.

วงเวียน
น. เครื่องมือสําหรับเขียนวงกลม ส่วนโค้งของวงกลมหรือกะระยะ ทำด้วยโลหะ มี ๒ ขา ปลายข้างหนึ่งแหลม ปลายอีกข้างหนึ่งมีดินสอเป็นต้น อีกแบบหนึ่งมีปลายแหลมทั้ง ๒ ข้างแบบหลังนี้ใช้สำหรับเขียนบนโลหะก็ได้, (โบ) กงเวียน หรือกางเวียน ก็ว่า; ที่ซึ่งมีลักษณะกลมเป็นที่รวมแห่งถนนหลาย ๆ สายเช่น วงเวียนใหญ่ วงเวียน ๒๒ กรกฎา.

วงแหวน
[แหฺวน] น. โลหะหรือแผ่นหนังเป็นต้นที่ทําเป็นรูปแหวนสําหรับรองอย่างที่หัวสลักเกลียวหรือที่เพลา เพื่อกันสึกหรอหรือเพื่อให้กระชับแน่น, มักเรียกว่า แหวน, โดยปริยายใช้เรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ถนนวงแหวน พื้นที่วงแหวน.

วงก์
น. เบ็ด. ว. คด, โค้ง, ลดเลี้ยว; คดโกง, ไม่ซื่อตรง. (ป.; ส. วกฺร).

วงกต
น. ชื่อภูเขาลูกหนึ่งในเรื่องมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งมีทางเข้าออกวกวนอาจทําให้หลงทางได้, เรียกสั้น ๆ ว่า เขาวงก์ ก็มี, เรียกสิ่งที่ทําคล้ายคลึงเช่นนั้นในงานเทศน์มหาชาติหรืองานรื่นเริงอื่น ๆ เพื่อความสนุกว่าเขาวงกต, โดยปริยายหมายถึงวกวนหาทางออกไม่ได้.(ป.).

วงศ, วงศ์
[วงสะ, วง] น. เชื้อสาย, เหล่ากอ, ตระกูล. (ส. วํศ; ป. วํส).

วงศ, วงศ์
[วงสะ, วง] น. เชื้อสาย, เหล่ากอ, ตระกูล. (ส. วํศ; ป. วํส).

วงศกร
น. ผู้ต้นตระกูล. (ส.).

วงศ์ทศกัณฐ์
(ปาก) น. เรียกญาติพี่น้องมากว่า วงศ์ทศกัณฐ์.

วงศ์วาน
น. ลูกหลานเหลนในตระกูล, มักใช้เข้าคู่กับคํา ว่านเครือเป็น วงศ์วานว่านเครือ.

วงศา
(กลอน) น. วงศ์.

วงศาคณาญาติ
น. ญาติพี่น้อง.

วงศา
ดู วงศ, วงศ์.

วงศาคณาญาติ
ดู วงศ, วงศ์.

วงษ์
(โบ) น. วงศ์.

วจนะ
[วะจะ] (แบบ) น. คําพูด, ถ้อยคํา. (ป., ส.).

วจะ
[วะ] (แบบ) น. คําพูด, ถ้อยคํา, คํากล่าว. (ป.; ส. วจสฺ).

วจา
[วะ] น. ว่านนํ้า. (ป.).

วจี
[วะ] น. คําพูด, ถ้อยคํา. (ป.; ส. วจิ, วาจฺ).วจีกรรม น. การพูด, การกระทําทางวาจา, เช่น การกล่าวเท็จเป็นการทำผิดทางวจีกรรม. (ป. วจีกมฺม).

วจีทุจริต
[วะจีทุดจะหฺริด] น. ความประพฤติชั่วทางวาจา มี ๔อย่างได้แก่ การพูดเท็จ ๑การพูดคำหยาบ ๑ การพูดส่อเสียด ๑การพูดเพ้อเจ้อ ๑.

วจีเภท
น. การเปล่งถ้อยคํา. (ป.).

วจีวิภาค
น. ชื่อตำราไวยากรณ์ตอนที่ว่าด้วยคำและหน้าที่ของคำ.

วจีสุจริต
[วะจีสุดจะหฺริด] น. ความประพฤติชอบทางวาจา มี๔ อย่าง ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ๑ การไม่พูดคำหยาบ ๑ การไม่พูดส่อเสียด ๑ การไม่พูดเพ้อเจ้อ ๑.

วชะ
[วะ] น. คอกสัตว์. (ป.; ส. วฺรช).

วชิร, วชิระ
[วะชิระ] น. สายฟ้า; เพชร; อาวุธพระอินทร์. (ป.; ส. วชฺร).

วชิร, วชิระ
[วะชิระ] น. สายฟ้า; เพชร; อาวุธพระอินทร์. (ป.; ส. วชฺร).

วชิรปาณี, วชิรหัตถ์
น. ‘ผู้ถือวชิระ’ คือ พระอินทร์.(ป.; ส. วชฺรปาณิ, วชฺรหสฺต).

วชิรปาณี, วชิรหัตถ์
น. ‘ผู้ถือวชิระ’ คือ พระอินทร์.(ป.; ส. วชฺรปาณิ, วชฺรหสฺต).

วชิราวุธ
น. ‘ผู้มีวชิระเป็นอาวุธ’ คือ พระอินทร์. (ป.).

วชิราวุธ
ดู วชิร, วชิระ.

วฏะ
[วะ] (แบบ) น. ไม้ไทร. (ป., ส.).

วฏาการ
[วะตากาน] (แบบ) น. สายเชือก. (ป., ส.).

วฏุมะ
(แบบ) น. ถนน, หนทาง. (ป.).

วณ, วณะ
[วะนะ] น. แผล, ฝี. (ป.; ส. วฺรณ).

วณ, วณะ
[วะนะ] น. แผล, ฝี. (ป.; ส. วฺรณ).

วณบัตร, วณพันธน์
น. ผ้าพันแผล. (ป. วณปฏฺฏก, วณพนฺธน; ส.วฺรณปฏฺฏก).

วณบัตร, วณพันธน์
น. ผ้าพันแผล. (ป. วณปฏฺฏก, วณพนฺธน; ส.วฺรณปฏฺฏก).

วณิช
[วะนิด] น. พ่อค้า, ผู้ทําการค้า. (ป., ส. วาณิช).

วณิชชา
[วะนิดชา] น. การค้าขาย. (ป.; ส. วณิชฺยา).

วณิชชากร
น. ผู้ทําการค้าขาย, พวกพ่อค้า. (ป.).

วณิชย์, วณิชยา
[วะนิด, วะนิดชะยา] น. การค้าขาย. (ส.).

วณิชย์, วณิชยา
[วะนิด, วะนิดชะยา] น. การค้าขาย. (ส.).

วณิพก
[วะนิบพก, วะนิพก] (แบบ) น. วนิพก. (ป. วณิพฺพก, วนิพฺพก; ส.วนีปก, วนียก).

วดี ๑
น. รั้ว, กําแพง. (ป. วติ; ส. วฺฤติ).

วดี ๒
คําเติมท้ายคําอื่นที่เป็นนาม หมายความว่า มี เป็นเพศหญิงตามหลักไวยากรณ์ เช่น ดาราวดี ว่า มีดาว.

วต, วตะ
[วะตะ] น. พรต, ข้อปฏิบัติ; ความประพฤติ; การจําศีล, การบําเพ็ญทางศาสนา, การปฏิบัติ; ประเพณี, ธรรมเนียม. (ป. วต; ส. วฺรต).

วต, วตะ
[วะตะ] น. พรต, ข้อปฏิบัติ; ความประพฤติ; การจําศีล, การบําเพ็ญทางศาสนา, การปฏิบัติ; ประเพณี, ธรรมเนียม. (ป. วต; ส. วฺรต).

วทนะ
[วะทะนะ] (แบบ) น. การพูด, คําพูด; ปาก, หน้า. (ป., ส. วทนว่า ปาก, หน้า).

วทะ
[วะ] น. คําพูด. ก. พูด, กล่าว. (ป.).

วทัญญุตา
น. ความเป็นผู้เอื้อเฟื้อ. (ป.).

วทัญญู
(แบบ) ว. เอื้อเฟื้อ, เผื่อแผ่; ใจดี, ใจบุญ. (ป.).

วทานิย
[วะทานิยะ] น. ผู้เอื้อเฟื้อ. (ป. วทานีย; ส. วทานฺย).

วธ
[วะทะ] ก. ฆ่า. (ป., ส.).

วธกะ
[วะทะกะ] น. คนฆ่า, ผู้ฆ่า; เพชฌฆาต. (ป., ส.).

วธุกา
น. ลูกสะใภ้. (ป.).

วธู
น. หญิงสาว. (ป., ส.).

วน ๑
ก. เวียนไปโดยรอบ เช่น ขับรถวนรอบสนาม, ไปโดยรอบเข้าหาศูนย์กลางหรือออกจากศูนย์กลาง เช่น น้ำวน วนเป็นก้นหอย.

วนเวียน
ก. วนไปวนมา, กลับไปกลับมา, เช่น เดินวนเวียนอยู่ระหว่างบ้านกับตลาด กระเป๋าสตางค์หล่นหายเดินวนเวียนหาอยู่หลายรอบ.

วน ๒
[วะนะ] น. ป่าไม้, ดง. (ป.; ส. วนสฺ ว่า ป่า; นํ้า).

วนจร, วนจรก
[วะนะจอน, วะนะจะรก] น. คนเที่ยวป่า,พรานป่า. ก. เที่ยวไปในป่า. (ป., ส.).

วนจร, วนจรก
[วะนะจอน, วะนะจะรก] น. คนเที่ยวป่า,พรานป่า. ก. เที่ยวไปในป่า. (ป., ส.).

วนภู, วนภูมิ
น. แถบป่า, แถวป่า. (ป., ส.).

วนภู, วนภูมิ
น. แถบป่า, แถวป่า. (ป., ส.).

วนศาสตร์
น. วิชาว่าด้วยการทํานุบํารุงรักษา และปลูกป่า.

วนสณฑ์, วนสัณฑ์
น. ป่าสูง, ป่าดง, ราวป่า, แนวป่า. (ป.).

วนสณฑ์, วนสัณฑ์
น. ป่าสูง, ป่าดง, ราวป่า, แนวป่า. (ป.).

วนอุทยาน
น. ป่าสงวนที่มีลักษณะธรรมชาติสวยงาม เช่นมีนํ้าตกถํ้า และทางราชการได้เข้าไปปรับปรุงตกแต่งสถานที่ให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน.

วนัปติ
[วะนับปะ] น. ไม้ใหญ่, พญาไม้; ผีเจ้าป่า. (ป. วนปฺปติ;ส. วนสฺปติ).

วนา
(กลอน) น. ป่า. (ป., ส. วน).

วนาดร, วนาดอน
น. ป่าสูง. (วนา + ดอน), พนาดอน หรือ พนาดรก็ว่า.

วนาดร, วนาดอน
น. ป่าสูง. (วนา + ดอน), พนาดอน หรือ พนาดรก็ว่า.

วนานต์
น. ชายป่า. (ป., ส.).

วนาลัย
น. ป่า. (ส. วนาลย).

วนาลี
น. ทางป่า; แนวไม้. (ส.).

วนาวาส
น. ที่อยู่ในป่า. (ส.).

วนาศรม
น. ที่อยู่ในป่า. (ส. วนาศฺรม).

วนาสณฑ์, วนาสัณฑ์
น. ราวป่า, แนวป่า, ทิวไม้, ป่าสูง, ป่าดง,พนาสณฑ์ หรือ พนาสัณฑ์ ก็ว่า. (ป. วนสณฺฑ; ส. วน + ขณฺฑ,วน + ษณฺฑ).

วนาสณฑ์, วนาสัณฑ์
น. ราวป่า, แนวป่า, ทิวไม้, ป่าสูง, ป่าดง,พนาสณฑ์ หรือ พนาสัณฑ์ ก็ว่า. (ป. วนสณฺฑ; ส. วน + ขณฺฑ,วน + ษณฺฑ).

วนัปติ
ดู วน ๒.

วนัส, วนัส
[วะนัด, วะนัดสะ] น. ป่า. (ส.; ป. วน).

วนัส, วนัส
[วะนัด, วะนัดสะ] น. ป่า. (ส.; ป. วน).

วนัสบดี
[วะนัดสะบอดี] น. ไม้ใหญ่, พญาไม้, (ในภาษาสันสกฤตหมายเฉพาะต้นไทรและต้นมะเดื่อชุมพร). (ส. วนสฺปติ; ป.วนปฺปติ).

วนา
ดู วน ๒.

วนาดร, วนาดอน
ดู วน ๒.

วนาดร, วนาดอน
ดู วน ๒.

วนานต์
ดู วน ๒.

วนาลัย
ดู วน ๒.

วนาลี
ดู วน ๒.

วนาวาส
ดู วน ๒.

วนาศรม
ดู วน ๒.

วนาสณฑ์, วนาสัณฑ์
ดู วน ๒.

วนาสณฑ์, วนาสัณฑ์
ดู วน ๒.

วนิดา
น. หญิง, หญิงสาว. (ป.; ส. วินิตา).

วนิพก
[วะนิบพก, วะนิพก] น. คนขอทานโดยร้องเพลงหรือดีดสีตีเป่าให้ฟัง, ใช้ว่า วณิพก หรือ วันนิพก ก็มี. (ป. วนิพฺพก).

วเนจร
[วะเนจอน] น. คนเที่ยวป่า, พรานป่า. ก. เที่ยวไปในป่า. (ป., ส.).

วโนทยาน
[วะโนทะ] น. สวนป่า. (ส. วน + อุทฺยาน).

วปนะ
[วะปะ] (แบบ) น. การหว่าน (ใช้แก่ข้าว), การเพาะปลูก. (ป., ส.).

วปุ
(แบบ) น. ตัว, ร่างกาย. (ป., ส.).

วยัคฆ์
น. เสือ. (ป. วฺยคฺฆ, พฺยคฺฆ; ส. วฺยาฆฺร).

วยัญชนะ
น. พยัญชนะ. (ส. วฺย?ฺชน; ป. วฺย?ฺชน, พฺย?ฺชน).

วยัมหะ
น. วิมาน, ฟ้า, เมืองสวรรค์. (ป. วฺยมฺห).

วยัสย์
น. ผู้รุ่นราวคราวเดียวกัน, เพื่อน, เกลอ, สหาย. (ส.).

วยากรณ์
น. พยากรณ์. (ป., ส. วฺยากรณ).

วยาฆร์
น. เสือ. (ส. วฺยาฆฺร; ป. วฺยคฺฆ, พฺยคฺฆ).

วยาธิ
[วะยาทิ] น. พยาธิ. (ป. วฺยาธิ, พฺยาธิ; ส. วฺยาธิ).

วยามะ
น. มาตราวัด ยาวเท่ากับ ๑ วา. (ป. วฺยาม, พฺยาม; ส. วฺยาม).

วยายาม
น. พยายาม. (ส. วฺยายาม; ป. วายาม).

วร
[วะระ, วอระ] น. พร; ของขวัญ. ว. ยอดเยี่ยม, ประเสริฐ, เลิศ.(ป., ส.).

วรดนู
[วะระดะ, วอระดะ] น. หญิงงาม. (ส. วรตนุ).

วรทะ
[วะระทะ, วอระทะ] น. การให้พร. (ป.).

วรทาน
[วะระทาน, วอระทาน] น. การให้พร. (ป.); การให้ของขวัญแก่เจ้าบ่าว. (ส.).

วรมหาวิหาร
[วอระ] น. เรียกพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดตํ่าสุดว่าชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร เช่น วัดพระศรีมหาธาตุ วัดพระธาตุพนม,เรียกพระอารามหลวงชั้นโทชนิดหนึ่ง มีฐานะตํ่ากว่าชนิดราชวรวิหาร ว่า ชั้นโทชนิดวรมหาวิหาร เช่น วัดจักรวรรดิ วัดระฆัง.

วรวิหาร
[วอระ] น. เรียกพระอารามหลวงชั้นโทชนิดตํ่าสุดว่าชั้นโทชนิดวรวิหาร เช่น วัดบพิตรพิมุข วัดอนงคาราม, เรียกพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดหนึ่ง มีฐานะตํ่ากว่าชนิดราชวรวิหาร ว่าชั้นตรีชนิดวรวิหาร เช่น วัดราชนัดดา วัดเทพธิดา.

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
[วะรุดดม, วะรุดตะมะ,วะโรดม, วะโรดตะมะ] ว. ประเสริฐสุด. (ป. วร + อุตฺตม).

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
[วะรุดดม, วะรุดตะมะ,วะโรดม, วะโรดตะมะ] ว. ประเสริฐสุด. (ป. วร + อุตฺตม).

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
[วะรุดดม, วะรุดตะมะ,วะโรดม, วะโรดตะมะ] ว. ประเสริฐสุด. (ป. วร + อุตฺตม).

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
[วะรุดดม, วะรุดตะมะ,วะโรดม, วะโรดตะมะ] ว. ประเสริฐสุด. (ป. วร + อุตฺตม).

วรงค์
[วะรง] น. ‘ส่วนสําคัญของร่างกาย’ คือ หัว. (ส. วร + องฺค).

วรณะ
[วะระนะ] น. ป้อม, กําแพง, ที่ป้องกัน; การป้องกัน. (ป., ส.).

วรรค
[วัก] น. ตอน, บางทีก็ใช้เข้าคู่กันเป็น วรรคตอน เช่น เครื่องหมายวรรคตอน เขียนหนังสือควรให้มีวรรคตอน, หมวด เช่น วรรค ก;ช่วงหนึ่งของคําหรือข้อความที่สุดลงแล้วเว้นเป็นช่องว่างไว้ระยะหนึ่ง เรียกว่า เว้นวรรค, ถ้าเป็นเรื่องร้อยกรองถือข้อความช่วงหนึ่งเป็น วรรคหนึ่ง เช่น ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร; ชื่อมาตราปักษคณนา ๔ หรือ ๕ ปักษ์ เรียก วรรคหนึ่ง คือ ปักษ์ถ้วน ๓ ปักษ์ขาด ๑ เรียก จุลวรรค, ปักษ์ถ้วน ๔ ปักษ์ขาด ๑ เรียก มหาวรรค;(กฎ) ย่อหน้าหนึ่ง ๆ ของบทบัญญัติในแต่ละมาตราของกฎหมาย.(ส. วรฺค; ป. วคฺค).

วรรคย์
[วัก] ว. เกี่ยวกับหมู่กับคณะ, เป็นหมวด, เป็นหมู่.(ส. วรฺคฺย; ป. วคฺคิย).

วรรช
[วัด] น. โทษ, ความผิด. (ส. วรฺช; ป. วชฺช).

วรรชย์
[วัด] ว. ที่ควรเว้น. (ส. วรฺชฺย).

วรรณ, วรรณะ
[วันนะ] น. สี เช่น เบญจวรรณ แปลว่า ๕ สี, มักใช้เข้าคู่กับคำสีสันเป็น สีสันวรรณะ; ผิว เช่น ขอให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะพละ, มักใช้เข้าคู่กับคำ ผิวพรรณ เป็น ผิวพรรณวรรณะ; ชั้นชน,ในสังคมฮินดูแบ่งคนออกเป็น ๔ วรรณะ คือ พราหมณ์ กษัตริย์แพศย์ ศูทร; หนังสือ เช่น วรรณกรรม วรรณคดี.(ส. วรฺณ; ป. วณฺณ).

วรรณ, วรรณะ
[วันนะ] น. สี เช่น เบญจวรรณ แปลว่า ๕ สี, มักใช้เข้าคู่กับคำสีสันเป็น สีสันวรรณะ; ผิว เช่น ขอให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะพละ, มักใช้เข้าคู่กับคำ ผิวพรรณ เป็น ผิวพรรณวรรณะ; ชั้นชน,ในสังคมฮินดูแบ่งคนออกเป็น ๔ วรรณะ คือ พราหมณ์ กษัตริย์แพศย์ ศูทร; หนังสือ เช่น วรรณกรรม วรรณคดี.(ส. วรฺณ; ป. วณฺณ).

วรรณกรรม
น. งานหนังสือ, งานประพันธ์, บทประพันธ์ทุกชนิดทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง, เช่น วรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมของเสฐียรโกเศศ วรรณกรรมฝรั่งเศสวรรณกรรมประเภทสื่อสารมวลชน; (กฎ) งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนาคำปราศรัยสุนทรพจน์ และหมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย.

วรรณคดี
น. วรรณกรรมที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดีมีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์ถึงขนาด เช่น พระราชพิธีสิบสองเดือน มัทนะพาธาสามก๊ก เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน.

วรรณยุกต์, วรรณยุต
น. ระดับเสียงสูงต่ำของคำในภาษาไทยมี ๕ เสียงคือ เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี เสียงจัตวามีรูปเครื่องหมายบอกระดับของเสียงอยู่เบื้องบนอักษร ๔ รูปคือ ? (ไม้เอก) ? (ไม้โท) ? (ไม้ตรี) ? (ไม้จัตวา).

วรรณยุกต์, วรรณยุต
น. ระดับเสียงสูงต่ำของคำในภาษาไทยมี ๕ เสียงคือ เสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี เสียงจัตวามีรูปเครื่องหมายบอกระดับของเสียงอยู่เบื้องบนอักษร ๔ รูปคือ ? (ไม้เอก) ? (ไม้โท) ? (ไม้ตรี) ? (ไม้จัตวา).

วรรณศิลป์
น. ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ เช่น ลิลิตพระลอเป็นวรรณคดีที่มีวรรณศิลป์สูงส่ง, ศิลปะทางวรรณกรรม เช่นนักวรรณศิลป์; วรรณกรรมที่ถึงขั้นเป็นวรรณคดี, หนังสือที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดี.

วรรณนา
[วันนะ] น. พรรณนา, การกล่าวถ้อยคําให้ผู้ฟังนึกเห็นเป็นภาพ.(ส. วรฺณนา; ป. วณฺณนา).

วรรณพฤติ
[วันนะพรึด] น. ฉันท์ที่กําหนดด้วยอักษรตามอักขรวิธีเป็นเสียงหนักเบาที่เรียกว่า ครุ ลหุ เป็นสำคัญ.

วรรณึก
น. ผู้เขียน, ผู้ประพันธ์; เลขานุการ. (ส. วรฺณิก).

วรรธกะ
[วัดทะกะ] น. ผู้เจริญ. (ส. วรฺธก ว่า ผู้ทําให้เจริญ; ป. วฑฺฒก).

วรรธนะ
[วัดทะนะ] น. ความเจริญ, ความงอกงาม. (ส. วรฺธน; ป. วฑฺฒน).

วรรษ
[วัด] น. พรรษ, ฝน; ปี. (ส. วรฺษ; ป. วสฺส).

วรรษา
[วัดสา] น. พรรษา, ฤดูฝน; ปี. (ส.).

วรัญญู
[วะรันยู] น. ‘ผู้ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐ’ คือ พระพุทธเจ้า. (ป.).

วรากะ
(แบบ) น. ตุ่ม, ไห, หม้อนํ้า. ว. น่าเวทนา, น่าสงสาร. (ป., ส.).

วรางคณา
น. หญิงผู้ประเสริฐ. (ส.).

วราห์, วราหะ
น. หมู. (ป., ส.).

วราห์, วราหะ
น. หมู. (ป., ส.).

วรุณ
น. พระพิรุณ, เทวดาแห่งนํ้า, เทวดาแห่งฝน. (ส.).

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
ดู วร.

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
ดู วร.

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
ดู วร.

วรุตดม, วรุตมะ, วโรดม, วโรตมะ
ดู วร.

วรูถะ
[วะรูถะ] (แบบ) น. การป้องกัน, ที่ป้องกัน, ที่พัก; เครื่องป้องกัน;เกราะ, โล่. (ส.).

วฤก
[วฺรึก] (แบบ) น. หมาป่า. (ส. วฺฤก; ป. วก).

วฤษภ
[วฺรึสบ] (แบบ) น. พฤษภ. (ส. วฺฤษภ; ป. วสภ).

วฤษละ
[วฺรึสะละ] (แบบ) น. คนชั่ว. (ส. วฺฤษล; ป. วสล).

วลัช
(แบบ) น. ปลาชนิดหนึ่ง. (ป.).

วลัญช์
[วะลัน] (แบบ) น. รอย, เครื่องหมาย; ทาง; การใช้สอย. (ป.).

วลัญชน์
น. การใช้สอย. (ป.).

วลัย
[วะไล] น. กําไลมือ, ทองกร; ของที่เป็นวงกลม, วงกลม. (ป., ส.).

วลาหก
[วะลาหก] น. เมฆ. (ป.).

วลี
[วะลี] น. แถว, รอย, รอยย่น (ที่หน้า). (ป., ส.); (ไว) กลุ่มคําที่เรียงติดต่อกันเป็นระเบียบและมีกระแสความเป็นที่หมายรู้กันได้ แต่ยังไม่เป็นประโยคสมบูรณ์เช่น หนูแหวนแขนอ่อน เวลาดึกดื่นเที่ยงคืนทางเดินเข้าสวนมะพร้าว.

วศค
[วะสก] (แบบ) น. ผู้อยู่ในอํานาจ, ผู้อยู่ในบังคับ, ผู้เชื่อฟัง.(ส.; ป. วสค).

วศะ
น. อํานาจ, การบังคับบัญชา. (ส.; ป. วส).

วศิน
(แบบ) น. ผู้ชํานะตนเอง, ผู้สํารวมอินทรีย์. (ส.).

วสนะ ๑
[วะสะ] (แบบ) น. ที่อยู่, บ้าน; การอยู่. (ป.).

วสนะ ๒
[วะสะ] (แบบ) น. เสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม. (ป., ส.).

วสภะ
[วะสะ] (แบบ) น. วัวตัวผู้. (ป.; ส. วฺฤษภ).

วสละ
[วะสะ] น. คนชั่ว, คนถ่อย, คนตํ่าช้า, คนชั้นตํ่า. (ป.; ส. วฺฤษล).

วสลี
[วะสะ] น. หญิงชั่ว, หญิงตํ่าช้า. (ป.; ส. วฺฤษลิ).

วสวัดดี, วสวัตตี
[วะสะ] น. ผู้ยังสัตว์ให้อยู่ในอํานาจ; ชื่อของเทวบุตรมาร. (ป.).

วสวัดดี, วสวัตตี
[วะสะ] น. ผู้ยังสัตว์ให้อยู่ในอํานาจ; ชื่อของเทวบุตรมาร. (ป.).

วสะ
น. อํานาจ, กําลัง; ความตั้งใจ, ความปรารถนา. (ป.; ส. วศ).

วสันต, วสันต์
[วะสันตะ, วะสัน] น. ฤดูใบไม้ผลิในคำว่า ฤดูวสันต์, วสันตฤดูก็ว่า. (ป., ส.).

วสันต, วสันต์
[วะสันตะ, วะสัน] น. ฤดูใบไม้ผลิในคำว่า ฤดูวสันต์, วสันตฤดูก็ว่า. (ป., ส.).

วสันตฤดู
น. ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูวสันต์ ก็ว่า.

วสันตวิษุวัต
(ดารา) น. จุดราตรีเสมอภาค ที่เมื่อดวงอาทิตย์โคจรไปถึงในราววันที่ ๒๑ มีนาคม, คู่กับ ศารทวิษุวัต.(อ. vernal equinox).

วสันตดิลก
[วะสันตะดิหฺลก] น. ชื่อฉันท์อย่างหนึ่ง บาทหนึ่งมี ๑๔ คํา เช่นช่อฟ้าก็เฟื้อยกลจะฟัด ดลฟากทิฆัมพรบราลีพิไลพิศบวร นภศูลสล้างลอย.(อิลราช).(ป., ส. วสนฺตติลก).

วสา
น. มันเหลว; ไข, นํ้ามัน. (ป., ส.).

วสี
น. ผู้ชํานะตนเอง, ผู้สํารวมอินทรีย์, ผู้ตัดกิเลสได้ดังใจ; ผู้ชํานาญ.(ป.).

วสุ
น. ทรัพย์, สมบัติ; ชื่อเทวดาหมู่หนึ่งมี ๘ องค์ด้วยกัน เป็นบริวารของพระอินทร์. (ป., ส.).

วสุธา
น. แผ่นดิน, พื้นดิน. (ป., ส.).

วสุนธรา
[สุนทะ] น. แผ่นดิน, พื้นดิน. (ป., ส.).

วสุมดี
[สุมะ] น. โลก, แผ่นดิน. (ป., ส. วสุมตี).

วหะ
ก. นําไป, พาไป. (ป., ส.).

วหา
น. แม่นํ้า. (ส.).

วอ
น. ยานที่มีลักษณะเป็นรูปเรือนหลังคาทรงจั่ว สําหรับเจ้านายหรือข้าราชการฝ่ายในนั่งมีคานรับอยู่ข้างใต้คู่หนึ่ง ใช้คนหาม, เรียกรถยนต์ที่มีวอสําหรับเชิญศพตั้งบนกระบะรถว่า รถวอ.

วอพระประเทียบ
น. วอสำหรับเจ้านายฝ่ายใน.

วอก
น. ชื่อปีที่ ๙ ของรอบปีนักษัตร มีลิงเป็นเครื่องหมาย; (ปาก)ลิง เช่น ซนเป็นอ้ายวอก; เรียกหน้าของคนที่ผัดแป้งจนขาวเกินไปว่า หน้าวอก.

วอกแวก
ว. อาการที่จิตใจไม่จดจ่อแน่วแน่อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เวลาฟังครูสอนมีสิ่งรบกวนทำให้จิตใจวอกแวก.

ว่องไว
ก. รวดเร็ว, คล่องแคล่ว, ปราดเปรียว, ปราดเปรื่อง, เช่นทำงานว่องไว มีปฏิภาณว่องไว.

วอด
ก. หมดไป, สิ้นไป, เช่น ไฟไหม้เสียวอดเลย, วอดวาย ก็ว่า.

วอดวาย
ก. หมดไป, สิ้นไป, เช่น บ้านเรือนถูกไฟไหม้วอดวายแล้ว,วอด ก็ว่า; (วรรณ)ตาย เช่น ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป. (นิ. ภูเขาทอง).

วอน
(ปาก) ก. รนหาที่ เช่น วอนตาย; (วรรณ) ร่ำขอ, ขอด้วยอาการออด,เฝ้าร้องขอให้ทำตามประสงค์, เช่น คำนึงนุชนาฎเนื้อ นวลสมรแม้นแม่มาจักวอน พี่ชี้. (ตะเลงพ่าย).

ว่อน
ว. อาการที่เคลื่อนไปในอากาศเป็นฝูงหรือเป็นจำนวนมาก เช่นแมลงบินว่อนกระดาษปลิวว่อน, อาการที่บินวนเวียนไปมา เช่นแมลงวันตัวนี้บินว่อนอยู่ในห้องนานแล้ว, โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เดินกันว่อน ข่าวลือว่อน.

ว็อบแว็บ, ว็อบ ๆ แว็บ ๆ
ว. อาการที่เห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้าง เช่น วันนี้โทรทัศน์ไม่ดี เห็นภาพว็อบแว็บหลายตอน.

ว็อบแว็บ, ว็อบ ๆ แว็บ ๆ
ว. อาการที่เห็นชัดบ้างไม่ชัดบ้าง เช่น วันนี้โทรทัศน์ไม่ดี เห็นภาพว็อบแว็บหลายตอน.

วอมแวม, วอม ๆ แวม ๆ, ว็อมแว็ม, ว็อม ๆ แว็ม ๆ
ว. ลักษณะของแสงที่มองเห็นเรือง ๆ ไหว ๆ อยู่ในระยะไกล เช่นในเวลากลางคืนพอมองเห็นแสงไฟวอมแวมอยู่ในที่ไกล ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย กระท่อมหลังนั้นคงมีคนอยู่ เพราะเห็นไฟวอม ๆแวบ ๆ อยู่ มีแสงไฟจากเรือหาปลาว็อมแว็ม.

วอมแวม, วอม ๆ แวม ๆ, ว็อมแว็ม, ว็อม ๆ แว็ม ๆ
ว. ลักษณะของแสงที่มองเห็นเรือง ๆ ไหว ๆ อยู่ในระยะไกล เช่นในเวลากลางคืนพอมองเห็นแสงไฟวอมแวมอยู่ในที่ไกล ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย กระท่อมหลังนั้นคงมีคนอยู่ เพราะเห็นไฟวอม ๆแวบ ๆ อยู่ มีแสงไฟจากเรือหาปลาว็อมแว็ม.

วอมแวม, วอม ๆ แวม ๆ, ว็อมแว็ม, ว็อม ๆ แว็ม ๆ
ว. ลักษณะของแสงที่มองเห็นเรือง ๆ ไหว ๆ อยู่ในระยะไกล เช่นในเวลากลางคืนพอมองเห็นแสงไฟวอมแวมอยู่ในที่ไกล ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย กระท่อมหลังนั้นคงมีคนอยู่ เพราะเห็นไฟวอม ๆแวบ ๆ อยู่ มีแสงไฟจากเรือหาปลาว็อมแว็ม.

วอมแวม, วอม ๆ แวม ๆ, ว็อมแว็ม, ว็อม ๆ แว็ม ๆ
ว. ลักษณะของแสงที่มองเห็นเรือง ๆ ไหว ๆ อยู่ในระยะไกล เช่นในเวลากลางคืนพอมองเห็นแสงไฟวอมแวมอยู่ในที่ไกล ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย กระท่อมหลังนั้นคงมีคนอยู่ เพราะเห็นไฟวอม ๆแวบ ๆ อยู่ มีแสงไฟจากเรือหาปลาว็อมแว็ม.

วอลเลย์บอล
น. กีฬาอย่างหนึ่ง แบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายละ ๖ คน แต่ละฝ่ายต้องใช้มือตีหรือตบลูกบอลข้ามตาข่ายโต้กันไปมา.(อ. volley ball).

วอแว
ก. รบกวน, เซ้าซี้, เช่น เขากำลังอารมณ์เสีย อย่าเข้าไปวอแว;เกาะแกะ เช่น อย่าไปวอแวลูกสาวเขา.

วะ ๑
ว. บ๊ะ, คำที่เปล่งออกมาแสดงอารมณ์ผิดคาดหรือผิดหวังเป็นต้น,อุวะ หรือ ว้า ก็ว่า; คำบอกเสียงต่อท้ายประโยคแสดงความคุ้นเคยเป็นกันเองหรือแสดงความไม่สุภาพ เช่น ไปไหนวะ.

วะ ๒
คำกร่อนของคำหน้าซึ่งซ้ำกับคำหลังในคำที่มี ว เป็นพยัญชนะต้นในบทกลอน เช่น ว่อนว่อน กร่อนเป็น วะว่อน วาบวาบ กร่อนเป็นวะวาบ มีคำแปลอย่างเดียวกับคำเดิมนั้น และมีความหมายในทางย้ำหรือเน้นคำ.

วัก ๑
ก. เอาอุ้งมือตักน้ำหรือของเหลวขึ้นมาค่อนข้างเร็ว เช่น ใช้มือวักน้ำกิน เอามือวักน้ำโคลนสาด, โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น วักควัน.

วัก ๒
ก. เซ่น, มักใช้เข้าคู่กันเป็น เซ่นวัก.

วักกะ ๑
น. ไต. (โบราณแปลว่า ม้าม). (ป.; ส. วฺฤกฺก).

วักกะ ๒
ว. คด, ไม่ตรง, โกง, งอ. (ป.; ส. วกฺร).

วัค
น. วรรค. (ป. วคฺค; ส. วรฺค).

วัคคิยะ, วัคคีย์
[วักคิยะ] ว. อยู่ในพวก, อยู่ในหมู่, เช่น เบญจวัคคีย์ ว่า อยู่ในพวก ๕.(ป.).

วัคคิยะ, วัคคีย์
[วักคิยะ] ว. อยู่ในพวก, อยู่ในหมู่, เช่น เบญจวัคคีย์ ว่า อยู่ในพวก ๕.(ป.).

วัคคุ
ว. ไพเราะ, เสนาะ; งาม. (ป.; ส. วลฺคุ).

วัคคุวัท
ว. ผู้กล่าวไพเราะ. (ป. วคฺคุ + วท ว่า ผู้กล่าว).

วัคซีน
น. ผลิตผลที่ประกอบด้วยเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ถูกฆ่าหรือทําให้มีฤทธิ์อ่อนแรงจนไม่เป็นอันตราย สําหรับฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคซึ่งเกิดจากเชื้อนั้น ๆ. (อ. vaccine).

วัง ๑
น. ที่อยู่ของเจ้านาย, ถ้าเป็นที่อยู่ของพระมหากษัตริย์เรียกพระราชวัง หรือ พระบรมมหาราชวัง; ห้วงนํ้าลึก เช่น วังจระเข้.ก. ล้อม, ห้อมล้อม.

วังช้าง
น. วิธีจับช้างเถื่อนโดยต้อนช้างเข้ามาอยู่ในวงล้อมทั้งโขลง.

วังวน
น. ห้วงนํ้าที่หมุนวน.

วังหน้า
น. วังซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราช เรียกในราชการว่า พระราชวังบวรสถานมงคล ตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชวังหลวงหรือพระบรมมหาราชวัง มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา,ในรัชกาลที่ ๔ ทรงบัญญัติให้เรียกว่า พระบวรราชวัง, ปัจจุบันเรียกพระราชวงศ์ฝ่ายนี้ว่า ฝ่ายวังหน้า.

วังหลวง
น. วังซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน, ในรัชกาลที่ ๔ทรงบัญญัติให้เรียกว่า พระบรมมหาราชวัง.

วังหลัง
น. วังซึ่งเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขมักตั้งอยู่ทางด้านหลังของพระราชวังหลวง.

วัง ๒
(โบ; เลิก) น. ตำแหน่งเจ้ากระทรวงปกครองครั้งโบราณ มีหน้าที่รักษาพระราชวังจัดการพระราชพิธีและมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของราษฎร.

วังก์
น. วงก์. (ป.).

วังชา
คำประกอบท้ายคำ กำลัง เป็น กำลังวังชา มีความหมายเท่าเดิม.

วังเวง
ก. ลักษณะบรรยากาศที่สงบเยือกเย็นทำให้เกิดความรู้สึกอ้างว้างว้าเหว่ เปล่าเปลี่ยวใจ เช่น เข้าไปในบ้านร้างรู้สึกวังเวง.

วังศะ, วังสะ
น. วงศ์. (ส. วํศ; ป. วํส).

วังศะ, วังสะ
น. วงศ์. (ส. วํศ; ป. วํส).

วัจ, วัจจะ
[วัดจะ] น. อุจจาระ. (ป.; ส. วรฺจสฺ).

วัจ, วัจจะ
[วัดจะ] น. อุจจาระ. (ป.; ส. วรฺจสฺ).

วัจกุฎี
น. ที่ถ่ายอุจจาระ, ส้วม, (ใช้แก่บรรพชิต), เวจกุฎี ก็เรียก.(ป. วจฺจกุฏิ).

วัจมรรค
น. ทวารหนัก, เวจมรรค ก็เรียก. (ป. วจฺจมคฺค).

วัจฉ์, วัจฉก
[วัด, ฉก] (แบบ) น. ลูกวัว. (ป.; ส. วตฺส, วตฺสก).

วัจฉ์, วัจฉก
[วัด, ฉก] (แบบ) น. ลูกวัว. (ป.; ส. วตฺส, วตฺสก).

วัจฉละ
[วัดฉะละ] (แบบ) ว. มีใจกรุณา, เอ็นดู, อ่อนโยน, มีความรักใคร่.(ป.; ส. วตฺสล).

วัจน์
(แบบ) น. วจนะ, ถ้อยคํา. (ป., ส.).

วัช ๑
(แบบ) น. วชะ, คอกสัตว์. (ป. วช).

วัช ๒, วัช, วัชชะ ๑
[วัดชะ] น. สิ่งที่ควรละทิ้ง; โทษ, ความผิด.(ป. วชฺช; ส. วรฺชฺย, วรฺชฺช).

วัช ๒, วัช, วัชชะ ๑
[วัดชะ] น. สิ่งที่ควรละทิ้ง; โทษ, ความผิด.(ป. วชฺช; ส. วรฺชฺย, วรฺชฺช).

วัช ๒, วัช, วัชชะ ๑
[วัดชะ] น. สิ่งที่ควรละทิ้ง; โทษ, ความผิด.(ป. วชฺช; ส. วรฺชฺย, วรฺชฺช).

วัชพืช
[วัดชะพืด] น. พืชที่ไม่ต้องการ เช่นหญ้าคาในแปลงข้าว.(ป. วชฺช + พีช).

วัช ๓, วัชชะ ๒
น. การพูด, ถ้อยคํา. ว. ควรพูดติ, ควรกล่าวติ. (ป. วชฺช; ส. วทฺย).

วัช ๓, วัชชะ ๒
น. การพูด, ถ้อยคํา. ว. ควรพูดติ, ควรกล่าวติ. (ป. วชฺช; ส. วทฺย).

วัชฌ์
ก. ฆ่า, ทําให้ตาย. (ป.).

วัชร, วัชระ
[วัดชะระ] น. วชิระ. (ส. วชฺร; ป. วชิร).

วัชร, วัชระ
[วัดชะระ] น. วชิระ. (ส. วชฺร; ป. วชิร).

วัชรธาตุมณฑล
[ทาตุมนทน, ทาดมนทน] น. สัญลักษณ์ในทางปัญญาอันคมกล้าที่สามารถตัดอวิชชาได้.

วัชรปาณี
น. ‘ผู้ถือวชิระ’ คือ พระอินทร์, วชิรปาณี ก็ว่า,ชื่อพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งตามคติฝ่ายมหายาน พระหัตถ์ทรงสายฟ้า.(ส. วชฺรปาณิ).

วัชรยาน
น. ชื่อหนึ่งของลัทธิพุทธตันตระ ซึ่งถือว่ามีหลักปรัชญาสูงเหนือธรรมชาติ มีความแข็งเหมือนเพชร ใสเหมือนอากาศ ไม่มีใครต้านทานได้เหมือนสายฟ้า จึงเรียกหลักปรัชญานั้นว่า วัชระและเรียกลัทธิว่า วัชรยาน. (ส.).

วัชรอาสน์
น. อาสนะที่พระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นพระศรีมหาโพธิณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ในวันตรัสรู้ เรียกว่า พระแท่นวัชรอาสน์,โพธิบัลลังก์ หรือ รัตนบัลลังก์ ก็เรียก. (ส. วชฺราสน).

วัชราสน์
น. ท่านั่งขัดสมาธิเพชร. (ส.).

วัชรินทร์
น. พระอินทร์. (ส. วชฺรินฺ, วชฺร + อินฺทฺร).วัชรี น. พระอินทร์. (ส.).

วัชเรนทร์
น. พระอินทร์. (ส. วชฺร + อินฺทฺร).

วัชราสน์
ดู วัชร, วัชระ.

วัชรินทร์
ดู วัชร, วัชระ.

วัชรี
ดู วัชร, วัชระ.

วัชเรนทร์
ดู วัชร, วัชระ.

วัญจก
[วันจก] (แบบ) น. ผู้ลวง, คนคดโกง. (ป., ส.).

วัญจนะ
[วันจะนะ] (แบบ) น. การหลอกลวง, การปลอม, การคดโกง;เครื่องลวง, เครื่องหลอก, ของไม่จริง. (ป., ส.).

วัญฌ์
(แบบ) ว. หมัน (ใช้แก่คนหรือสัตว์), ไม่มีลูก (ใช้แก่ต้นไม้),ไม่มีผล (ใช้แก่การงานทั่วไป). (ป.; ส.วนฺธฺย).

วัฏ, วัฏฏะ
[วัดตะ] (แบบ) น. วงกลม; การหมุน, การเวียนไป, รอบแห่งการเวียนเกิดเวียนตาย. ว. กลม, เป็นวง. (ป.; ส. วฺฤตฺต).

วัฏ, วัฏฏะ
[วัดตะ] (แบบ) น. วงกลม; การหมุน, การเวียนไป, รอบแห่งการเวียนเกิดเวียนตาย. ว. กลม, เป็นวง. (ป.; ส. วฺฤตฺต).

วัฏจักร
น. ช่วงระยะเวลาของเหตุการณ์หรือกิจกรรมชุดหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นและดําเนินติดต่อกันไปอย่างมีระเบียบจนจบลง ณจุดเริ่มต้นนั้นอีก เช่น วัฏจักรแห่งฤดูกาล วัฏจักรแห่งพืช.

วัฏทุกข์
น. ทุกข์คือการเวียนเกิดเวียนตาย. (ป.).

วัฏสงสาร
น. การเวียนว่ายตายเกิด, สงสารวัฏ หรือ สังสารวัฏ.

วัฏกะ
[วัดตะกะ] น. นกกระจาบ. (ป. วฏฺฏก; ส. วรฺตก).

วัฏฏิ
น. ของกลมยาว, ไส้เทียน, เส้น, สาย. (ป.; ส. วรฺติ).

วัฒกะ
[วัดทะกะ] น. ผู้เจริญ. ว. งอกงาม, เจริญ. (ป. วฑฺฒก; ส. วรฺธก).

วัฒกี
[วัดทะกี] น. ช่างไม้. (ป. วฑฺฒกี).

วัฒน, วัฒนะ
[วัดทะนะ] น. ความเจริญ, ความงอกงาม. (ป. วฑฺฒน).

วัฒน, วัฒนะ
[วัดทะนะ] น. ความเจริญ, ความงอกงาม. (ป. วฑฺฒน).

วัฒนธรรม
น. สิ่งที่ทําความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ เช่นวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมในการแต่งกาย, วิถีชีวิตของหมู่คณะเช่น วัฒนธรรมพื้นบ้านวัฒนธรรมชาวเขา.

วัฒนา
น. ความเจริญ, ความงอกงาม. ก. เจริญ, งอกงาม.

วัฒนา
ดู วัฒน, วัฒนะ.

วัณ, วัณ
[วัน, วันนะ] น. วณะ, แผล, ฝี. (ป.).

วัณ, วัณ
[วัน, วันนะ] น. วณะ, แผล, ฝี. (ป.).

วัณโรค
น. โรคชนิดหนึ่งเกิดที่ปอดเป็นต้น ทําให้ร่างกายทรุดโทรมเสื่อมไปตามลําดับ, โบราณเรียกวัณโรคปอดว่า ฝีในท้อง.

วัณฏ์
น. ขั้ว, ก้าน. (ป.; ส. วฺฤนฺต).

วัณณะ
(แบบ) น. สี, ผิว; ชนิด, อย่าง. (ป.; ส. วรฺณ). (ดู วรรณ, วรรณะ).

วัณนา
[วันนะ] น. คําชี้แจง, คําอธิบาย. (ป. วณฺณนา; ส. วรฺณนา).(ดู พรรณนา).

วัด ๑
น. สถานที่ทางศาสนา โดยปรกติมีโบสถ์ วิหาร และที่อยู่ของสงฆ์หรือนักบวชเป็นต้น.

วัดราษฎร์
น. วัดที่ได้รับพระราชทานที่วิสุงคามสีมา แต่มิได้เข้าบัญชีเป็นพระอารามหลวง.

วัดวา ๑, วัดวาอาราม
น. วัด.

วัดวา ๑, วัดวาอาราม
น. วัด.

วัดหลวง
(ปาก) น. พระอารามหลวง, วัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างหรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าจํานวนในบัญชีเป็นพระอารามหลวง.

วัด ๒
ก. ตวัดขึ้น เช่น วัดเบ็ด, เหวี่ยงแขนหรือขาไปโดยแรง เช่นนอนดิ้นวัดแขนวัดขา.

วัดเหวี่ยง
ก. พอสู้กันได้, ปานกัน.

วัด ๓
ก. สอบขนาดหรือปริมาณของสิ่งต่าง ๆ เช่นวัดส่วนยาว ส่วนกว้างส่วนสูง หรือความรู้เป็นต้น.

วัดแดด
ก. สอบเวลาโดยอาศัยเงาแดดและสถานที่เป็นหลักเช่น พอแดดถึงนอกชานก็เป็นเวลา ๘.๐๐ น.

วัดผล
ก. ทดสอบเพื่อวัดเชาวน์ ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้บุคลิกภาพ เป็นต้น โดยใช้วิธีการแบบใดแบบหนึ่ง เช่น การเรียนรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ จำเป็นจะต้องวัดผลอย่างสม่ำเสมอ.

วัดพื้น
(ปาก) ก. หกล้มเหยียดยาวลงบนพื้น.

วัดรอยตีน, วัดรอยเท้า
(สํา) ก. เทียบดูว่าพอสู้ได้หรือไม่ เช่นลูกศิษย์วัดรอยเท้าครู, คอยเทียบตัวเองกับผู้ที่เหนือกว่าเพื่อชิงดีชิงเด่น เช่น ลูกน้องวัดรอยตีนหัวหน้า.

วัดรอยตีน, วัดรอยเท้า
(สํา) ก. เทียบดูว่าพอสู้ได้หรือไม่ เช่นลูกศิษย์วัดรอยเท้าครู, คอยเทียบตัวเองกับผู้ที่เหนือกว่าเพื่อชิงดีชิงเด่น เช่น ลูกน้องวัดรอยตีนหัวหน้า.

วัดวา ๒
ก. พอเท่า ๆ กัน, พอเสมอกัน เช่น พี่น้องสองคนนี้สวยพอวัดวากันได้.

วัต
น. วตะ, พรต, ข้อปฏิบัติ; ความประพฤติ. (ป. วตฺต; ส. วฺฤตฺต).

วัตต์
น. หน่วยวัดกําลัง ๑ วัตต์ มีค่าเท่ากับ ๑ จูลต่อวินาที หรือ ๑๐๗เอิร์กต่อวินาที, ๗๔๕.๗ วัตต์ มีค่าเท่ากับ ๑ กําลังม้า. (อ. watt).

วัตตา
น. ผู้กล่าว, ผู้พูด. (ป.; ส. วกฺตฺฤ).

วัตถ์
น. ผ้า, เสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม. (ป.; ส. วสฺตฺร).

วัตถาภรณ์, วัตถาลังการ
น. เครื่องประดับคือผ้า.(ป. วตฺถ + อาภรณ, วตฺถ + อลงฺการ).

วัตถาภรณ์, วัตถาลังการ
น. เครื่องประดับคือผ้า.(ป. วตฺถ + อาภรณ, วตฺถ + อลงฺการ).

วัตถาภรณ์, วัตถาลังการ
ดู วัตถ์.

วัตถาภรณ์, วัตถาลังการ
ดู วัตถ์.

วัตถุ
น. สิ่งของ. (ป.; ส. วสฺตุ).

วัตถุดิบ
น. สิ่งที่เตรียมไว้เพื่อผลิตหรือประกอบเป็นสินค้าสําเร็จรูป; โดยปริยายหมายถึงเรื่องราว ประสบการณ์ เป็นต้นที่นักเขียนเสาะหาหรือตระเตรียมสะสมไว้เพื่อแต่งหนังสือ.

วัตถุนิยม
น. ทฤษฎีหรือความเชื่อที่ว่าวัตถุเท่านั้นมีอยู่จริง; การให้คุณค่าแก่สิ่งที่เป็นรูปธรรมมากกว่าสิ่งที่เป็นนามธรรม, สสารนิยม ก็ว่า.

วัตถุประสงค์
น. ผลที่ประสงค์ให้บรรลุ เช่น วัตถุประสงค์ของมัธยมศึกษาก็เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ คิดเป็น ทำเป็น และมีคุณธรรม,จุดประสงค์ ก็ว่า.

วัตถุวิสัย
ว. ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ โดยไม่เกี่ยวกับความคิดหรือความรู้สึก; เรียกการสอบแบบที่ผู้สอบมักไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นส่วนตัว เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ ตายตัวว่าการสอบแบบวัตถุวิสัย, ปรนัย ก็ว่า. (อ. objective).

วัตนะ
[วัดตะนะ] น. ความเป็นไป, ความเป็นอยู่. (ป. วตฺตน; ส. วรฺตน).

วัตร, วัตร
[วัด, วัดตฺระ] น. กิจพึงกระทํา เช่น ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น, หน้าที่เช่น ข้อวัตรปฏิบัติ, ธรรมเนียม เช่น ศีลาจารวัตร; ความประพฤติเช่น พระราชจริยวัตร, การปฏิบัติ เช่น ธุดงควัตรอุปัชฌายวัตร,การจำศีล. (ป. วตฺต; ส. วฺฤตฺต).

วัตร, วัตร
[วัด, วัดตฺระ] น. กิจพึงกระทํา เช่น ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น, หน้าที่เช่น ข้อวัตรปฏิบัติ, ธรรมเนียม เช่น ศีลาจารวัตร; ความประพฤติเช่น พระราชจริยวัตร, การปฏิบัติ เช่น ธุดงควัตรอุปัชฌายวัตร,การจำศีล. (ป. วตฺต; ส. วฺฤตฺต).

วัตรปฏิบัติ
[วัดตฺระ] น. การปฏิบัติตามหน้าที่หรือตามศีล.

วัตสดร
[วัดสะดอน] (แบบ) น. โคหนุ่ม, โคถึก. (ส. วตฺสตร).

วัตสะ
(แบบ) น. ลูกวัว; เด็กเล็ก. (ส. วตฺส).

วัติ
[วัด, วัดติ] น. วดี, รั้ว. (ป. วติ).

วัทน์
(แบบ) น. วทนะ. (ป., ส. วทน).

วัน ๑
น. ระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่ยํ่ารุ่งถึงยํ่ารุ่ง หรือตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเที่ยงคืน เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาหยุดราชการ ๑ วัน,ระยะเวลา ๑๒ ชั่วโมง ตั้งแต่ย่ำรุ่งถึงย่ำค่ำ,เรียกว่า กลางวัน,มักเรียกสั้น ๆ ว่า วัน, ระยะเวลา ๑๒ ชั่วโมง ตั้งแต่ย่ำค่ำถึงย่ำรุ่งเรียกว่า กลางคืน, มักเรียกสั้น ๆ ว่า คืน, เช่น เขาไปสัมมนาที่พัทยา๒ วัน ๑ คืน, ช่วงเวลากลางวัน เช่น เช้าขึ้นมาก็รีบไปทำงานทุกวัน;(กฎ) เวลาทําการตามที่ได้กําหนดขึ้นโดยกฎหมาย คําสั่งศาล หรือระเบียบข้อบังคับ หรือเวลาทําการตามปรกติของกิจการนั้นแล้วแต่กรณี (ใช้ในทางคดีความ ในทางราชการ หรือทางธุรกิจการค้าและการอุตสาหกรรม).

วันโกน
น. วันที่พระปลงผม คือ วันขึ้นและวันแรม ๑๔ คํ่าหรือวันแรม ๑๓ คํ่าของเดือนขาด, (ปาก) ชื่อวันก่อนวันพระวันหนึ่งเดือนหนึ่งมี ๔ วัน คือ ขึ้น ๗ คํ่า ขึ้น ๑๔ คํ่า แรม ๗ คํ่าและแรม ๑๔ คํ่า ถ้าเป็นเดือนขาดก็แรม ๑๓ คํ่า.

วันเข้าพรรษา
น. วันที่พระสงฆ์เริ่มเข้าจำพรรษา คือ วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๘.

วันแข็ง
(โหร) น. วันซึ่งถือว่าดาวมีพลังแรง ได้แก่ วันอาทิตย์วันอังคาร วันเสาร์.

วันครู
(โหร) น. วันพฤหัสบดี; วันที่ระลึกถึงครู ปัจจุบันกำหนดวันที่ ๑๖ มกราคมของปีเป็นวันครู.

วันจม
(โหร) น. วันเคราะห์ร้ายในเดือนทางจันทรคติ เป็นวันห้ามทํากิจการใด ๆ ทั้งสิ้น, คู่กับ วันฟู หรือ วันลอย.

วันจักรี
น. วันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนาพระบรมราชวงศ์จักรี ตรงกับวันที่ ๖ เมษายน.

วันฉัตรมงคล
น.วันที่ประกอบพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร ซึ่งตรงกับวันบรม ราชาภิเษก ในรัชกาลปัจจุบันตรงกับวันที่ ๕ พฤษภาคม.

วันเฉลิมพระชนมพรรษา
น. วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินีสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช.

วันดับ
น. วันสิ้นเดือนทางจันทรคติ ซึ่งตรงกับวันแรม ๑๔ คํ่าหรือแรม ๑๕ คํ่า.

วันดีคืนดี
(ปาก) น. โอกาสเหมาะ, มักใช้พูดแสดงเวลาที่ไม่

วันตรุษ
น. วันสิ้นปีซึ่งกำหนดตามจันทรคติ ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำเดือน ๔.

วันตัว
น. วันใดวันหนึ่งในรอบสัปดาห์ซึ่งตรงกับวันเกิด.

วันเถลิงศก
น. วันขึ้นจุลศักราชใหม่ ปรกติตรงกับวันที่ ๑๕ เมษายน.

วันที่
น. ลำดับวันในเดือนหนึ่ง ๆ ทางสุริยคติ เช่น วันที่ ๑ สิงหาคมวันที่ ๒ กันยายน.

วันเนา
น. วันที่อยู่ถัดจากวันมหาสงกรานต์ หน้าวันเถลิงศกปรกติตรงกับวันที่ ๑๔ เมษายน.

วันปวารณา, วันมหาปวารณา
น. วันออกพรรษา.

วันปวารณา, วันมหาปวารณา
น. วันออกพรรษา.

วันปิยมหาราช
น. วันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช เสด็จสวรรคต ตรงกับวันที่ ๒๓ ตุลาคม.

วันพระ
น. วันประชุมถือศีลฟังธรรมในพระพุทธศาสนา เดือนหนึ่งมี ๔ วัน คือ วันขึ้น ๘ คํ่า ขึ้น ๑๕ คํ่า แรม ๘ คํ่า และแรม ๑๕ คํ่าถ้าเป็นเดือนขาดก็แรม ๑๔ คํ่า.

วันพระไม่มีหนเดียว
(สํา) น. วันหน้ายังมีโอกาสอีก(มักใช้พูดเป็นเชิงอาฆาต).

วันเพ็ญ
น. วันกลางเดือนนับตามจันทรคติ คือวันที่พระจันทร์ขึ้นเต็มดวง.

วันฟู, วันลอย
(โหร) น. วันที่ถือว่าเป็นมงคลในเดือนทางจันทรคติสําหรับเริ่มกิจการต่าง ๆ, คู่กับ วันจม.

วันฟู, วันลอย
(โหร) น. วันที่ถือว่าเป็นมงคลในเดือนทางจันทรคติสําหรับเริ่มกิจการต่าง ๆ, คู่กับ วันจม.

วันมหาสงกรานต์
น. วันเริ่มต้นเทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน.

วันมาฆบูชา
น. วันเพ็ญเดือน ๓ เป็นวันทำบุญพิเศษทางพระพุทธศาสนาเพื่อระลึกถึงความสำคัญ ๔ ประการ คือ๑. วันเพ็ญดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (ดวงจันทร์เดินมาถึงดาวฤกษ์ชื่อ มฆะ ส่วนในปีที่มีอธิกมาสจะตรงกับวันเพ็ญเดือน ๔)๒. พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ๓.พระสงฆ์ที่มาประชุมกันในวันนั้นล้วนเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งเรียกการบวชแบบนี้ว่าเอหิภิกขุอุปสัมปทา๔. พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น, วันจาตุรงคสันนิบาต ก็เรียก.

วันยังค่ำ
(ปาก) ว. เสมอ, ทุกคราวไป, แน่ ๆ, เช่น แพ้วันยังคํ่า;ตลอดวัน เช่น ทํางานวันยังคํ่า.

วันรัฐธรรมนูญ
น. วันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้แก่ประชาชนชาวไทย ตรงกับวันที่ ๑๐ ธันวาคม.

วันแรกนา, วันแรกนาขวัญ
น. วันประกอบพิธีเริ่มไถนาทางราชการเรียกว่าวันพระราชพิธีจรดพระนังคัล.

วันแรกนา, วันแรกนาขวัญ
น. วันประกอบพิธีเริ่มไถนาทางราชการเรียกว่าวันพระราชพิธีจรดพระนังคัล.

วันแรงงาน
น. วันหยุดงานเพื่อเป็นที่ระลึกแก่ผู้ใช้แรงงาน ตรงกับวันที่ ๑ พฤษภาคม, วันกรรมกร ก็เรียก.

วันแล้ววันเล่า
ว. เป็นเช่นนั้นติดต่อกันยาวนานไม่เปลี่ยนแปลง เช่นทำงานวันแล้ววันเล่าไม่รู้จักเสร็จ คอยวันแล้ววันเล่าก็ไม่มาสักที.

วันวิสาขบูชา
น. วันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า.

วันสงกรานต์
น. วันเทศกาลเนื่องในการขึ้นปีใหม่อย่างเก่า ซึ่งกำหนดตามสุริยคติ ปรกติตกวันที่ ๑๓๑๔๑๕ เมษายน.

วันสหประชาชาติ
น. วันสถาปนาองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งเรียกว่า องค์การสหประชาชาติ ตรงกับวันที่ ๒๔ ตุลาคม.

วันสารท
น. วันทำบุญสิ้นเดือน ๑๐.

วันสืบพยาน
(กฎ) น. วันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยาน.

วันสุกดิบ
น. วันเตรียมงาน ซึ่งเป็นวันก่อนถึงกําหนดวันงานพิธี ๑ วัน.

วันหน้า
น. วันที่จะมาถึงข้างหน้า เช่น วันหน้าจะพบกันใหม่,ใช้ว่า วันหลัง ก็มี.

วันหน้าวันหลัง
น. วันใดวันหนึ่งในอนาคต เช่น จะทำอะไรก็เผื่อวันหน้าวันหลังไว้บ้าง.

วันหลัง
น. วันหลังจากวันนี้ไป เช่น วันหลังจะมาเยี่ยมอีก, ใช้ว่าวันหน้า ก็มี.

วันออกพรรษา
น. วันที่สิ้นสุดการจำพรรษาแห่งพระสงฆ์ คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑, วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา ก็เรียก.

วันอัฐมี
[อัดถะ] น. วันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าในวันแรม ๘ค่ำ เดือน ๖.

วันอาสาฬหบูชา
[สานหะ, สานละหะ] น. วันเพ็ญเดือน ๘ซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา.

วันอุโบสถ
น. วันขึ้น ๑๕ คํ่า และวันแรม ๑๕ คํ่า ถ้าเป็นเดือนขาดก็แรม ๑๔ คํ่า เป็นวันที่พระลงอุโบสถฟังพระปาติโมกข์และเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนถืออุโบสถศีลคือ ศีล ๘.

วัน ๒
น. แมลงวัน. (ดู แมลงวัน ที่ แมลง).

วัน ๓
น. ป่าไม้, ดง, เช่น อัมพวัน คือ ป่ามะม่วง. (ป. วน).

วัน ๆ
ว. แต่ละวัน เช่น ได้รายได้เป็นวัน ๆ; บางวัน เช่น เขามาทำงานที่นี่เป็นวัน ๆ; ปล่อยให้เวลาล่วงไปอย่างซังกะตาย เช่น อยู่ไปวัน ๆไม่มีความหวัง.

วันต์
(แบบ) ก. คายแล้ว, ทิ้งหรือเลิกแล้ว. (ป.; ส. วานฺต).

วันทน, วันทนา
[วันทะนะ, วันทะนา] น. การไหว้, การเคารพ. (ป., ส.).

วันทน, วันทนา
[วันทะนะ, วันทะนา] น. การไหว้, การเคารพ. (ป., ส.).

วันทนาการ
น. การไหว้. (ป.).

วันทนีย์
ว. ควรไหว้, น่านับถือ. (ป., ส.).

วันทย
[วันทะยะ] ว. ควรไหว้, ควรนอบนบ. (ส.).

วันทยหัตถ์
น. ท่าเคารพด้วยมือของทหาร ตํารวจ ลูกเสือ เป็นต้นที่แต่งเครื่องแบบ สวมหมวก มิได้ถืออาวุธ.

วันทยาวุธ
น. ท่าเคารพด้วยอาวุธของทหาร ตํารวจ ลูกเสือ เป็นต้นที่แต่งเครื่องแบบสวมหมวก และถืออาวุธอยู่กับที่.

วันทยาวุธ
ดู วันทย.

วันทา
ก. ไหว้, แสดงอาการเคารพ. (ป. วนฺท).

วันทาสีมา
ก. ไหว้พัทธสีมาก่อนที่จะเข้าอุโบสถในพิธีอุปสมบท(ใช้แก่นาค).

วันทิ
(แบบ) น. เชลย. (ป., ส.).

วันนิพก
น. วนิพก.

วับ
ว. ฉับพลัน, ฉับไว, ใช้ประกอบอาการของแสงหรือสิ่งมีรูปร่างซึ่งปรากฏให้เห็น แล้วหมดสิ้นหรือลับหายไปอย่างรวดเร็วในทันทีทันใด เช่น แสงหายวับ พูดขาดคําก็หายตัววับลับตาไป,บางทีก็เป็นคําซ้อน เพื่อเน้นหรือเพื่อความไพเราะ เป็น หายวับไปฉับพลัน หายวับไปกับตา เป็นต้น.

วับ ๆ, วับวาบ, วับวาม, วับแวบ
ว. ระยับตา เป็นอาการของแสงหรือเงาที่ปรากฏแล้วหายลับไปทันทีทันใดต่อเนื่องกัน เช่นแสงเพชรเป็นประกายวับ ๆ.

วับ ๆ, วับวาบ, วับวาม, วับแวบ
ว. ระยับตา เป็นอาการของแสงหรือเงาที่ปรากฏแล้วหายลับไปทันทีทันใดต่อเนื่องกัน เช่นแสงเพชรเป็นประกายวับ ๆ.

วับ ๆ, วับวาบ, วับวาม, วับแวบ
ว. ระยับตา เป็นอาการของแสงหรือเงาที่ปรากฏแล้วหายลับไปทันทีทันใดต่อเนื่องกัน เช่นแสงเพชรเป็นประกายวับ ๆ.

วับ ๆ, วับวาบ, วับวาม, วับแวบ
ว. ระยับตา เป็นอาการของแสงหรือเงาที่ปรากฏแล้วหายลับไปทันทีทันใดต่อเนื่องกัน เช่นแสงเพชรเป็นประกายวับ ๆ.

วับแวม
ว. มีแสงดับบ้างเรืองบ้างสลับกันไป เช่น แลเห็นแสงไฟจากกระโจมไฟวับแวม, วับ ๆ แวม ๆ ก็ว่า.

วับ ๆ แวม ๆ
ว. มีแสงดับบ้างเรืองบ้างสลับกันไป เช่น แสงหิ่งห้อยดูวับ ๆ แวม ๆ, วับแวม ก็ว่า; อาการที่แต่งกายไม่มิดชิด เช่นไม่ควรแต่งตัววับ ๆ แวม ๆ ในสถานที่พึงเคารพ ดูไม่สุภาพ.

วับ ๆ หวำ ๆ
ว. รู้สึกวาบ ๆ ในใจด้วยความหวาดหวั่น เช่น ใจวับ ๆ หวำ ๆเวลาจะเข้ารับการผ่าตัด.

วัปป, วัปปะ
[วับปะ] น. การหว่านพืช เช่น พิธีวัปปมงคล; ฝั่งน้ำ. (ป. วป ว่าผู้หว่านพืช; ส. วปฺร ว่า ฝั่งน้ำ ทุ่งที่หว่านพืชไว้ ทุ่ง).

วัปป, วัปปะ
[วับปะ] น. การหว่านพืช เช่น พิธีวัปปมงคล; ฝั่งน้ำ. (ป. วป ว่าผู้หว่านพืช; ส. วปฺร ว่า ฝั่งน้ำ ทุ่งที่หว่านพืชไว้ ทุ่ง).

วัมมิกะ
น. จอมปลวก. (ป. วมฺมีก; ส. วลฺมีก).

วัย, วัย
[ไว, ไวยะ] น. เขตอายุ, ระยะของอายุ, เช่น วัยเด็ก วัยหนุ่มสาววัยชรา. (ป., ส. วย).

วัย, วัย
[ไว, ไวยะ] น. เขตอายุ, ระยะของอายุ, เช่น วัยเด็ก วัยหนุ่มสาววัยชรา. (ป., ส. วย).

วัยกลางคน
น. วัยที่มีอายุพ้นวัยหนุ่มสาวแต่ยังไม่แก่ อายุประมาณ๓๐๕๐ ปี.

วัยกำดัด
น. วัยรุ่น.

วัยขบเผาะ
ว. วัยของเด็กหญิงที่เพิ่งเริ่มแตกเนื้อสาว.

วัยคะนอง
น. วัยหนุ่มสาวที่ชอบสนุกสนาน, วัยหนุ่มสาวที่กำลังฮึกห้าว.

วัยงาม
น. ลักษณะของหญิงที่ดูงามทุกวัย เป็นลักษณะอย่าง ๆในเบญจกัลยาณี.

วัยจูง
น. วัยของเด็กระหว่างวัยแล่นกับวัยอุ้ม.

วัยฉกรรจ์
น. วัยหนุ่มที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง.

วัยชรา
น. วัยที่ต่อจากวัยกลางคน อายุเกิน ๖๐ ปี.

วัยเด็ก
น. วัยที่อายุยังน้อย.

วัยทารก
น. วัยเด็กเล็ก ๆ ที่ยังไม่เดียงสา.

วัยรุ่น
น. วัยที่มีอายุประมาณ ๑๓๑๙ ปี, วัยกำดัด ก็ว่า.

วัยแล่น
น. วัยของเด็กถัดจากวัยจูง.

วัยวุฒิ
[ไวยะวุดทิ, ไวยะวุด] น. ความเป็นผู้ใหญ่โดยอายุ.(ป. วย + วุฑฺฒิ).

วัยสาว
น. วัยที่มีอายุพ้นวัยเด็ก นับตามความนิยมตั้งแต่ ๑๕๓๐ ปี,ใช้แก่หญิง.

วัยหนุ่ม
น. วัยที่มีอายุพ้นวัยเด็ก นับตามความนิยมตั้งแต่ ๑๕๓๐ ปี,ใช้แก่ชาย.

วัยหนุ่มสาว
น. วัยที่มีอายุพ้นวัยเด็ก นับตามความนิยมตั้งแต่๑๕๓๐ ปี.

วัยอุ้ม
น. วัยของเด็กก่อนวัยจูง.

วัลก์
(แบบ) น. เปลือกไม้; เกล็ดปลา. (ส.).

วัลคุ
[วันละคุ] (แบบ) ว. งาม, สวย, น่ารัก; ไพเราะ. (ส. วลฺคุ; ป. วคฺคุ).

วัลย์
น. เถาวัลย์, เครือเขา, ไม้เถา. (ป., ส. วลฺลี).

วัลลภ
[วันลบ] น. คนสนิท, ผู้ชอบพอ, คนโปรด, คนรัก. (ป., ส.).

วัลลี
น. เถาวัลย์, เครือเขา, ไม้เถา. (ป., ส.).

วัว ๑
น. ชื่อสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิด Bos taurus ในวงศ์ Bovidae เป็นสัตว์กีบคู่ลำตัวมีสีต่าง ๆ เช่น นํ้าตาลนวล เขาโค้ง สั้น มีเหนียงห้อยอยู่ใต้คอถึงอก ขนปลายหางเป็นพู่, โค ก็เรียก, (ปาก) งัว.

วัวเขาเกก
น. วัวที่มีเขาเฉออกไม่เข้ารูปกัน; โดยปริยายหมายถึงคนที่เป็นอันธพาลเกะกะเกเร, ควายเขาเกก ก็ว่า.

วัวใครเข้าคอกคนนั้น
(สํา) น. กรรมที่มีผู้ใดทําไว้ย่อมส่งผลให้แก่ผู้นั้น ดุจวัวที่กลับเข้าคอกของมันเอง.

วัวตัวผู้
น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์บุรพผลคุนี มี ๒ ดวง, ดาวงูเมียดาวปุรพผลคุนี หรือ ดาวปุพพผลคุนี ก็เรียก.

วัวตัวเมีย
น. ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์อุตรผลคุนี มี ๒ ดวง,ดาวเพดาน หรือ ดาวอุตตรผลคุนี ก็เรียก.

วัวเถลิง
น. วัวเปลี่ยว, วัวหนุ่ม.

วัวพันหลัก
(สํา) ว. อาการที่วกหรือย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้น เช่นให้การเป็นวัวพันหลัก, ลักษณะที่วกหรือย้อนกลับไปหาบุคคลที่เป็นต้นตอผู้รับผิดชอบ (มักใช้ในทางชู้สาว) มาจากสำนวนเต็มว่าแม่สื่อแม่ชัก ไม่ได้เจ้าตัว เอาวัวพันหลัก หมายความว่า ชายที่ใช้แม่สื่อไปติดต่อหญิงที่ตนชอบ แล้วไม่ได้ตัวหญิงคนนั้น เลยเอาแม่สื่อนั้นเองเป็นภรรยา หรือผู้หญิงทำทีรับอาสาไปติดต่อหญิงคนใดคนหนึ่งให้แก่ชาย แต่ในที่สุดก็เอาตัวเองเข้าพัวพันจนได้ชายคนนั้นเป็นสามี.

วัวลืมตีน
(สำ) น. คนที่ได้ดีแล้วลืมฐานะเดิมของตน.

วัวสันหลังหวะ
น. คนที่มีความผิดติดตัวทําให้คอยหวาดระแวง,วัวสันหลังขาด ก็ว่า.

วัวหายล้อมคอก
(สํา) น. ของหายแล้วจึงจะเริ่มป้องกัน, เรื่องเกิดขึ้นแล้วจึงคิดแก้ไข.

วัว ๒
ดู งัว ๕.

วัวทะเล
ดู พะยูน.

วัส, วัสสะ
[วัดสะ] น. ฝน, ฤดูฝน; ปี. (ป.; ส. วรฺษ).

วัส, วัสสะ
[วัดสะ] น. ฝน, ฤดูฝน; ปี. (ป.; ส. วรฺษ).

วัสคณนา
[วัดสะคะนะนา] น. การนับปี. (ป. วสฺส + คณนา).

วัสโสทก
น. นํ้าฝน. (ป.).

วัสดุ
[วัดสะดุ] น. วัตถุที่นํามาใช้ เช่น วัสดุก่อสร้าง; ของใช้ที่มีอายุการใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น กระดาษ ดินสอ (ใช้แก่การงบประมาณ).(ส. วสฺตุ; ป. วตฺถุ).

วัสตร์
(แบบ) น. วัตถ์, ผ้า, เสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม. (ส. วสฺตฺร; ป. วตฺถ).

วัสน์
(แบบ) น. วสนะ. (ป., ส.).

วัสนะ
[วัดสะนะ] (แบบ) น. ฝนตก. (ป. วสฺสน; ส. วรฺษณ).

วัสสาน, วัสสานะ
[วัดสานะ] น. ฤดูฝน, หน้าฝน. (ป. วสฺสาน ว่า ฤดูฝน).

วัสสาน, วัสสานะ
[วัดสานะ] น. ฤดูฝน, หน้าฝน. (ป. วสฺสาน ว่า ฤดูฝน).

วัสสานฤดู
[วัดสานะรึดู] น. ฤดูฝน, ในกลุ่มประเทศเขตร้อนอันมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย แบ่งฤดูกาลออกเป็น ๓ ฤดู คือฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ช่วงระยะเวลาของแต่ละฤดูในแต่ละท้องถิ่นหรือประเทศอาจแตกต่างกันไปบ้างและไม่ค่อยตรงกันเฉพาะในภาคกลางของประเทศไทย ฤดูฝนเริ่มต้นประมาณตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม หรือทางจันทรคติเริ่มต้น,วันแรมค่ำหนึ่ง เดือน ๘ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ บางทีก็เขียนเพี้ยนไปเป็น วสันต์. (ป. วสฺสาน + ส. ฤตุ = ฤดูฝน).

วัสโสทก
ดู วัส, วัสสะ.

วา ๑
น. มาตราวัดตามวิธีประเพณี เท่ากับ ๔ ศอก มีอัตราเท่ากับ ๒ เมตร,อักษรย่อว่า ว. ก. กิริยาที่กางแขนเหยียดตรงออกทั้ง ๒ ข้าง.วาตารางเหลี่ยม (เลิก) น. มาตราวัดตามวิธีประเพณี มีอัตราเท่ากับ๔ ตารางเมตร, ตารางวา ก็ว่า, อักษรย่อว่า ตร.ว. หรือ ว๒.

วา ๒
น. เพลงปี่พาทย์ทํานองหนึ่ง ใช้บรรเลงก่อนตัวแสดงออกแสดงเพื่อให้ผู้ชมรู้ว่าการแสดงจะเริ่มแล้ว.

ว่า
ก. พูด, บอก, เช่น เขาว่า ที่นี่ฝนตกทุกวัน; ดุ เช่น อย่าเอะอะไปเดี๋ยวครูว่าเอา, ติ เช่น ดีแต่ว่าเขา; ดุด่าว่ากล่าว เช่น ว่าไม่ได้ ก็เลี้ยงไม่ได้; ร้อง เช่น ว่าเพลง; จ้าง, ตกลงให้ทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยให้ค่าจ้าง, เช่น ไปว่าขนมมาเลี้ยงแขก, ว่าจ้าง ก็ว่า; ใช้เป็นสันธานเชื่อมประโยค เช่น พูดว่า คิดว่า หมายความว่า มีความเห็นว่า.(ปาก) ก. เป็นคำใช้แทนกริยาอื่นบางคำได้ เป็นต้นว่าใช้แทนคำว่ากิน เช่น ว่าเสียเรียบ ว่าเสียเต็มคราบ ใช้แทนคำว่า ทำ เช่น ว่าเสียเอง.

ว่ากลอนสด
ก. กล่าวกลอนที่ผูกขึ้นอย่างปัจจุบันโดยมิได้คิดมาก่อน; โดยปริยายหมายถึงกล่าวข้อความที่ไม่ได้เตรียมมาก่อน,พูดกลอนสด ก็ว่า.

ว่ากล่าว
ก. ตำหนิ, ตักเตือน, เช่น มาทำงานสายเป็นประจำจึงถูกผู้บังคับบัญชาเรียกไปว่ากล่าว, สั่งสอน เช่นผู้ใหญ่ว่ากล่าวไม่เชื่อฟัง.

ว่าการ
ก. ดูแลตรวจตราสั่งการงาน.

ว่าขาน
ก. พูดต่อว่า, พูดติ, เช่น พระมิได้ตอบคำว่าขานตรัสแต่กิจการกรุงศรี แต่ดูพระกิริยาพาที เหมือนจะเคลื่อนคลายที่โกรธา ฯ (อิเหนา).

ว่าข้ามหัว, ว่าส่ง
ก. พูดลอย ๆ ไม่เจาะจงคู่กรณีหรือผู้ถูกว่า.

ว่าข้ามหัว, ว่าส่ง
ก. พูดลอย ๆ ไม่เจาะจงคู่กรณีหรือผู้ถูกว่า.

ว่าเข้านั่น
(ปาก) เป็นคำที่เปล่งออกมาในลักษณะที่แสดงว่าเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งกล่าวนั้นไม่น่าเชื่อถือเป็นต้น.

ว่าความ
ก. (กฎ) ว่าต่างหรือแก้ต่างแทนคู่ความในคดี; (โบ)ชําระความ เช่น ท้าวมาลีวราชว่าความ.

ว่าง่าย, ว่านอนสอนง่าย
ก. อยู่ในโอวาท, เชื่อฟังคำสั่งสอนโดยดี.

ว่าง่าย, ว่านอนสอนง่าย
ก. อยู่ในโอวาท, เชื่อฟังคำสั่งสอนโดยดี.

ว่าจ้าง
ก. จ้าง, ตกลงให้ทําการสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยให้ค่าจ้าง, เช่นเขาว่าจ้างช่างให้มาทำรั้วบ้าน, ว่า ก็ว่า.

ว่าด้วย
บ. เกี่ยวกับ เช่น วารสารชุดนี้ว่าด้วยเรื่องวัฒนธรรมกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์.

ว่าต่าง
(กฎ) ก. ว่าความแทนโจทก์, ใช้คู่กับ แก้ต่าง ซึ่งหมายถึงว่าความแทนจําเลย.

ว่าตามหลัง
ก. ติเตียนหรือนินทาเมื่อผู้ถูกว่าคล้อยหลังไปแล้ว.

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง
(สำ) ก. ตำหนิผู้อื่นเรื่องใดแล้วตนก็กลับทำในเรื่องนั้นเสียเอง.

ว่าที่
ก. รั้งตำแหน่งหรือยศ (ใช้แก่ทหารหรือตำรวจ) เช่นว่าที่ร้อยตรี ว่าที่พันตำรวจโท; (ปาก) รั้งตำแหน่งที่จะเป็นต่อไปเช่น ว่าที่พ่อตา.

ว่าไปทำไมมี
ก. พูดไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ เช่น ว่าไปทำไมมีเมื่อก่อนก็ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวอยู่แล้ว; ใช้เป็นคำขึ้นต้นประโยคหมายความว่า อันที่จริง เช่น ว่าไปทำไมมี เราคนกันเองทั้งนั้น.

ว่าไม่ได้
(ปาก) ว. ยังลงความเห็นไม่ได้, ยังไม่แน่นอน, เช่นว่าไม่ได้เขาอาจจะถูกสลากกินแบ่งรางวัลที่ ๑ ก็ได้.

ว่าไม่ไว้หน้า
ก. ดุด่าว่ากล่าวผู้ใดผู้หนึ่งต่อหน้าให้ได้รับความอับอายโดยไม่เกรงใจ.

ว่ายาก
ว. ดื้อดึง, ไม่อยู่ในโอวาท, ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน,ว่ายากสอนยาก ก็ว่า.

ว่าลับหลัง
ก. นินทา.ว่าแล้ว เป็นคำที่เปล่งออกมาในลักษณะที่ได้เกิดเหตุการณ์ตรงตามที่ได้ว่าไว้ เช่น ฉันว่าแล้วไม่ผิดไปจากที่พูดเลย.ว่าแล้วว่าอีก ก. พูดหรือตำหนิติเตียนซ้ำซาก.

ว่าวอน
(แบบ) ก. อ้อนวอน เช่น ผ่านม่านสุวรรณซึ่งกั้นกางเห็นนางบรรทมอยู่ในที่ พี่เลี้ยงโลมไล้ไม่ไยดี มะเดหวีจึงเข้าไปว่าวอน. (อิเหนา).

ว่าส่ง ๆ, ว่าส่งเดช
ก. พูดพล่อย ๆ ไม่มีเหตุผล.

ว่าส่ง ๆ, ว่าส่งเดช
ก. พูดพล่อย ๆ ไม่มีเหตุผล.

ว่าสาดเสียเทเสีย
(สำ) ก. ว่าอย่างเจ็บแสบทำให้เสียหายอย่างรุนแรง.

ว่าใส่หน้า
ก. ต่อว่าหรือติเตียนซึ่ง ๆ หน้า.

ว่าอะไรว่าตามกัน
(สำ) ก. ปรองดองกัน, ไม่ขัดคอกัน, พูดเต็มว่าว่าอะไรว่าตามกัน ได้เงินหม้อทองหม้อ หมายความว่า ว่าอะไรว่าตามกัน จะเกิดความเจริญมั่งคั่ง(มักใช้แก่คู่สามีภรรยา).

ว่าเอาเอง
ก. พูดแต่งเรื่องขึ้นมาเอง.

ว้า ๑
อ. คำที่เปล่งออกมาเมื่อรู้สึกไม่พอใจหรือผิดจากที่คาดไว้เป็นต้น.ว. คําออกเสียงลงท้ายประโยคแสดงความสงสัยหรือปลอบใจเป็นต้นเช่น หายไปไหนว้า อย่าเสียใจไปเลยว้า.

ว้า ๒
ว. ว่าง, เปลี่ยวใจ, เปล่าใจ, ใจหาย.

ว้าเหว่
ว. รู้สึกอ้างว้าง, เปลี่ยวใจ, เช่น ไปต่างถิ่น พอเย็นลงก็รู้สึกว้าเหว่ คิดถึงบ้าน.

วาก ๑
ว. เปล่า, หาย, ว้าเหว่, เช่น ใจวาก.

วาก ๒, วากะ
[วากะ] น. เปลือกไม้, ป่าน, ปอ. (ป.; ส. วลฺก).

วาก ๒, วากะ
[วากะ] น. เปลือกไม้, ป่าน, ปอ. (ป.; ส. วลฺก).

วากจิรพัสตร์
น. ผ้าที่ทําด้วยเปลือกไม้, ผ้าป่าน. (ป. วากจิร ว่าที่ทําด้วยเปลือกไม้ + ส. วสฺตฺร ว่า ผ้า).

ว้าก
ว. เสียงร้องดัง ๆ อย่างเสียงเด็กร้อง, หวาก ก็ว่า.

วากย, วากยะ
[วากกะยะ] น. คําพูด, คํากล่าว, ถ้อยคํา, ประโยค. (ป., ส.).

วากย, วากยะ
[วากกะยะ] น. คําพูด, คํากล่าว, ถ้อยคํา, ประโยค. (ป., ส.).

วากยสัมพันธ์
น. ชื่อตําราไวยากรณ์ตอนที่แยกความออกเป็นประโยค ๆ และบอกความเกี่ยวข้องของคําในประโยค.

วากรา
[วากกะรา] (แบบ) น. ตาข่าย; บ่วง, เครื่องดักสัตว์. (ป.; ส. วาคุรา).

วาง
ก. ทําให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งพ้นจากมือหรือบ่าเป็นต้นด้วยอาการกิริยาต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เช่น วางข้าวของเรียงเป็นแถว วางกับดักหนูวางกระดานลงกับพื้น วางเสาพิงกับผนัง; กำหนด, ตั้ง, เช่นวางกฎ วางเงื่อนไข วางรากฐาน; จัดเข้าประจําที่ เช่น วางคนวางยาม, วางกำลัง; ปล่อยวาง เช่น วางอารมณ์ วางธุระ; (กลอน)อาการที่เคลื่อนไปโดยรีบร้อน เช่น ขี่ช้างวางวิ่ง.

วางก้าม
ก. ทําท่าใหญ่โต, ทําท่าเป็นนักเลงโต, วางโต ก็ว่า.

วางขรึม
ก. ทำท่าขรึม.

วางข้อ
ก. แสดงท่าทางว่าเก่งกล้า, แสดงท่าทางอวดดี, เช่นทำวางข้อเป็นลูกเศรษฐี.

วางไข่
ก. ออกไข่ (ใช้แก่เต่าและปลา).

วางเงิน
ก. ชําระเงินตามเงื่อนไขที่มีต่อกัน เช่น วางเงินมัดจำ.

วางใจ
ก. เชื่อใจ, ไว้ใจ, เช่น อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนจะจนใจเอง.

วางฎีกา
ก. ยื่นใบแจ้งขอเบิกเงินจากคลัง; ยื่นฎีกาอาราธนาพระสงฆ์ (มักใช้เนื่องในงานพระราชพิธีหรือรัฐพิธี).

วางตลาด
ก. นําสินค้าออกวางขายตามร้านทั่วไป.

วางตัว
ก. ประพฤติตน เช่น วางตัวไม่ดี คนอื่นจะดูถูกได้,ปฏิบัติตน เช่น วางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใคร.

วางตัวเป็นกลาง
ก. ไม่เข้าข้างใคร เช่น พี่น้องทะเลาะกันเขาเลยต้องวางตัวเป็นกลาง.

วางตา
ก. ละสายตา, มักใช้ในประโยคปฏิเสธว่า ดูไม่วางตา.

วางโต
ก. ทําท่าใหญ่โต, ทําท่าเป็นนักเลงโต, วางก้าม ก็ว่า.

วางทรัพย์
(กฎ) น. การที่บุคคลผู้ชำระหนี้นำทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ไปวางไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์ประจำตำบลที่จะต้องชำระหนี้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ในกรณีที่เจ้าหนี้บอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้หรือไม่สามารถจะรับชำระหนี้ได้เพื่อให้หลุดพ้นจากหนี้นั้น.

วางท่า
ก. ทําท่าไว้ยศ เช่น วางท่าเป็นอธิบดี, วางปุ่ม ก็ว่า.

วางเบ็ด, วางเบ็ดราว
ก. นำเบ็ดราวที่เกี่ยวเหยื่อแล้วไปหย่อนลงในแม่น้ำลำคลอง.

วางเบ็ด, วางเบ็ดราว
ก. นำเบ็ดราวที่เกี่ยวเหยื่อแล้วไปหย่อนลงในแม่น้ำลำคลอง.

วางปึ่ง
ก. ทำท่าไว้ยศไม่อยากพูดจาด้วย; ทำทีเฉยแสดงอาการคล้ายกับโกรธ.

วางปุ่ม
ก. ทําท่าไว้ยศ, วางท่า ก็ว่า.

วางผังเมือง
ก. ควบคุมและกำหนดแนวทางในการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อมโดยคำนึงถึงความสุข ความสะดวกสบายความปลอดภัย ความประหยัด และความสวยงามของชุมชนเป็นส่วนรวม.

วางแผน
ก. กะกำหนดแผนหรือโครงการที่จะดำเนินการต่อไป,วางแผนการ ก็ว่า; ทำท่าทีใหญ่โต เช่น ทำวางแผนเป็นขุนนางชั้นสูง.

วางแผนการ
ก. กะกำหนดแผนหรือโครงการที่จะดำเนินการต่อไป;วางแผน ก็ว่า.

วางเพลิง
[เพฺลิง] ก. จุดไฟเผาอาคารบ้านเรือนหรือทรัพย์สมบัติ;โดยปริยายหมายความว่าให้ร้ายคนอื่น.

วางมวย
ก. ชกต่อยวิวาทกัน.

วางมาด
ก. แสดงท่าทางให้เห็นว่าใหญ่โตหรือมีอํานาจเป็นต้นเช่น วางมาดเป็นดารา.หรือตลอดไป

วางมือ
ก. ไม่เอาเป็นธุระ, หยุดหรือเลิกการงานที่ทําอยู่ชั่วคราวเช่น วางมือจากทำสวนไปทำกับข้าว วางมือจากการเป็นครู.

วางยา
ก. ให้กินยาเพื่อรักษาโรค เช่น หมอวางยาคนไข้ได้ถูกกับโรค, ลอบเอายาพิษให้กิน เช่น โดนวางยาในอาหาร;โดยปริยายหมายความว่า พูดให้เสียหาย.

วางราง
ก. ติดตั้งรางเพื่อให้รถไฟเป็นต้นเคลื่อนไป.

วางวาย
ก. ตาย เช่น นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์.(กฤษณา), วายวาง ก็ว่า.

วางสาย
ก. ติดตั้งสายไฟฟ้าสายโทรศัพท์เป็นต้น;โดยปริยายหมายความว่า จัดคนเข้าไปสืบความลับของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น วางสายเข้าไปปล้นธนาคาร.

วางหน้า
ก. ตีหน้า เช่น วางหน้าไม่สนิท วางหน้าเก้อ ๆ.

วางหมาก
ก. กำหนดตัวบุคคลให้เหมาะแก่งานเพื่อให้ได้ผลตามแผนการที่กำหนดไว้.

วางอาวุธ
ก. ยอมแพ้.

วางอำนาจ
ก. แสดงอํานาจ, อวดอํานาจ.

ว่าง
ว. เปล่า, ไม่มีอะไรนอกจากตัวของมันเองที่อ้างถึง, เช่น ห้องว่างที่ว่าง ตําแหน่งว่าง, บางทีใช้ควบคู่กับคํา เปล่า เป็น ว่างเปล่า; ไม่มีภาระผูกพัน เช่น วันนี้ว่างทั้งวันเย็นนี้หมอว่าง ไม่มีคนไข้.น. เรียกของกินในเวลาที่ไม่ใช่เวลากินข้าวว่า ของว่าง เครื่องว่างอาหารว่าง.

ว่าง ๆ
ว. ไม่มีอะไรจะทำ, ไม่มีภาระ, เช่น อยู่ว่าง ๆ ไม่รู้จะทำอะไร.

ว่างงาน
ก. ตกงาน, ไม่มีงานทํา.

ว่างเปล่า
ว. ไม่มีอะไรเลย เช่น โต๊ะตัวนี้ว่างเปล่าไม่มีของวางอยู่เลย.

ว่างมือ
ว. ไม่มีอะไรทำ เช่น ว่างมือเมื่อไร จะช่วยตัดเสื้อให้.

ว่างเว้น
ก. งด, เว้น, เช่น ว่างเว้นจากการเสพสุรายาเมา เขาเคยมาเสมอ แต่หมู่นี้ว่างเว้นไป.

ว้าง
ว. เปล่า, ว่าง.

ว้างเวิ้ง
ว. เป็นช่องว่างและโล่งออกไปกว้างขวาง.

วาจก
น. ผู้กล่าว, ผู้บอก, ผู้พูด. (ไว) ก. กริยาของประโยคที่แสดงว่าประธานทําหน้าที่เป็นผู้ทํา ผู้ใช้ ผู้ถูกทํา หรือผู้ถูกใช้แบ่งเป็น ๓ ชนิด คือ กรรตุวาจก กรรมวาจกและการิตวาจก.(ป., ส.).

วาจา
น. ถ้อยคํา, คํากล่าว, คําพูด, เช่น วาจาสุภาพ วาจาอ่อนหวานวาจาสัตย์. (ป., ส.).

วาจาไปยะ
(แบบ) น. คําอ่อนหวาน. (ป. วาจาเปยฺย, วาชเปยฺย).

วาจาล
(แบบ) ว. ช่างพูด. (ป., ส.).

วาชเปยะ
[วาชะ] น. การดื่มเพื่อพลัง; ชื่อพิธีบูชาอย่างหนึ่งในอินเดียโบราณที่จัดทำสำหรับบุคคลในวรรณะกษัตริย์และวรรณะพราหมณ์. (ส.).

วาฏกะ
[วาตะ] (แบบ) น. วงกลม, สังเวียน. (ป.).

วาณิช, วาณิชกะ
[วานิด, วานิดชะ] น. พ่อค้า, มักใช้พูดเข้าคู่กับคำ พ่อค้าเป็นพ่อค้าวาณิช. (ป., ส.).

วาณิช, วาณิชกะ
[วานิด, วานิดชะ] น. พ่อค้า, มักใช้พูดเข้าคู่กับคำ พ่อค้าเป็นพ่อค้าวาณิช. (ป., ส.).

วาณิชย์
น. การค้าขาย. (ส.).

วาณี
น. ถ้อยคํา, ภาษา. (ป., ส.); เจ้าแม่แห่งวาจา คือ พระสรัสวดี. (ส.).

วาด ๑
ก. เขียนหรือลากเส้นเป็นลวดลายหรือรูปภาพ เช่น วาดภาพดอกไม้วาดภาพทิวทัศน์, เขียนเป็นลายเส้น เช่น วาดภาพลายไทย,โดยปริยายหมายถึงสิ่งที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น วาดวิมานในอากาศเสียสวยหรู วาดโครงการในอนาคต; ทอดแขนหรือกรายแขนอย่างอ่อนช้อยในการฟ้อนรํา.

วาดเขียน
น. วิชาว่าด้วยการเขียนรูปภาพต่าง ๆ.

วาดปาก
ก. เอานิ้วมือป้ายสีผึ้งหรือใช้ลิปสติกลูบไล้ไปตามริมฝีปากให้ทั่ว.

วาดภาพ
ก. วาดเป็นภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น วาดภาพคนวาดภาพทิวทัศน์.

วาดลวดลาย
ก. แสดงท่ารำหรือเต้นรำเป็นต้นได้งดงามไปตามจังหวะดนตรี; (ปาก) แสดงชั้นเชิง เช่น วาดลวดลายในการโฆษณา.

วาด ๒
ก. พายเรือโดยกวาดพายเป็นแนวโค้งเข้าหาตัว, ตรงข้ามกับ คัด.

วาต, วาตะ
[วาตะ] น. ลม. (ป., ส.).

วาต, วาตะ
[วาตะ] น. ลม. (ป., ส.).

วาตปานะ
น. หน้าต่าง, ช่องลมที่มีบานเปิดปิดได้อย่างบานหน้าต่าง.(ป.).

วาตภัย
[วาตะ] น. ภัยอันตรายที่เกิดจากพายุ.

วาท, วาท
[วาด, วาทะ] น. คําพูด, ถ้อยคํา; ลัทธิ, ความเห็น. (ป., ส.).

วาท, วาท
[วาด, วาทะ] น. คําพูด, ถ้อยคํา; ลัทธิ, ความเห็น. (ป., ส.).

วาทศาสตร์
น. วิชาว่าด้วยศิลปะในการใช้ถ้อยคําสํานวนโวหารให้ได้ผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย เช่นพูดโต้แย้ง พูดชวนให้เชื่อถือ.(อ. rhetorics).

วาทศิลป์
น. ศิลปะในการใช้ถ้อยคําสํานวนโวหารให้ประทับใจ.(อ. rhetoric).

วาทกะ
[วาทะกะ] น. ผู้ประโคม, ผู้บรรเลงดนตรี, นักดนตรี. (ส.).

วาทนะ
[วาทะนะ] น. การประโคม, การบรรเลงดนตรี. (ส.).

วาทย, วาทย์
[วาทะยะ, วาดทะยะ] น. เครื่องประโคม, เครื่องบรรเลง,เครื่องเป่า. (ส.).

วาทย, วาทย์
[วาทะยะ, วาดทะยะ] น. เครื่องประโคม, เครื่องบรรเลง,เครื่องเป่า. (ส.).

วาทยกร
[วาทะยะกอน, วาดทะยะกอน] น. ผู้อํานวยการให้จังหวะดนตรี, ผู้อำนวยเพลง ก็เรียก.

วาทิต
น. สังคีต, ดนตรี; ผู้บรรเลงดนตรี. (ป. วาทิต, วาทิตฺต; ส. วาทิต, วาทิตฺร).

วาทิน
น. คนเล่นดนตรี. (ดู วาที).

วาที
น. ผู้พูด, ผู้กล่าว, ผู้ชี้แจง, ผู้โต้แย้ง; คนเล่นดนตรี. (ป., ส.).

วาน ๑
น. กงเรือ. (ดู กงวาน); ช่องที่เจาะบากกงเรือเพื่อให้นํ้าเดิน เรียกว่าช่องวาน.

วาน ๒
น. วันก่อนวันนี้วันหนึ่ง, มักใช้ว่า เมื่อวาน หรือ เมื่อวานนี้.

วานซืน
น. วันก่อนเมื่อวานนี้วันหนึ่ง, วันก่อนวันนี้ไป ๒ วัน,มักใช้ว่า เมื่อวานซืน.

วาน ๓
ก. ขอให้ช่วยทําแทนตัว เช่น วานเขียนหนังสือให้หน่อย วานไปซื้อตั๋วรถไฟ.

ว่าน
น. ชื่อเรียกพืชบางชนิดที่มีหัวบ้าง ไม่มีหัวบ้าง ใช้ทำยาบ้าง หรือเชื่อกันว่าทำให้อยู่ยงคงกระพันและเป็นสิริมงคล เช่น ว่านนางล้อมว่านเสน่ห์จันทร์แดง.

ว่านกาบหอย
น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Tradescantia spathacea Sw.วงศ์ Commelinaceae ลำต้นตั้งตรงอวบน้ำ ไม่แตกกิ่ง ใบยาว ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีม่วงแดง ช่อดอกออกที่ง่ามของลำต้น ซึ่งมีกาบรูปเรือ ๒ อันหุ้มอยู่ ดอกมีจำนวนมาก สีขาว ก้านสั้น ใช้ทำยาได้,กาบหอยแครง ก็เรียก.

ว่านกีบม้า, ว่านกีบแรด
ดู กีบแรด.

ว่านกีบม้า, ว่านกีบแรด
ดู กีบแรด.

ว่านไก่ไห้
ดู ไก่ไห้ (๒).

ว่านธรณีสาร
ดู ธรณีสาร ๒.

ว่านนางกวัก
ดู นางกวัก ๒.

ว่านนางล้อม
ดู นางล้อม.

ว่านน้ำ
น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Acorus calamus L. ในวงศ์ Araceaeชอบขึ้นอยู่ในที่ชื้นแฉะ เหง้ามีกลิ่นฉุนแรง, พายัพเรียก กะส้มชื่น.

ว่านพระฉิม
ดู ข้าวข้า.

ว่านเพชรหึง
ดู เพชรหึง ๒.

ว่านมหากาฬ
ดู มหากาฬ ๒.

ว่านมหานิล
ดู มหานิล ๒.

ว่านมหาเมฆ
น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Curcuma aeruginosa> Roxb.ในวงศ์ Zingiberaceae ลักษณะคล้ายต้นกระชาย ขณะออกดอกไม่มีใบ ดอกสีเหลืองเป็นช่อตั้ง อยู่ระหว่างใบประดับสีขาวซึ่งมีปลายสีชมพู ใช้ประกอบอาหารได้, พายัพเรียก ดอกอาว.

ว่านมีดยับ
(ถิ่นอีสาน, พายัพ) น. ว่านหางช้าง. (ดู หางช้าง ๑).

ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว
ดู เสน่ห์จันทร์ขาว.

ว่านเสน่ห์จันทร์แดง
ดู เสน่ห์จันทร์แดง.

ว่านหางช้าง
ดู หางช้าง ๑.

ว่านเครือ
น. เชื้อสาย, เหล่ากอ, มักใช้เข้าคู่กับคำ วงศ์วาน เป็น วงศ์วานว่านเครือ.

วานร
[วานอน] น. ลิง; ชื่อหนึ่งของดาวฤกษ์มฆา มี ๕ ดวง, ดาวงอนไถดาวงูผู้ ดาวโคมูตร ดาวมฆะ หรือ ดาวมาฆะ ก็เรียก. (ป., ส.).

วานรินทร์
[วานะ] น. พญาลิง.

วานรินทร์
ดู วานร.

ว่านหอยแครง
ดู กาบหอย.

ว่านหางช้าง
ดู หางช้าง ๑.

วาเนเดียม
น. ธาตุลําดับที่ ๒๓ สัญลักษณ์ V เป็นโลหะ ลักษณะเป็นของแข็งสีขาว หลอมละลายที่ ๑๙๐๐บซ. ใช้ประโยชน์นําไปผสมกับโลหะอื่นให้เป็นโลหะเจือ. (อ. vanadium).

วาบ
ว. อาการที่รู้สึกร้อน เย็น กลัว ตกใจ เสียวใจ เป็นต้น ขึ้นทันทีแล้วหายไปดับไป เช่น เย็นวาบ ใจหายวาบ เสียววาบ; วับ.

วาบหวาม
ว. รู้สึกเสียวซ่านในใจ (มักใช้ในทางชู้สาว) เช่นพอเห็นหน้าคนรักก็รู้สึกวาบหวามใจ.

วาปะ
น. การหว่านพืช. (ป., ส.).

วาปิตะ
ก. หว่านแล้ว. (ป., ส.).

วาปี
น. หนองนํ้า, บึง. (ป., ส.).

วาม ๑, วาม ๆ
ว. เป็นแสงเรือง ๆ อย่างแสงหิ่งห้อย เช่น น้ำเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว ยูงตามทรายเหลือบหางยูงงามว่าหญ้า ตาทรายยิ่งนิลวาม พรายเพริศลิงว่าผลลูกหว้า โดดดิ้นโดยตาม. (โลกนิติ).

วาม ๑, วาม ๆ
ว. เป็นแสงเรือง ๆ อย่างแสงหิ่งห้อย เช่น น้ำเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว ยูงตามทรายเหลือบหางยูงงามว่าหญ้า ตาทรายยิ่งนิลวาม พรายเพริศลิงว่าผลลูกหว้า โดดดิ้นโดยตาม. (โลกนิติ).

วาม ๒, วามะ ๑
[วามะ] ว. ซ้าย, ข้างซ้าย. (ป., ส.).

วาม ๒, วามะ ๑
[วามะ] ว. ซ้าย, ข้างซ้าย. (ป., ส.).

วามาจาร
น. ชื่อลัทธิตันตระแบบหนึ่ง นับเนื่องในนิกายหนึ่งของศาสนาพราหมณ์ยุคหลัง เป็นแบบซ้ายหรือฝ่ายซ้าย มีพิธีกรรมลี้ลับอนาจาร, คู่กับ ทักษิณาจาร; ชื่อลัทธิพุทธตันตระแบบหนึ่ง ซึ่งมีหลักปฏิบัติทํานองเดียวกับลัทธิตันตระของพราหมณ์, เรียกผู้ปฏิบัติในลัทธินี้ว่าวามาจาริน. (ส.).

วามน
[วามะนะ] น. คนเตี้ย, คนค่อม; ชื่อช้างประจําทิศใต้. ว. เตี้ย, สั้น,ค่อม. (ป., ส.).

วามนาวตาร
น. อวตารปางที่ ๕ ของพระนารายณ์.(ส. วามน + อวตาร).

วามนาวตาร
ดู วามน.

วามะ ๑
ดู วาม ๒.

วามะ ๒
ว. งาม. (ส.).

วามาจาร
ดู วาม ๒, วามะ ๑.

วาโมร
[โมน] น. คนป่า, คนรํา. (ช.).

วาย ๑
ก. ค่อยสิ้นไปตามคราวหรือกําหนดอายุเวลา เช่น มะม่วงวายตลาดวาย หัวใจวาย.

วายชนม์, วายชีวิต, วายปราณ, วายวาง, วายสังขาร
ก. หมดสิ้นไม่เหลือหลอ, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ฉิบหายเป็น ฉิบหายวายวอด.

วายชนม์, วายชีวิต, วายปราณ, วายวาง, วายสังขาร
ก. หมดสิ้นไม่เหลือหลอ, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ฉิบหายเป็น ฉิบหายวายวอด.

วายชนม์, วายชีวิต, วายปราณ, วายวาง, วายสังขาร
ก. หมดสิ้นไม่เหลือหลอ, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ฉิบหายเป็น ฉิบหายวายวอด.

วายชนม์, วายชีวิต, วายปราณ, วายวาง, วายสังขาร
ก. หมดสิ้นไม่เหลือหลอ, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ฉิบหายเป็น ฉิบหายวายวอด.

วายชนม์, วายชีวิต, วายปราณ, วายวาง, วายสังขาร
ก. หมดสิ้นไม่เหลือหลอ, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ฉิบหายเป็น ฉิบหายวายวอด.

วาย ๒
ก. ตี เช่น วายทรวง. (ข.).

ว่าย
ก. เคลื่อนไปโดยอาศัยกําลังแขน ขา ครีบ หรือ หาง แหวกไปในนํ้าหรือในอากาศ.

ว่ายตา
ก. แลกวาดไปในอากาศ.

ว่ายน้ำหาจระเข้
(สํา) ก. เสี่ยงเข้าพบทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะเป็นอันตราย.

ว่ายฟ้า
(วรรณ) ก. เคลื่อนไปในอากาศ เช่น ไก่ฟ้าวานว่ายฟ้าหาวหน หาสมรมายล เถื่อนท้องฯ. (ตะเลงพ่าย).

ว่ายหล้า
(วรรณ) ก. ท่องเที่ยวไปในแผ่นดิน, เขียนเป็น หว้ายหล้าก็มี เช่น เปนขุนยศยิ่งฟ้าฤๅบาปจำหว้ายหล้า หล่มล้มตนเดียวฯ.(ลอ).

ว้าย
อ. คําที่เปล่งออกมาแสดงอาการตกใจหรือดีใจเป็นต้น(โดยมากเป็นเสียงผู้หญิง).

วายร้าย
ว. เหลือร้าย, ชั่วช้านัก.

วายสะ
[ยะ] น. กา. (ป., ส.).

วายะ, วาโย
น. ลม. (ป. วายุ, วาโย; ส. วายุ).

วายะ, วาโย
น. ลม. (ป. วายุ, วาโย; ส. วายุ).

วาโยธาตุ
น. ธาตุลม เป็นธาตุ ๑ ในธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน นํ้า ไฟ ลม. (ป.).

วายามะ
น. ความพยายาม, ความหมั่น, ความบากบั่น. (ป.; ส. วฺยายาม).

วายุ
น. ลม, อากาศ, ลมหายใจ; เทพแห่งลม. (ป., ส.). (ดู พายุ).

วายุภักษ์
น. ชื่อนกในวรรณคดี แปลว่า นกกินลม. (ส.).

วายุกูล
น. ไวกูณฐ์.

วายุบุตรยาตรา
น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.

วาร ๑
[วาน] น. วันหนึ่ง ๆ ในสัปดาห์ เช่น อาทิตยวาร. (ป., ส.).

วาร ๒, วาระ
[วาระ] น. ครั้ง, คราว, เช่น พิจารณารวดเดียว ๓ วาระ อยู่ในตำแหน่งวาระละ ๒ ปี, เวลากำหนด เช่น วาระอันเป็นมงคลวาระสุดท้ายของชีวิต.

วาร ๒, วาระ
[วาระ] น. ครั้ง, คราว, เช่น พิจารณารวดเดียว ๓ วาระ อยู่ในตำแหน่งวาระละ ๒ ปี, เวลากำหนด เช่น วาระอันเป็นมงคลวาระสุดท้ายของชีวิต.

วารสาร
น. หนังสือที่ออกตามกำหนดเวลา เช่น วารสารราชบัณฑิตยสถาน วารสารศิลปากร วารสารกรมการแพทย์.

วารสารศาสตร์
น. วิชาว่าด้วยการทําหนังสือพิมพ์ นิตยสารวารสาร และการพิมพ์ประเภทอื่น ๆ.

วาระจร
น. เรื่องที่มิได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระ แต่ได้นำเข้ามาพิจารณาเป็นพิเศษในการประชุมคราวนั้น.

วารณ
[วาระนะ] น. ช้าง. (ป., ส.).

วารณกร
น. งวงช้าง. (ส.).

วารวาริ
[วาระ] น. ดอกชบา. (ช.).

วาริ, วารี
น. นํ้า. (ป., ส.).

วาริ, วารี
น. นํ้า. (ป., ส.).

วาริจร
น. สัตว์นํ้า. (ส.; ป. วาริโคจร).

วาริช, วารีช
น. เกิดแต่นํ้า คือ บัว ปลา. (ป., ส.).

วาริช, วารีช
น. เกิดแต่นํ้า คือ บัว ปลา. (ป., ส.).

วาริท, วาริธร
น. เมฆ. (ป., ส.).

วาริท, วาริธร
น. เมฆ. (ป., ส.).

วาริพินทุ
น. หยาดนํ้า. (ป., ส.).

วาริช, วารีช
ดู วาริ, วารี.

วาริช, วารีช
ดู วาริ, วารี.

วาริท, วาริธร
ดู วาริ, วารี.

วาริท, วาริธร
ดู วาริ, วารี.

วารุณ
น. นํ้าดอกไม้. (ช.).

วารุณี
น. เทวีแห่งเหล้า; เหล้า. (ป., ส.).

วาล, วาล
[วาน, วาละ] น. หาง; ขนสัตว์, ขนหางสัตว์. (บางทีเขียน พาล). (ป., ส.).

วาล, วาล
[วาน, วาละ] น. หาง; ขนสัตว์, ขนหางสัตว์. (บางทีเขียน พาล). (ป., ส.).

วาลกัมพล
[วาละ] น. ผ้าห่มทําด้วยขนสัตว์. (ป.).

วาลธิ
[วาละ] น. หาง, ขนหาง. (ป.).

วาลวีชนี
[วาละวีชะนี] น. พัดกับแส้ขนจามรีถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์อย่างหนึ่งในเบญจราชกกุธภัณฑ์, วาลวิชนี ก็ว่า. (ป., ส.).

วาล์ว
น. อุปกรณ์ชนิดหนึ่งในเครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายใน ทําหน้าที่เป็นลิ้นปิดเปิดเป็นจังหวะชุดหนึ่งเรียกว่า ลิ้นไอดี สําหรับให้อากาศหรืออากาศผสมนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ อีกชุดหนึ่งเรียกว่า ลิ้นไอเสีย สําหรับให้แก๊สต่าง ๆ ที่เกิดจากการเผาไหม้ออกจากห้องเผาไหม้ไปสู่ท่อไอเสีย, ลิ้น ก็เรียก. (อ. valve).

วาลิกา, วาลุกา
น. กรวด, ทราย. (ป., ส.).

วาลิกา, วาลุกา
น. กรวด, ทราย. (ป., ส.).

วาว
ว. สุกใส, มีแสงกลอกกลิ้งอยู่ข้างใน, เช่น ในเวลากลางคืนตาแมวดูวาว, เป็นมัน เช่น ผ้าต่วนเป็นมันวาว พื้นเป็นมันวาว, วาบแวบ.

วาววับ
ว. มีประกายแวววาว เช่น เสื้อปักดิ้นเดินทองวาววับ.

วาววาม
ว. เป็นแสงวูบวาบ เช่น แสงเพชรวาววาม.

วาวแวว
ว. มีแสงกลอกกลิ้งอยู่ข้างใน เช่น แหวนเพชรวงนี้มีน้ำวาวแวว, แวววาม หรือ แวววาว ก็ว่า.

วาวแสง
ว. มีแสงวาว.

ว่าว ๑
น. เครื่องเล่นอย่างหนึ่ง มีไม้ไผ่เป็นต้นผูกเป็นโครงรูปต่าง ๆแล้วปิดด้วยกระดาษหรือผ้าบาง ๆ มีสายเชือกหรือป่านผูกกับสายซุงสําหรับชักให้ลอยตามลมสูงขึ้นไปในอากาศ มีหลายชนิด เช่นว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ว่าวงู.

ว่าวขาดลอย
(วรรณ) ก. จากไปไม่กลับ, ว่าวขาดลมลอย ก็ว่า เช่นจะจากเจ้าเหมือนดังว่าวขาดลมลอย อย่าหมายคอยเลยว่าเมียจะเป็นตัว. (ขุนช้างขุนแผน).

ว่าวติดลม
น. ว่าวที่ลอยกินลมอยู่ในอากาศ. (สํา) ว. เพลินจนลืมตัว.

ว่าวเหลิง, ว่าวเหลิงลม
[เหฺลิง] น. ว่าวติดลมส่ายไปมาบังคับไม่อยู่.(สํา) ว. เพลินจนลืมตัว เช่น กลัวต้องลมแล้วจะหาวเหมือนว่าวเหลิง.(อภัย).

ว่าวเหลิง, ว่าวเหลิงลม
[เหฺลิง] น. ว่าวติดลมส่ายไปมาบังคับไม่อยู่.(สํา) ว. เพลินจนลืมตัว เช่น กลัวต้องลมแล้วจะหาวเหมือนว่าวเหลิง.(อภัย).

ว่าว ๒
น. เรียกลมที่พัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ในตอนต้นฤดูหนาวว่าลมว่าว, ลมเล่นว่าวเดี๋ยวนี้คือลมตะเภาซึ่งพัดจากทิศใต้ไปทิศเหนือในกลางฤดูร้อน.

ว้าว่อน
ว. เกลื่อนกล่นอยู่ในอากาศ.

ว้าวุ่น
ก. สับสน เช่น จิตใจว้าวุ่น.

วาสนะ ๑
[วาสะ] น. การนุ่งห่ม, เครื่องนุ่งห่ม. (ป., ส.).

วาสนะ ๒
[วาสะ] น. การอบ, การทําให้หอม; เครื่องหอม, นํ้าหอม. (ป., ส.).

วาสนา
[วาดสะหฺนา] น. บุญบารมี, กุศลที่ทําให้ได้รับลาภยศ, เช่น เด็กคนนี้มีวาสนาดี เกิดในกองเงินกองทอง, มักใช้เข้าคู่กับคำ บุญ หรือ บารมีเป็น บุญวาสนา หรือ วาสนาบารมี เช่น เป็นบุญวาสนาของเขาเขาเป็นคนมีวาสนาบารมีมาก. (ป., ส.).

วาสพ
[วาสบ] น. พระอินทร์. (ส., ป. วาสว).

วาสะ ๑
น. การอยู่, การพัก; ที่อยู่, บ้าน. (ป., ส.).

วาสะ ๒
น. ผ้า, เครื่องนุ่งห่ม. (ป., ส.).

วาสะ ๓
น. การอบ; เครื่องหอม, นํ้าหอม. (ป., ส.).

วาสิน, วาสี ๑
น. ผู้อยู่, ผู้ครอง, มักใช้เป็นส่วนท้ายสมาส เช่น คามวาสี = ผู้อยู่บ้านอรัญวาสี = ผู้อยู่ป่า. (ป., ส.).

วาสิน, วาสี ๑
น. ผู้อยู่, ผู้ครอง, มักใช้เป็นส่วนท้ายสมาส เช่น คามวาสี = ผู้อยู่บ้านอรัญวาสี = ผู้อยู่ป่า. (ป., ส.).

วาสี ๒
น. มีด, พร้า. (ป., ส.).

วาสุกรี, วาสุกี
น. ชื่อพญานาคร้ายตนหนึ่ง; พญานาค. (ป., ส. วาสุกิ).

วาสุกรี, วาสุกี
น. ชื่อพญานาคร้ายตนหนึ่ง; พญานาค. (ป., ส. วาสุกิ).

วาสุเทพ
น. ชื่อพระนารายณ์ปางพระกฤษณะ. (ส.).

วาหนะ
[วาหะ] น. พาหนะ. (ป., ส.).

วาหะ ๑
ดู พาห ๑, พ่าห์.

วาหะ ๒
น. ชื่อมาตราตวงอย่างหนึ่ง. (ป., ส.).

วาหินี
น. ทัพ, กองทัพ; หมวด; แม่นํ้า, คลอง. (ส.).

วาฬ ๑, วาฬ
[วาน, วาละ] น. พาฬ. (ป.; ส.วฺยาล).

วาฬ ๑, วาฬ
[วาน, วาละ] น. พาฬ. (ป.; ส.วฺยาล).

วาฬมิค
น. พาฬมฤค, สัตว์ร้าย. (ป.).

วาฬ ๒
[วาน] น. ชื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับ Odontoceti และ Mysticetiมีหลายชนิดในหลายวงศ์ ขนาดใหญ่มาก หัวมนใหญ่ หางแบนเพื่อช่วยในการพุ้ยน้ำ สามารถพ่นอากาศที่มีไอน้ำออกทางจมูกได้เวลาโผล่ขึ้นมาหายใจ เช่น วาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus)ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยปรกติไม่พบในน่านน้ำไทย, วาฬแกลบครีบดำ (B. borealis) และวาฬแกลบครีบขาวดำ (B. acutorostrata) ในวงศ์ Balaenopteridae,วาฬหัวทุย (Physeter catodon) ในวงศ์ Physeteridae, ปลาวาฬ ก็เรียก.

วิ
คํานําหน้าศัพท์ แปลว่า วิเศษ, แจ้ง, ต่าง, เช่น วิสุทธิ วิเทศ. (ป., ส.).

วิกขัมภ์
[วิกขํา] น. เส้นผ่านศูนย์กลาง. (ป.).

วิกขัมภนะ
[วิกขําพะ] น. การปลดเปลื้อง, การเลิกถอน; การข่มไว้. (ป.).

วิกเขป
[วิกเขบ, วิกเขปะ] น. การเคลื่อนหรือแกว่งไปมา. (ป.; ส. วิกฺเษป).

วิกจะ
[กะ] ก. แย้ม, บาน. (ป., ส.).

วิกรม
[วิกฺรม] ก. เก่งกล้า, ก้าวล่วงไปด้วยความกล้าหาญ, มีชัยชนะ.(ส. วิกฺรม; ป. วิกฺกม).

วิกรัย
[วิไกฺร] น. การขาย. (ส. วิกฺรย; ป. วิกฺกย).

วิกรานต์
[วิกฺราน] ว. กล้าหาญ, มีชัยชนะ, ก้าวหน้า. (ส. วิกฺรานฺต).

วิกฤต, วิกฤต, วิกฤติ, วิกฤติ
[วิกฺริด, วิกฺริดตะ,วิกฺริด, วิกฺริดติ] ว. อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตรายเช่น การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ, มักใช้แก่เวลาหรือเหตุการณ์ เป็นวิกฤติกาล หรือ วิกฤติการณ์, อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่นมุมวิกฤติ จุดวิกฤติ. (ส.; ป. วิกต, วิกติ).

วิกฤต, วิกฤต, วิกฤติ, วิกฤติ
[วิกฺริด, วิกฺริดตะ,วิกฺริด, วิกฺริดติ] ว. อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตรายเช่น การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ, มักใช้แก่เวลาหรือเหตุการณ์ เป็นวิกฤติกาล หรือ วิกฤติการณ์, อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่นมุมวิกฤติ จุดวิกฤติ. (ส.; ป. วิกต, วิกติ).

วิกฤต, วิกฤต, วิกฤติ, วิกฤติ
[วิกฺริด, วิกฺริดตะ,วิกฺริด, วิกฺริดติ] ว. อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตรายเช่น การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ, มักใช้แก่เวลาหรือเหตุการณ์ เป็นวิกฤติกาล หรือ วิกฤติการณ์, อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่นมุมวิกฤติ จุดวิกฤติ. (ส.; ป. วิกต, วิกติ).

วิกฤต, วิกฤต, วิกฤติ, วิกฤติ
[วิกฺริด, วิกฺริดตะ,วิกฺริด, วิกฺริดติ] ว. อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตรายเช่น การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ, มักใช้แก่เวลาหรือเหตุการณ์ เป็นวิกฤติกาล หรือ วิกฤติการณ์, อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่นมุมวิกฤติ จุดวิกฤติ. (ส.; ป. วิกต, วิกติ).

วิกฤตการณ์, วิกฤติการณ์
น. เหตุการณ์อันวิกฤติ เช่นเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง.

วิกฤตการณ์, วิกฤติการณ์
น. เหตุการณ์อันวิกฤติ เช่นเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง.

วิกฤตกาล, วิกฤติกาล
น. เวลาอันวิกฤติ เช่น ในวิกฤติกาลข้าวของมีราคาแพงและหาซื้อยาก.

วิกฤตกาล, วิกฤติกาล
น. เวลาอันวิกฤติ เช่น ในวิกฤติกาลข้าวของมีราคาแพงและหาซื้อยาก.

วิกล
[วิกน] ว. ไม่ปรกติ, แปลกไป, ไม่สมบูรณ์, อ่อนแอ, เช่น รูปร่างวิกลหน้าตาวิกล, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ วิการ เป็น วิกลวิการ เช่นรูปร่างวิกลวิการ. (ป., ส.).

วิกลจริต
[วิกนจะหฺริด] ว. มีความประพฤติหรือกิริยาผิดปรกติเพราะสติวิปลาส เช่น เขาเป็นคนวิกลจริต ร้องไห้บ้างหัวเราะบ้างโดยไม่มีสาเหตุ, เป็นบ้า.

วิกสิต
[วิกะสิด] ก. บาน, แย้ม. (ป., ส.).

วิกัต
ว. วิกฤต. (ป. วิกต).

วิกัติ
[กัด] น. ชนิด, อย่าง; การประดิษฐ์ทํา, การจัดทําให้เป็นต่าง ๆ กัน.(ป. วิกติ).

วิกัติการก
[วิกัดติ] (ไว) น. คําที่อธิบายตําแหน่งของบทการกข้างหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น เด็กนักเรียนนอน เขาเดินมากับนายมีคนใช้,คําที่เป็นบทช่วยวิกตรรถกริยาและเรียงไว้หลังวิกตรรถกริยา’เป็น’ หรือ ‘คือ’ เช่น เขาเป็นนักกีฬา เขาคือนักกีฬา.

วิกัป
[กับ] น. การใคร่ครวญอย่างไม่แน่ใจ; คําแสดงความหมายให้เลือกเอาอย่างใดอย่าง หนึ่ง. ก. กำหนด; ให้, ฝาก(ตามพระวินัยบัญญัติ). (ป. วิกปฺป; ส. วิกลฺป).

วิกัย
[ไก] น. การขาย. (ป.; ส. วิกฺรย).

วิการ
ว. พิการ, ที่ผิดแปลกไปจากธรรมชาติ, มักใช้เข้าคู่กับคำ วิกลเป็น วิกลวิการ. . ความผันแปร. (ป., ส.).

วิกาล, วิกาล
[วิกาน, วิกานละ] ว. ในยามค่ำคืนที่ค่อนไปทางดึก เช่น ขโมยเข้าบ้านในยามวิกาล; ผิดเวลา (ใช้แก่การกินอาหารผิดเวลาตามที่พระวินัยกำหนด นับตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงอรุณขึ้น) เช่น กินอาหารในเวลาวิกาล. (ป.).

วิกาล, วิกาล
[วิกาน, วิกานละ] ว. ในยามค่ำคืนที่ค่อนไปทางดึก เช่น ขโมยเข้าบ้านในยามวิกาล; ผิดเวลา (ใช้แก่การกินอาหารผิดเวลาตามที่พระวินัยกำหนด นับตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงอรุณขึ้น) เช่น กินอาหารในเวลาวิกาล. (ป.).

วิกาลโภชน์
น. การกินอาหารในเวลาวิกาล คือ ผิดเวลา ซึ่งว่าตามพระวินัยกำหนดไว้ตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงอรุณขึ้น. (ป.).

วิคหะ
[วิกคะ] น. การทะเลาะ, การโต้เถียง; ร่างกาย, รูปร่าง, ตัว;การแยกออกเป็นส่วน ๆ. (ป. วิคฺคห; ส. วิคฺรห).

วิเคราะห์
ก. ใคร่ครวญ เช่น วิเคราะห์เหตุการณ์; แยกออกเป็นส่วน ๆ เพื่อศึกษาให้ถ่องแท้ เช่น วิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ วิเคราะห์ข่าว.(ส. วิคฺรห).

วิฆนะ
[วิคะ] น. การขัดขวาง, เครื่องขัดขวาง, อุปสรรค, ความขัดข้อง.(ส.).

วิฆเนศ, วิฆเนศวร
[วิคะเนด, วิคะเนสวน] น. ชื่อเทพองค์หนึ่งมีพระเศียรเป็นช้าง ถือว่าถ้าบูชาแล้วป้องกันความขัดข้องที่จะเกิดมีขึ้นได้, คเณศ พิฆเนศหรือพิฆเนศวร ก็เรียก. (ส. วิฆน + อีศ; วิฆน + อีศฺวร).

วิฆเนศ, วิฆเนศวร
[วิคะเนด, วิคะเนสวน] น. ชื่อเทพองค์หนึ่งมีพระเศียรเป็นช้าง ถือว่าถ้าบูชาแล้วป้องกันความขัดข้องที่จะเกิดมีขึ้นได้, คเณศ พิฆเนศหรือพิฆเนศวร ก็เรียก. (ส. วิฆน + อีศ; วิฆน + อีศฺวร).

วิฆาต
ก. พิฆาต. (ป., ส.).

วิฆาส
น. เดน, อาหารเหลือ. (ป.).

วิง
ก. หมุน, วน; รู้สึกหวิวใจ.

วิงเวียน
ก. รู้สึกเวียนหัวดูอะไรหมุนไปหมด มักมีอาการคลื่นไส้ด้วย เช่น ทำงานเหนื่อยเกินไปจนรู้สึกวิงเวียนจะเป็นลม.

วิ่ง
ก. ก้าวไปโดยเร็วยิ่งกว่าเดิน เช่น คนวิ่งไปวิ่งมา ม้าวิ่งในสนาม,แล่นไปโดยเร็ว เช่น เรือวิ่งข้ามฟาก รถวิ่งไปตามถนน; (ปาก)

วิ่งเต้น.
น. การแข่งขันชนิดหนึ่ง ผู้แข่งขันต้องวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อให้ ถึงหลักชัยก่อน ตามระยะทางที่กำหนด เช่น วิ่ง ๑๐๐ เมตรวิ่ง ๔๐ เมตร.

วิ่งกระโดดข้ามรั้ว, วิ่งข้ามรั้ว
น. การแข่งขันชนิดหนึ่ง ผู้แข่งขันต้องวิ่งเร็วแล้วกระโดดข้ามรั้วที่วางไว้เป็นระยะ ๆ ตามเส้นทางที่กําหนดไว้ ใครถึงหลักชัยก่อนถือว่าชนะ.

วิ่งกระโดดข้ามรั้ว, วิ่งข้ามรั้ว
น. การแข่งขันชนิดหนึ่ง ผู้แข่งขันต้องวิ่งเร็วแล้วกระโดดข้ามรั้วที่วางไว้เป็นระยะ ๆ ตามเส้นทางที่กําหนดไว้ ใครถึงหลักชัยก่อนถือว่าชนะ.

วิ่งกระสอบ
น. การเล่นชนิดหนึ่ง ผู้เล่นแต่ละคนสวมกระสอบวิ่งแข่งกัน ใครวิ่งถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ, วิ่งสวมกระสอบ ก็ว่า.

วิ่งเก็บของ
ก. วิ่งเก็บสิ่งของเช่นส้ม มะนาว ที่วางเป็นระยะ ๆ แล้วไปใส่ภาชนะที่วางไว้ที่ตั้งต้น ใครเก็บหมดก่อนเป็นผู้ชนะ.

วิ่งควาย
ก. ให้ควายวิ่งแข่งกันโดยมีคนขี่บนหลัง.

วิ่งงัว, วิ่งวัว
ก. ให้คน ๒ คนวิ่งแข่งกัน.

วิ่งงัว, วิ่งวัว
ก. ให้คน ๒ คนวิ่งแข่งกัน.

วิ่งเต้น
ก. พยายามติดต่ออย่างเต็มที่เพื่อขอความสนับสนุนช่วยเหลือในกิจที่ต้องประสงค์ เช่น วิ่งเต้นฝากงาน.

วิ่งทน
ก. วิ่งแข่งระยะทางไกล กำหนดระยะทางตามมาตรฐานการแข่งขันโอลิมปิก คือ ๒๖ ไมล์ ๓๘๕ หลา หรือ ๔๑.๘ กิโลเมตร,วิ่งมาราธอน ก็ว่า.

วิ่งเปี้ยว
น. การเล่นวิ่งแข่งโดยแบ่งผู้เล่นออกเป็น ๒ ฝ่ายแต่ละฝ่ายส่งคนวิ่งอ้อมหลักของฝ่ายตรงข้ามทีละคน โดยวิธีรับช่วงไม้หรือผ้าต่อ ๆ กันไป ฝ่ายที่วิ่งเร็วกว่า ใช้ไม้หรือผ้าที่ถืออยู่ตีฝ่ายตรงข้ามได้ เป็นฝ่ายชนะ.

วิ่งผลัด
น. การแข่งขันชนิดหนึ่ง แบ่งออกเป็นชุด ๆ ชุดละ ๔ คนแต่ละชุดจัดคนยืนอยู่ในลู่ของตนตามจุดต่าง ๆ ที่กำหนด คนแรกจะเริ่มวิ่งจากต้นทาง แล้วส่งไม้ให้คนที่ ๒ คนที่ ๒ วิ่งไปส่งให้คนที่๓ และคนที่ ๓ วิ่งไปส่งให้คนที่ ๔ ตามลำดับ คนที่ ๔ ของชุดใดวิ่งถึงหลักชัยก่อนเป็นผู้ชนะ.

วิ่งม้า
ก. ให้ม้าวิ่งแข่งพนันกัน.

วิ่งมาราธอน
ก. วิ่งแข่งระยะทางไกล กำหนดระยะทางตามมาตรฐานการแข่งขันโอลิมปิก คือ ๒๖ ไมล์ ๓๘๕ หลา หรือ ๔๑.๘กิโลเมตร, วิ่งทน ก็ว่า.

วิ่งรอก
ก. อาการที่คนชักว่าววิ่งช่ วยกันฉุดสายป่านโดยเอารอกทับเชือกเพื่อให้ว่าวจุฬาพาว่าวปักเป้าเข้ามาในแดนตนหรือเอารอกทาบเชือกเพื่อให้ว่าวปักเป้าทําให้ว่าวจุฬาเสียเปรียบแล้วรอกให้ว่าวจุฬาตก; โดยปริยายหมายถึงอาการที่นักร้องหรือนักแสดง เป็นต้น ไปแสดงตามที่ต่าง ๆ หลายแห่งในวันเดียวกันหรือคืนเดียวกันให้ทันกําหนดเวลา, อาการที่รถรับจ้างวิ่งรถเปล่าตระเวนหาผู้โดยสาร, เรียกว่า วิ่งรอก หรือ วิ่งกะรอก.

วิ่งระแบง
ก. วิ่งเล่น. (ข. ละแบง ว่า การเล่น).

วิ่งราว
ก. แย่งเอาสิ่งของแล้ววิ่งหนีไป เช่น วิ่งราวกระเป๋าถือ.

วิ่งวัว
ก. ให้คน ๒ คนวิ่งแข่งกัน, วิ่งงัว ก็ว่า.

วิ่งว่าว
ก. ชักว่าวขึ้นแล้วพาสายว่าววิ่งไปเพื่อให้ว่าวติดลมสูงขึ้น(ใช้แก่ว่าวตัวเล็ก ๆ).

วิ่งวิบาก
น. การแข่งขันชนิดหนึ่ง มี ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งระยะทาง ๓,๐๐๐ เมตร ผู้แข่งขันต้องวิ่งกระโดดข้ามรั้ว ๒๘ รั้วกระโดดข้ามบ่อน้ำหรือลุยน้ำในบ่อ ๗ บ่อใครถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ อีกประเภทหนึ่งระยะทาง ๒,๐๐๐ เมตร ใช้สำหรับการแข่งขันประเภทเยาวชน ผู้แข่งขันต้องวิ่งกระโดดข้ามรั้ว ๑๘ รั้วกระโดดข้ามบ่อน้ำหรือลุยน้ำในบ่อ ๕ บ่อ ใครถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ.

วิ่งสวมกระสอบ
น. การเล่นชนิดหนึ่ง ผู้เล่นแต่ละคนสวมกระสอบ

วิ่งแข่งกัน
ใครวิ่งถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ, วิ่งกระสอบ ก็ว่า.

วิ่งสามขา
น. การเล่นชนิดหนึ่ง ผู้เล่นแบ่งเป็นคู่ ๆ โดยผูกขาขวาของคนหนึ่งเข้ากับขาซ้ายของอีกคนหนึ่ง แล้ววิ่งแข่งกับคู่อื่น ๆ.

วิงวอน
ก. เฝ้าร้องขอ, รํ่าขอ, ขอด้วยอาการออด, เฝ้าร้องขอให้ทําตามประสงค์, เช่น วิงวอนขอชีวิต.

วิจฉิกะ
[วิด] น. แมงป่อง, มักใช้ว่า พฤศจิก. (ป.; ส. วฺฤศฺจิก).

วิจยุต
[วิดจะยุด] ก. ตกไปแล้ว, หลุดไปแล้ว. (ส. วิจฺยุต).

วิจรณะ
[จะระ] ก. เที่ยวไป. (ป.).

วิจล
[วิจน] ว. อาการที่เคลื่อนไปมา, อาการที่หวั่นไหว, อาการที่ส่ายไปมา;วุ่นวาย, วุ่นใจ, เช่น ในสุรสถานดำหนักพน อย่ารู้วิจลสักอันเลย.(ม. คำหลวง จุลพน). (ส.).

วิจักขณ์, วิจักษณ์
ว. ที่รู้แจ้ง, ที่เห็นแจ้ง, ฉลาด, มีสติปัญญา, เชี่ยวชาญ, ชํานาญ.(ป. วิจกฺขณ; ส. วิจกฺษณ).

วิจักขณ์, วิจักษณ์
ว. ที่รู้แจ้ง, ที่เห็นแจ้ง, ฉลาด, มีสติปัญญา, เชี่ยวชาญ, ชํานาญ.(ป. วิจกฺขณ; ส. วิจกฺษณ).

วิจักษ์
น. ความเข้าใจและตระหนักในคุณค่าของศิลปกรรมและวรรณกรรม, ความนิยม, ความซาบซึ้ง, เช่น วรรณคดีวิจักษ์.(อ. appreciation).

วิจัย ๑
น. การสะสม, การรวบรวม. (ป., ส.).

วิจัย ๒
น. การค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชา เช่น วิจัยเรื่องปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร. ก. ค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชา เช่น เขากำลังวิจัยเรื่องมลพิษทางอากาศอยู่.ว. ที่ค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชา เช่น งานวิจัย.(อ. research).

วิจาร, วิจารณ, วิจารณ์
[วิจาน, วิจาระนะ, วิจาน] ก. ให้คําตัดสินสิ่งที่เป็นศิลปกรรมหรือวรรณกรรมเป็นต้น โดยผู้มีความรู้ควรเชื่อถือได้ ว่ามีค่าความงามความไพเราะดีอย่างไร หรือมีข้อขาดตกบกพร่องอย่างไรบ้าง เช่นเขาวิจารณ์ว่า หนังสือเล่มนี้แสดงปัญหาสังคมในปัจจุบันได้ดีมากสมควรได้รับรางวัล, ติชม, มักใช้เต็มคำว่า วิพากษ์วิจารณ์ เช่นคนดูหนังวิพากษ์วิจารณ์ว่าหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าทำให้คนดูเบื่อ.

วิจาร, วิจารณ, วิจารณ์
[วิจาน, วิจาระนะ, วิจาน] ก. ให้คําตัดสินสิ่งที่เป็นศิลปกรรมหรือวรรณกรรมเป็นต้น โดยผู้มีความรู้ควรเชื่อถือได้ ว่ามีค่าความงามความไพเราะดีอย่างไร หรือมีข้อขาดตกบกพร่องอย่างไรบ้าง เช่นเขาวิจารณ์ว่า หนังสือเล่มนี้แสดงปัญหาสังคมในปัจจุบันได้ดีมากสมควรได้รับรางวัล, ติชม, มักใช้เต็มคำว่า วิพากษ์วิจารณ์ เช่นคนดูหนังวิพากษ์วิจารณ์ว่าหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าทำให้คนดูเบื่อ.

วิจาร, วิจารณ, วิจารณ์
[วิจาน, วิจาระนะ, วิจาน] ก. ให้คําตัดสินสิ่งที่เป็นศิลปกรรมหรือวรรณกรรมเป็นต้น โดยผู้มีความรู้ควรเชื่อถือได้ ว่ามีค่าความงามความไพเราะดีอย่างไร หรือมีข้อขาดตกบกพร่องอย่างไรบ้าง เช่นเขาวิจารณ์ว่า หนังสือเล่มนี้แสดงปัญหาสังคมในปัจจุบันได้ดีมากสมควรได้รับรางวัล, ติชม, มักใช้เต็มคำว่า วิพากษ์วิจารณ์ เช่นคนดูหนังวิพากษ์วิจารณ์ว่าหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าทำให้คนดูเบื่อ.

วิจารณญาณ
[วิจาระนะยาน] น. ปัญญาที่สามารถรู้หรือให้เหตุผลที่ถูกต้องได้.

วิจิ
น. วีจิ, คลื่น, ลูกคลื่น. (ป., ส. วีจิ).

วิจิกิจฉา
[กิดฉา] น. ความสงสัย, ความเคลือบแคลง, ความลังเล, ความไม่แน่ใจ. (ป.; ส. วิจิกิตฺสา).

วิจิต
ก. รวบรวม. (ส.); สังเกต, เห็นแจ้ง, รู้แจ้ง.

วิจิตร
[จิด] ว. งามประณีต. (ส.; ป. วิจิตฺต).

วิจิตรตระการตา
[จิดตฺระ] ว. งามน่าตื่นตา เช่น ขบวนแห่รถบุปผชาติประดับประดาได้วิจิตรตระการตา.

วิจิตรบรรจง
[จิดบันจง] ว. ลักษณะที่ตั้งอกตั้งใจทำอย่างประณีตงดงาม เช่น กวีนิพนธ์บทนี้แต่งอย่างวิจิตรบรรจง.

วิจิตรพิศวง
[จิดพิดสะหฺวง] ว. งามอย่างน่าอัศจรรย์ใจ,งามอย่างน่าพิศวง, เช่น งาช้างแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ซ้อนกันหลายชั้นมีพระพุทธรูปอยู่ข้างในดูวิจิตรพิศวง.

วิจิตรพิสดาร
[จิดพิดสะดาน] ว. ลักษณะที่ประดิษฐ์หรือตกแต่งจนบางทีเกินงาม เช่น ปราสาทจำลองในสวนสนุกตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดาร.

วิจิตรรจนา
[จิดรดจะนา] ว. งามอย่างประณีตละเอียดซับซ้อน เช่นมาลัยพวงนี้เขาตั้งใจร้อยอย่างวิจิตรรจนา.

วิจิตรศิลป์
[จิดตฺระสิน, จิดสิน] น. ศิลปะที่มุ่งแสดงในด้านคุณภาพของความงามมากกว่าประโยชน์ใช้สอย.

วิจิน
ก. เที่ยวหา, สืบเสาะ, ตรวจ; เก็บ, คัดเลือก. (ป.).

วิจุณ
ว. ป่น, แหลกละเอียด, มักใช้ประกอบท้ายคํา จุณ หรือ จุรณ เป็นจุณวิจุณ หรือ จุรณวิจุณ, เขียนเป็น วิจุรณ ก็มี.(ป. วิจุณฺณ; ส. วิจูรฺณ).

วิจุรณ
[วิจุน] ว. ป่น, แหลกละเอียด, มักใช้ประกอบท้ายคํา จุรณ เป็นจุรณวิจุรณ, เขียนเป็น วิจุณ ก็มี. (ส. วิจูรฺณ; ป. วิจุณฺณ).

วิชชา
[วิด] น. ความรู้แจ้ง เช่น วิชชา ๓ วิชชา ๘ ในพระพุทธศาสนา,วิชชา ๓ คือ ๑. บุพเพนิวาสานุสติญาณ (รู้จักระลึกชาติได้)๒.จุตูปปาตญาณ(รู้จักกําหนดจุติและเกิด) ๓. อาสวักขยญาณ (รู้จักทําอาสวะให้สิ้น), ส่วนวิชชา ๘ คือ ๑. วิปัสสนาญาณ (ญาณอันนับเข้าในวิปัสสนา) ๒. มโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ) ๓. อิทธิวิธิ (แสดงฤทธิ์ได้)๔. ทิพโสต (หูทิพย์) ๕. เจโตปริยญาณ (รู้จักกําหนดใจผู้อื่น)๖. บุพเพนิวาสานุสติญาณ ๗. ทิพจักขุ (ตาทิพย์) ๘. อาสวักขยญาณ.(ป. วิชฺชา; ส. วิทฺยา).

วิชชุ, วิชชุดา, วิชชุตา
[วิด] น. แสงไฟฟ้า, สายฟ้า. (ป.; ส. วิทฺยุตฺ).

วิชชุ, วิชชุดา, วิชชุตา
[วิด] น. แสงไฟฟ้า, สายฟ้า. (ป.; ส. วิทฺยุตฺ).

วิชชุ, วิชชุดา, วิชชุตา
[วิด] น. แสงไฟฟ้า, สายฟ้า. (ป.; ส. วิทฺยุตฺ).

วิชชุลดา
[วิดชุละ] น. สายหรือประกายไฟฟ้า, สายฟ้าแลบ. (ป. วิชฺชุลฺลตา;ส. วิทฺยุลฺลตา); ‘ชื่อกาพย์ประเภทหนึ่ง, คู่กับ มหาวิชชุลดา.

วิชญะ
[วิดยะ] น. ผู้รู้, ผู้ฉลาด, ปราชญ์. (ส.).

วิชน
[วิ-ชน] ว. ปราศจากคน, ร้าง. (ป., ส.).

วิชนี
[วิดชะ] น. วีชนี. (ป. วีชนี; ส. วีชน).

วิชย, วิชัย
[วิชะยะ-,วิไข] น. ความชนะ, ชัยชนะ, (ป., ส.)

วิชย, วิชัย
[วิชะยะ-,วิไข] น. ความชนะ, ชัยชนะ, (ป., ส.)

วิชา
น. ความรู้, ความรู้ที่ได้ด้วยการเล่าเรียนหรือฝึกฝน, เช่น วิชาภาษาไทยวิชาช่าง วิชาการฝีมือ. (ป. วิชฺชา; ส. วิทฺยา).

วิชาการ
น. วิชาความรู้สาขาใดสาขาหนึ่งหรือหลายสาขา เช่นบทความวิชาการสัมมนาวิชาการ การประชุมวิชาการ.

วิชาแกน
น. รายวิชาที่อยู่ในหลักสูตรร่วมกันของหลายคณะหรือหลายสาขาของปริญญาเดียวกัน ที่ผู้เรียนในคณะหรือสาขาเหล่านั้นจะต้องเรียน. (อ. core course).

วิชาชีพ
น. วิชาที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เช่นวิชาแพทย์ วิชาช่างไม้ วิชาช่างยนต์.

วิชาโท
น. รายวิชาที่ผู้เรียนเลือกเรียนให้ลึกซึ้งรองลงมาจากวิชาเอก.(อ. minor course).

วิชาธร
น. พิทยาธร.

วิชาบังคับ
น. รายวิชาที่กำหนดให้ผู้เรียนทุกคนในหลักสูตรนั้นจะต้องเรียน. (อ. prescribed course).

วิชาบังคับพื้นฐาน
น. รายวิชาพื้นฐานที่บังคับให้เรียนในหลักสูตร.(อ. basic requirement).

วิชาบังคับเลือก
น. รายวิชาเลือกที่ทางภาควิชาบังคับให้เรียนในหลักสูตร. (อ. elective prescribed course).

วิชาพื้นฐาน
น. รายวิชาที่ถือว่าเป็นพื้นฐานของวิชาในระดับที่สูง ๆขึ้นไป. (อ. basic course).

วิชาเลือก
น. รายวิชาที่กำหนดให้ผู้เรียนเลือกเรียนได้.(อ. elective course).

วิชาเลือกบังคับ
น. รายวิชาเลือกที่อาจารย์ที่ปรึกษาบังคับให้เรียนเป็นรายบุคคล. (อ. prescribed elective course).

วิชาเลือกเสรี
น. รายวิชาที่เลือกเรียนได้อย่างเสรี โดยผู้เรียนไม่ต้องถามอาจารย์ที่ปรึกษาก่อน. (อ. free elective course).

วิชาอาคม
น. เวทมนตร์, คาถาอาคม, เช่น อาจารย์ถ่ายทอดวิชาอาคมให้ศิษย์, วิทยาคม ก็ว่า.

วิชาเอก
น. รายวิชาที่ผู้เรียนเลือกเรียนให้ลึกซึ้งเป็นวิชาหลัก ตามหลักสูตรปริญญาหรืออนุปริญญา. (อ. major course).

วิชานนะ
น. ความรู้, ความเข้าใจ. (ป.; ส. วิชฺ?าน).

วิชิต
น. เขตแดนที่ปราบปรามแล้ว. ว. ปราบให้แพ้, ชนะแล้ว.(ป.; ส. วิชิต ว่า ถูกปราบ, ชนะ).

วิเชียร
น. วชิระ, สายฟ้า; เพชร; อาวุธพระอินทร์.

วิญญัตติ
[วินยัดติ] น. การขอร้อง, การบอกกล่าว, การชี้แจง, รายงาน.(ป.; ส. วิชฺ?ปฺติ).

วิญญาณ
น. สิ่งที่เชื่อกันว่ามีอยู่ในกายเมื่อมีชีวิต เมื่อตายจะออกจากกายล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่; ความรับรู้ เช่น จักษุวิญญาณ คือ ความรับรู้ทางตา โสตวิญญาณ คือ ความรับรู้ทางหู เป็นขันธ์ ๑ ในขันธ์ ๕ คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ; โดยปริยายหมายถึงจิตใจเช่น มีวิญญาณนักสู้ มีวิญญาณศิลปิน. (ป.; ส. วิชฺ?าน).

วิญญาณกทรัพย์
[วินยานะกะซับ, วินยานนะกะซับ] (กฎ; โบ)น. สิ่งที่มีวิญญาณหรือชีวิตซึ่งนับเป็นทรัพย์ เช่น ทาส ช้าง ม้า วัวควาย, สวิญญาณกทรัพย์ ก็ว่า.

วิญญู
น. ผู้รู้แจ้ง, นักปราชญ์. (ป.; ส. วิชฺ?).

วิญญูชน
(กฎ) น. บุคคลผู้รู้ผิดรู้ชอบตามปรกติ.

วิญญูภาพ
น. ความเป็นผู้รู้ผิดรู้ชอบตามปรกติ.

วิฑูรย์
น. ไพฑูรย์.

วิณหุ
[วินหุ] น. วิษณุ.

วิด
ก. อาการที่ทําให้นํ้าพร่องหรือหมดไปด้วยวิธีวัก สาด หรือด้วยเครื่องวิดมีระหัดเป็นต้น เช่น วิดน้ำออกจากเรือ วิดน้ำออกจากบ้าน,ถ้าใช้วิธีอย่างเดียวกันนั้นถ่ายเทนํ้าจากที่หนึ่งเข้าสู่อีกที่หนึ่ง ใช้ว่าวิดเข้า เช่น วิดนํ้าเข้านา.

วิดพื้น
(ปาก) น. ท่ากายบริหารอย่างหนึ่งมี ๒ แบบ แบบหนึ่งเริ่มด้วยท่านอนทอดตัวลงเกือบถึงพื้น มือและปลายเท้าทั้ง ๒ ข้างยันพื้นไว้ งอแขนให้ศอกแนบลำตัว หน้าเงย แล้วเหยียดแขนพร้อมกับยกตัวขึ้น แล้วงอแขนพร้อมทั้งลดตัวลงกลับไปอยู่ในท่าเดิมอีกแบบหนึ่งเริ่มด้วยท่านอน มือและปลายเท้าทั้ง ๒ ข้างยันพื้นไว้แขนเหยียดตรง หน้าเงย แล้วงอแขนให้ศอกแนบลำตัวพร้อมกับทอดตัวลงเกือบถึงพื้น แล้วเหยียดแขนพร้อมทั้งยกตัวขึ้นกลับไปอยู่ในท่าเดิม, เรียกเป็นทางการว่า ยุบข้อ 3.

วิดัสดี
[วิดัดสะดี] น. วิทัตถิ, คืบหนึ่ง. (ส. วิตสฺติ; ป. วิทตฺถิ).

วิตก, วิตก
[วิตกกะ, วิตก] ก. เป็นทุกข์, ร้อนใจ, กังวล, เช่น วิตกว่าจะเกิดสงคราม, มักใช้เข้าคู่กับคำกังวล เป็น วิตกกังวล เช่น อย่าวิตกกังวลไปนักเลยพรุ่งนี้สถานการณ์คงจะดีขึ้น. น. ความตรึก, ความตริ,ความคิด. (ป. วิตกฺก; ส. วิตรฺก ว่า ลังเลใจ).

วิตก, วิตก
[วิตกกะ, วิตก] ก. เป็นทุกข์, ร้อนใจ, กังวล, เช่น วิตกว่าจะเกิดสงคราม, มักใช้เข้าคู่กับคำกังวล เป็น วิตกกังวล เช่น อย่าวิตกกังวลไปนักเลยพรุ่งนี้สถานการณ์คงจะดีขึ้น. น. ความตรึก, ความตริ,ความคิด. (ป. วิตกฺก; ส. วิตรฺก ว่า ลังเลใจ).

วิตกจริต
[วิตกกะจะหฺริด, วิตกจะหฺริด] ว. มีนิสัยคิดไปในทางร้ายทางเสีย. (ป.).

วิตถาร
[วิดถาน] ว. กว้างขวาง, มากเกินไป, พิสดาร. (ป.; ส. วิสฺตาร);นอกแบบ, นอกทาง, (เกินวิสัยปรกติ) เช่น พวกเด็ก ๆ ชอบเล่นวิตถาร เอาน้ำสกปรกผสมแป้งสาดเข้าไปในรถประจำทางในวันสงกรานต์.

วิตามิน
น. กลุ่มสารอินทรีย์ซึ่งเป็นสารอาหารจําเป็นที่ร่างกายต้องการแต่เพียงจํานวนน้อย ๆ และจะขาดไม่ได้ หากขาดจะทําให้อวัยวะในร่างกายทํางานผิดปรกติและเกิดโรคได้ สารกลุ่มนี้มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย บํารุงผิวพรรณ เหงือก ผม ตา และช่วยต้านทานโรค แบ่งเป็น ๒ พวกใหญ่ คือ พวกที่ละลายได้ในไขมันเช่น วิตามินเอ วิตามินดี และพวกที่ ‘ละลายได้ในน้ำ เช่น วิตามินบีวิตามินซี, ใช้ว่า วิตะมิน หรือ ไวตามิน ก็มี. (อ. vitamin).

วิถี
น. สาย, แนว, ถนน, ทาง, มักใช้ประกอบกับคําอื่น เช่น วิถีทาง วิถีชีวิต บาทวิถี. (ป., ส. วีถิ).

วิถีกระสุน
น. ทางแห่งกระสุน, กระสุนวิถี ก็ว่า.

วิถีชีวิต
น. ทางดำเนินชีวิต เช่น วิถีชีวิตชาวบ้าน.

วิถีทาง
น. ทาง เช่น ต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทางกว่าจะประสบความสำเร็จ.

วิทธะ
(แบบ) ว. เจาะ, แทง, ฉีกขาด, เป็นแผล, เป็นรู, แตก. (ป., ส.).

วิทย
[วิดทะยะ] น. วิทยา.

วิทยฐานะ
น. ฐานะในด้านความรู้ เช่น สอบเทียบวิทยฐานะมีวิทยฐานะในระดับปริญญาตรี.

วิทยา
[วิดทะยา] น. ความรู้, มักใช้ประกอบกับคําอื่น เช่น วิทยากรวิทยาคาร จิตวิทยา สังคมวิทยา. (ส.).

วิทยากร
น. ผู้ทรงความรู้ความสามารถในศิลปวิทยาแขนงต่าง ๆเช่น วิทยากรในการสัมมนาเรื่องเศรษฐกิจ. (ส.).

วิทยากล
น. การแสดงที่อาศัยกลวิธีและความไวทำให้ผู้ชมสนเท่ห์.

วิทยาการ
น. ความรู้แขนงต่าง ๆ เช่น ปัจจุบันวิทยาการต่าง ๆก้าวหน้าไปมาก, บางทีใช้ว่า ศิลปวิทยาการ.

วิทยาเขต
น. ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย แต่ตั้งอยู่ในบริเวณอื่นมีคณาจารย์อาคาร สถานที่ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ของตนเองเกี่ยวพันกับมหาวิทยาลัยโดยมีอธิการบดีคนเดียวกันและสภามหาวิทยาลัยชุดเดียวกัน.

วิทยาคม
น. เวทมนตร์, คาถาอาคม, เช่น อาจารย์ถ่ายทอดวิทยาคมให้ศิษย์, วิชาอาคม ก็ว่า. (ส.).

วิทยาคาร
น. สถานที่ให้ความรู้.

วิทยาทาน
น. การให้ความรู้ เช่น ให้ความรู้เป็นวิทยาทานจัดพิมพ์หนังสือแจกเป็นวิทยาทาน.

วิทยาธร
น. พิทยาธร. (ส.).

วิทยานิพนธ์
น. บทนิพนธ์ที่ผู้เรียบเรียงยกเอาหัวข้อเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นวิจัยหรือพรรณนาขยายความ โดยนับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อเสนอรับปริญญา.

วิทยาลัย
น. สถานศึกษาในระดับสูง สอนวิชาชีพเฉพาะอย่างเช่น วิทยาลัยเทคนิค. (ส.).

วิทยาศาสตร์
น. ความรู้ที่ได้โดยการสังเกตและค้นคว้าจากปรากฏการณ์ธรรมชาติแล้วจัดเข้าเป็นระเบียบ, วิชาที่ค้นคว้าได้หลักฐานและเหตุผลแล้วจัดเข้าเป็นระเบียบ.

วิทยาศาสตร์กายภาพ
น. วิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวต่าง ๆ ของสิ่งไม่มีชีวิต เช่น เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์.

วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
น. วิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น สัตววิทยา พฤกษศาสตร์.

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
น. ชื่อกระทรวงที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การพลังงาน การควบคุมรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและการวิจัย.

วิทยาศาสตร์ประยุกต์
น. วิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวต่าง ๆที่มุ่งประโยชน์ในทางปฏิบัติยิ่งกว่าทางทฤษฎี เช่น แพทยศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์.

วิทยุ
[วิดทะยุ] น. กระแสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดที่เคลื่อนไปตามอากาศโดยไม่ต้องใช้สาย และอาจเปลี่ยนเป็นเสียงหรือรูปได้,เรียกเครื่องที่มีหน้าที่เปลี่ยนคลื่นเสียงให้เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกสู่อากาศว่า เครื่องส่งวิทยุ, เรียกเครื่องที่มีหน้าที่เปลี่ยนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่รับได้จากเครื่องส่งวิทยุให้กลับเป็นคลื่นเสียงตามเดิมว่า เครื่องรับวิทยุ.

วิทยุกระจายเสียง
น. การแพร่สัญญาณเสียงออกอากาศโดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุคมนาคม
น. การส่งหรือการรับเครื่องหมายสัญญาณ ตัวหนังสือภาพ และเสียงหรือการอื่นใดซึ่งสามารถให้เข้าใจความหมายได้โดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุเคลื่อนที่
น. วิทยุคมนาคมระหว่างสถานีวิทยุคมนาคมแบบเคลื่อนที่ได้กับสถานีวิทยุคมนาคมแบบประจำที่ หรือระหว่างสถานีวิทยุคมนาคมแบบเคลื่อนที่ได้ด้วยกันเอง.

วิทยุเฉพาะกิจ
น. การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องรับส่งวิทยุที่ใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะและไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ได้เป็นการสาธารณะ.

วิทยุติดตามตัว
น. การกระตุ้นเตือนผู้พกพาเครื่องรับวิทยุที่ใช้ติดตัวโดยทางคลื่นวิทยุ ซึ่งกระทำผ่านข่ายโทรศัพท์สาธารณะการกระตุ้นเตือนอาจประกอบด้วยเสียงพูดหรือรหัสที่มองเห็นได้ซึ่งส่งมาจากผู้กระตุ้นเตือนหรือจากข่ายโทรศัพท์สาธารณะ.

วิทยุเทเลกซ์
น. การรับส่งโทรพิมพ์ผ่านชุมสายโดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุโทรทัศน์
น. การแพร่สัญญาณโทรทัศน์ออกอากาศโดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุโทรพิมพ์
น. การรับส่งโทรพิมพ์โดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุโทรภาพ
น. การรับส่งโทรภาพโดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุโทรเลข
น. การรับส่งโทรเลขโดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุโทรศัพท์
น. การเรียกติดต่อโทรศัพท์โดยใช้คลื่นวิทยุ.

วิทยุประจำที่
น. วิทยุคมนาคมระหว่าง ๒ จุดที่กำหนดซึ่งอยู่ประจำที่.

วิทยุมือถือ
น. การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องรับส่งวิทยุซึ่งมีน้ำหนักเบาสามารถใช้มือถือในขณะใช้งานได้.

วิทยุเรือ
น. วิทยุคมนาคมระหว่างสถานีวิทยุคมนาคมชายฝั่งกับสถานีวิทยุคมนาคมที่ตั้งอยู่บนเรือ หรือระหว่างสถานีวิทยุคมนาคมที่ตั้งอยู่บนเรือด้วยกันเอง.

วิทยุสนาม
น. การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องรับส่งวิทยุที่ใช้ในงานสนามหรือในราชการทหาร.

วิทยุสมัครเล่น
น. วิทยุคมนาคมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักวิทยุสมัครเล่นที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายศึกษาหาความรู้ให้ตนเองโดยไม่มีวัตถุประสงค์ในทางพาณิชย์.

วิทยุสาธารณะ
น. การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องรับส่งวิทยุที่จัดให้ประชาชนโดยทั่วไปใช้บริการได้เป็นการสาธารณะ.

วิทยุต
[วิดทะยุด] น. ฟ้าแลบ, ไฟฟ้า. (ส.; ป. วิชฺชุ).

วิทรุมะ
[วิดทฺรุมะ] น. แก้วประพาฬสีแดง. (ส. วิทฺรุม).

วิทวัส
[วิดทะวัด] น. ผู้รู้, นักปราชญ์, ผู้มีปัญญา. (ส.; ป. วิทฺวา).

วิทัตถิ
น. ชื่อมาตราวัด คือ คืบหนึ่ง. (ป.; ส. วิตสฺติ).

วิทัศน์
น. การมองการณ์ไกล, วิสัยทัศน์. (อ. vision).

วิทารณ์
น. การผ่า, การตัด. (ป., ส.).

วิทาลน์
น. การเปิด, การระเบิด; การผ่า, การฉีก. (ป.).

วิทิต
น. ผู้คงแก่เรียน, ผู้รู้. (ป., ส.).

วิทู
น. ผู้ฉลาด, ผู้รอบรู้, ผู้มีปัญญา, ผู้ชํานาญ. (ป.).

วิทูร ๑
ว. ฉลาด, คงแก่เรียน, มีปัญญา, ชํานาญ. (ป., ส. วิทุร).

วิทูร ๒
ว. ไกล, ห่าง, พ้นออกไป. (ป., ส.).

วิเทวษ
[ทะเวด] น. ความเป็นข้าศึก, ความเกลียด, ความปองร้าย.(ส. วิเทฺวษ; ป. วิทฺเทส).

วิเทศ
น. ต่างประเทศ. (ป., ส.).

วิเทศสัมพันธ์
[วิเทด] น. ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ.

วิเทโศบาย
น. นโยบายการต่างประเทศ.

วิเทโศบาย
ดู วิเทศ.

วิธ, วิธา
น. อย่าง, ชนิด. (ป.).

วิธ, วิธา
น. อย่าง, ชนิด. (ป.).

วิธวา
[วิทะ] น. หญิงม่าย. (ป., ส.).

วิธาน
น. การจัดแจง, การทํา; กฎ, เกณฑ์, ข้อบังคับ; พิธี, ธรรมเนียม.(ป., ส.).

วิธี
น. ทํานองหรือหนทางที่จะทํา เช่น วิธีทำฝอยทอง วิธีสอนคณิตศาสตร์ เลขข้อนี้ทำได้หลายวิธี; แบบ, แบบอย่าง, เช่น ทำถูกวิธี;กฎ, เกณฑ์; คติ, ธรรมเนียม. (ป., ส. วิธิ).

วิธีการ
น. วิธีปฏิบัติตามหลักการเป็นขั้นตอนอย่างมีระบบ เช่นวิธีการที่รัฐให้สวัสดิการแก่ประชาชน วิธีการสอนวิทยาศาสตร์มีหลายวิธี.

วิธุระ
[วิทุ] ว. เปลี่ยว, ว้าเหว่. (ป., ส.).

วิธู
น. พระจันทร์. (ป., ส. วิธุ).

วิธูปนะ
[ทูปะนะ] น. พัด. (ป., ส.).

วิ่น
ว. ลักษณะอาการที่หลุด ขาด หรือลุ่ยออกกะรุ่งกะริ่ง เช่นจมูกแหว่งหูวิ่นเวทนา อนิจจานิจจาเป็นน่ากลัว. (สังข์ทอง),มักใช้เข้าคู่กับคำ ขาด เป็น ขาดวิ่น เช่น เสื้อผ้าขาดวิ่น.

วินตกะ
[วินตะกะ] น. ชื่อภูเขาชั้นที่ ๖ ในหมู่เขาสัตบริภัณฑ์ที่ล้อมเป็นวงกลมรอบเขาพระสุเมรุ. (ป., ส. วินตก).(ดู สัตบริภัณฑ์, สัตภัณฑ์).

วินย, วินัย
[วินะยะ] น. ระเบียบแบบแผนและข้อบังคับ, ข้อปฏิบัติ, เช่นวินัยทหาร ทหารต้องยึดมั่นในวินัย; สิกขาบทของพระสงฆ์. (ป., ส.).

วินย, วินัย
[วินะยะ] น. ระเบียบแบบแผนและข้อบังคับ, ข้อปฏิบัติ, เช่นวินัยทหาร ทหารต้องยึดมั่นในวินัย; สิกขาบทของพระสงฆ์. (ป., ส.).

วินัยธร
[วิไนทอน] น. ภิกษุผู้ชํานาญวินัย. (ป.).

วินัยปิฎก
[วิไนยะปิดก, วิไนปิดก] น. ชื่อปิฎก ๑ ในพระไตรปิฎก.

วินันตู
น. น้องเขย. (ช.).

วินาที
น. ส่วน ๑ ใน ๖๐ ของนาที.

วินายก
น. ผู้ขจัดสิ่งขัดข้อง, พระวิฆเนศวร; พระพุทธเจ้า. (ป., ส.).

วินาศ, วินาศ
[วินาด, วินาดสะ] น. ความฉิบหาย. (ส.).

วินาศ, วินาศ
[วินาด, วินาดสะ] น. ความฉิบหาย. (ส.).

วินาศกรรม
[วินาดสะกำ] น. การลอบทําลายหรือเผาผลาญทรัพย์สินโรงงานอุตสาหกรรมเป็นต้น ของนายจ้างหรือของศัตรูเช่น ในกรณีที่เกิดพิพาทกันขึ้นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือเพื่อตัดกําลังฝ่ายศัตรูเมื่อทําสงครามกันโดยตรงหรือโดยปริยาย.

วินาศภัย
[วินาดสะไพ] (กฎ) น. ความเสียหายอย่างใด ๆ บรรดาที่พึงประมาณเป็นเงินได้ และหมายความรวมถึงความสูญเสียในสิทธิผลประโยชน์หรือรายได้ด้วย.

วินาศสันตะโร
[วินาด] (ปาก) ว. ความเสียหายป่นปี้ เช่นรถชนกันวินาศสันตะโร.

วินาศสันติ
[วินาด] ก. จงพินาศ, จงฉิบหาย, เป็นคำแช่งที่ออกเสียงเพี้ยนมาจากคำลงท้ายในคาถาอาคมที่เป็นภาษาบาลีว่า วินสฺสนฺตุ.

วินิจ
ก. ตรวจตรา, พิจารณา.

วินิจฉัย
ก. ตัดสิน, ชี้ขาด, เช่น เรื่องนี้วินิจฉัยได้ ๒ ทาง; ไตร่ตรอง,ใคร่ครวญ, เช่น คณะกรรมการขอเลื่อนเวลาออกไปอีกเพื่อวินิจฉัยปัญหาให้รอบคอบยิ่งขึ้น. (ป.).

วินิต
ก. ฝึกหัดหรืออบรม, ทำให้ละพยศหรือละทิฐิมานะ, ปกครอง.(ป., ส. วินีต).

วินิบาต
น. การทําลาย, การฆ่า, เช่น วินิบาตกรรม; ภพที่ต้องโทษ, ภพที่รับทุกข์,เช่น ทุคติวินิบาต. (ป., ส.).

วินิปาติก.
น. ผู้ตกอยู่ในอบาย, ผู้ถูกทรมาน. (ป.).

วิเนต
ก. นํา, ชี้, ฝึกหัด, สั่งสอน, อบรม. (ป.).

วิโนทก
น. ผู้บรรเทา. (ป., ส.).

วิบัติ
น. พิบัติ, ความฉิบหาย, ความหายนะ, ความเป็นอัปมงคล, เช่นทรัพย์สมบัติวิบัติ; ความเคลื่อนคลาด, ความผิด, เช่น อักขราวิบัติ.ก. ฉิบหาย เช่น ขอจงวิบัติทันตาเห็น. (ป., ส. วิปตฺติ).

วิบาก
น. ผล, ผลแห่งกรรมดีกรรมชั่วอันทําไว้แต่อดีต, เช่น กุศลวิบากกรรมวิบาก. ว. ลำบาก เช่น ทางวิบาก วิ่งวิบาก. (ป., ส. วิปาก).

วิบุล, วิบูล
ว. เต็ม, กว้างขวาง, มาก, ใช้ว่า วิบุลย์ หรือ วิบูลย์ ก็มี.(ป., ส. วิปุล).

วิบุล, วิบูล
ว. เต็ม, กว้างขวาง, มาก, ใช้ว่า วิบุลย์ หรือ วิบูลย์ ก็มี.(ป., ส. วิปุล).

วิบุลย์, วิบูลย์
ดู วิบุล, วิบูล.

วิบุลย์, วิบูลย์
ดู วิบุล, วิบูล.

วิปการ, วิประการ
[วิปะกาน, วิปฺระกาน] ก. ผิดฐานะ, ไม่เหมาะสม.(ป. วิปฺปการ; ส. วิปฺรการ ว่า ประทุษร้าย, แก้แค้น).

วิปการ, วิประการ
[วิปะกาน, วิปฺระกาน] ก. ผิดฐานะ, ไม่เหมาะสม.(ป. วิปฺปการ; ส. วิปฺรการ ว่า ประทุษร้าย, แก้แค้น).

วิปฏิสาร, วิประติสาร
[วิบปะติสาน, วิปฺระ] น. ความเดือดร้อน, ความร้อนใจ,(ภายหลังที่ได้กระทําผิด หรือเนื่องด้วยการกระทําผิด).(ป. วิปฺปฏิสาร; ส. วิปฺรติสาร).

วิปฏิสาร, วิประติสาร
[วิบปะติสาน, วิปฺระ] น. ความเดือดร้อน, ความร้อนใจ,(ภายหลังที่ได้กระทําผิด หรือเนื่องด้วยการกระทําผิด).(ป. วิปฺปฏิสาร; ส. วิปฺรติสาร).

วิปโยค, วิประโยค
[วิบปะโยก, วิปฺระโยก] น. ความพลัดพราก, ความกระจัดกระจาย,ความจากกัน. ว. เศร้าโศก เช่น วันวิปโยค แม่น้ำวิปโยค.(ป. วิปฺปโยค; ส. วิปฺรโยค).

วิปโยค, วิประโยค
[วิบปะโยก, วิปฺระโยก] น. ความพลัดพราก, ความกระจัดกระจาย,ความจากกัน. ว. เศร้าโศก เช่น วันวิปโยค แม่น้ำวิปโยค.(ป. วิปฺปโยค; ส. วิปฺรโยค).

วิประลาป, วิปลาป
[วิปฺระลาบ, วิบปะ] น. การพูดเพ้อ, การพูดพรํ่า; การทุ่มเถียง,การโต้ตอบ; การอ้อนวอน, การพรํ่าบ่น.(ป. วิปฺปลาป; ส. วิปฺรลาป).

วิประลาป, วิปลาป
[วิปฺระลาบ, วิบปะ] น. การพูดเพ้อ, การพูดพรํ่า; การทุ่มเถียง,การโต้ตอบ; การอ้อนวอน, การพรํ่าบ่น.(ป. วิปฺปลาป; ส. วิปฺรลาป).

วิประวาส, วิปวาส
[วิปฺระวาด, วิบปะ] น. การพลัดพราก, การจากไป, การไปอยู่ที่อื่น. (ป. วิปฺปวาส; ส. วิปฺรวาส).

วิประวาส, วิปวาส
[วิปฺระวาด, วิบปะ] น. การพลัดพราก, การจากไป, การไปอยู่ที่อื่น. (ป. วิปฺปวาส; ส. วิปฺรวาส).

วิปริต
[วิปะหฺริด, วิบปะหฺริด] ก. แปรปรวน, ผิดปรกติ, ผิดแนวทาง,แปรปรวนไปข้างร้าย, กลับกลายไปข้างร้าย. (ป.; ส. วิปรีต).

วิปลาส
[วิปะลาด, วิบปะลาด] ก. คลาดเคลื่อนไปจากธรรมดาสามัญ เช่นสติวิปลาสตัวอักษรวิปลาส สัญญาวิปลาส.(ป. วิปลฺลาส, วิปริยาส; ส. วิปรฺยาส).

วิปักษ์
น. ฝ่ายตรงกันข้าม, ข้าศึก, ศัตรู, ปรปักษ์. (ส.; ป. วิปกฺข).

วิปัสสก
น. ผู้เห็นแจ้ง. (ป.).

วิปัสสนา
[วิปัดสะนา] น. ความเห็นแจ้ง, การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความเห็นแจ้งในสังขารทั้งหลายว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา. (ป.).

วิปัสสนาธุระ
น. การเรียนวิปัสสนา, คู่กับ คันถธุระ การเรียนคัมภีร์ปริยัติ. (ป. วิปสฺสนา + ธุร).

วิปัสสนายานิก
น. ผู้มีวิปัสสนาเป็นยาน, ผู้ปฏิบัติวิปัสสนาล้วน ๆโดยมิได้เคยฝึกหัดเจริญสมาธิใด ๆ มาก่อน.

วิพากษ์
ก. พิจารณาตัดสิน. (ส. วิวกฺษา; เทียบ วิวาก ว่า ผู้พิพากษา).

วิพากษ์วิจารณ์
ก. วิจารณ์, ติชม, เช่น คนดูหนังวิพากษ์วิจารณ์ว่า หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าทำให้คนดูเบื่อ.

วิพิธทัศนา
[วิพิดทัดสะนา] น. การแสดงหลาย ๆ อย่างที่แสดงต่อเนื่องในสถานที่แสดงเดียวกัน.

วิพุธ
น. ผู้รู้, นักปราชญ์. (ป., ส.).

วิภว
[พะวะ] น. ความเจริญ; สมบัติ; ความไม่มีไม่เป็น. (ป., ส.).

วิภวตัณหา
น. ความปรารถนาในความไม่มีไม่เป็น. (ป.).

วิภังค์
น. การจําแนก, การแบ่ง; ชื่อคัมภีร์ที่ ๒ แห่งพระอภิธรรมปิฎก.(ป., ส.).

วิภัช, วิภัช
[พัด, พัดชะ] ก. แบ่ง, แยก, จําแนก. (ป., ส.).

วิภัช, วิภัช
[พัด, พัดชะ] ก. แบ่ง, แยก, จําแนก. (ป., ส.).

วิภัชพยากรณ์
น. การพยากรณ์หรืออธิบาย โดยจําแนกธรรมแต่ละหัวข้อตามเหตุและผลแห่งธรรมนั้น ซึ่งคํานึงถึงนิสัยของผู้ฟังเป็นที่ตั้ง.

วิภัชวาที
น. ผู้จําแนกธรรมแต่ละหัวข้อตามเหตุและผลแห่งธรรมนั้นโดยคํานึงถึงนิสัยของผู้ฟังเป็นที่ตั้ง.

วิภัตติ
[วิพัด] น. การแบ่ง, การจัดเป็นพวก, การจําแนก; (ไว) ประเภทคําในภาษาบาลีเป็นต้นที่แปลงท้ายคําแล้วเพื่อบอกการกหรือกาล เช่นปุริโส (อันว่าบุรุษ) เป็น กรรตุการก ปุริสํ (ซึ่งบุรุษ) เป็น กรรมการกจรติ (ย่อมเที่ยวไป) เป็น ปัจจุบันกาล จริ (เที่ยวไปแล้ว) เป็นอดีตกาลจริสฺสติ (จักเที่ยวไป) เป็น อนาคตกาล. (ป.).

วิภา
น. รัศมี, แสงสว่าง, ความแจ่มแจ้ง, ความสุกใส, ความงดงาม. (ป., ส.).

วิภาค
น. การแบ่ง, การจําแนก; ส่วน, ตอน. (ป., ส.).

วิภาช
ก. วิภัช.

วิภาดา
ว. สว่าง. (ป. วิภาตา).

วิภาวี
น. ผู้รู้แจ้งชัด, นักปราชญ์. (ป.; ส. วิภาวินฺ).

วิภาษ
ก. พูดแตกต่าง, พูดแย้ง. (ส. วิ + ภาษฺ).

วิภาส
ก. ส่องสว่าง, มีแสงสว่าง. (ส. วิภาสา ว่า แสง).

วิภู
น. ผู้ครอง, พระเจ้าแผ่นดิน. ว. ยิ่งใหญ่, มีอํานาจ; แข็งแรง. (ป., ส.).

วิภูษณะ
[วิพูสะ] น. เครื่องประดับ, เครื่องแต่ง. (ส.; ป. วิภูสน).

วิภูษา
น. เครื่องประดับ, เครื่องแต่ง. (ส.; ป. วิภูสา).

วิภูษิต
ว. แต่งแล้ว, ประดับแล้ว. (ส.; ป. วิภูสิต).

วิเภตก์, วิเภทก์
น. สมอพิเภก. (ป.).

วิเภตก์, วิเภทก์
น. สมอพิเภก. (ป.).

วิมน
ว. ใจคอวิปริต, เคลือบแคลง; ไม่พอใจ, ไม่สนใจ. (ป.).

วิมล
ว. ปราศจากมลทิน, ไม่มีตําหนิ, ใส, สะอาด, บริสุทธิ์, กระจ่าง, งาม.(ป., ส.).

วิมลัก
[วิมะ] (โบ) ว. รักยิ่ง.

วิมลาก
[วิมะ] (โบ) ว. มากยิ่ง.

วิมังสา
น. การสอบสวน, ความไตร่ตรอง, ความพิจารณา.(ป. วีมํสา; ส. มีมําสา).

วิมัติ
น. ความเคลือบแคลง, ความสงสัย. (ป., ส. วิมติ).

วิมาน
น. ที่อยู่หรือที่ประทับของเทวดา; ยานทิพย์. (ป., ส.).

วิมุข
[มุก] ว. กลับหน้า; เพิกเฉย; ข้างหลัง, ฝ่ายหลัง. (ป., ส.).

วิมุต
[มุด] ก. พ้น, หลุดพ้น. (ป. วิมุตฺต; ส. วิมุกฺต).

วิมุตติ
[วิมุด, วิมุดติ] น. ความหลุดพ้น; ชื่อหนึ่งของพระนิพพาน.(ป.; ส. วิมุกฺติ).

วิเมลือง
[วิมะเลือง] (โบ) ว. สุกใสยิ่ง, งามยิ่ง, อร่ามยิ่ง.

วิโมกข์
น. ความหลุดพ้น, การขาดจากความพัวพันแห่งโลก; พระนิพพาน.(ป.; ส. วิโมกฺษ).

วิเยน
น. ขันที. (ช.).

วิโยค
น. การจากไป, การพลัดพราก, ความร้าง, ความห่างเหิน. (ป., ส.).

วิร, วิระ
[วิระ] ว. วีระ, กล้าหาญ. น. ผู้กล้าหาญ, นักรบ; ผู้พากเพียร;ผู้เรืองนามในทางกล้าหาญ. (ป., ส. วีร).

วิร, วิระ
[วิระ] ว. วีระ, กล้าหาญ. น. ผู้กล้าหาญ, นักรบ; ผู้พากเพียร;ผู้เรืองนามในทางกล้าหาญ. (ป., ส. วีร).

วิรงรอง
น. พลับพลึง, วิรังรอง ก็ว่า. (ช.).

วิรตะ, วิรัต
ว. ปราศจากความยินดี, ไม่ยินดี. (ป. วิรตฺต; ส. วิรกฺต).

วิรตะ, วิรัต
ว. ปราศจากความยินดี, ไม่ยินดี. (ป. วิรตฺต; ส. วิรกฺต).

วิรมณะ
[วิระมะ] น. การงดเว้น, การตัดความยินดี. (ป.).

วิรวะ, วิราวะ
[วิระ] น. การร้อง, การเปล่งเสียง, การตะโกน; เสียงเกรียวกราว,เสียงเรียกร้อง. (ป., ส.).

วิรวะ, วิราวะ
[วิระ] น. การร้อง, การเปล่งเสียง, การตะโกน; เสียงเกรียวกราว,เสียงเรียกร้อง. (ป., ส.).

วิรังรอง
น. พลับพลึง, วิรงรอง ก็ว่า. (ช.).

วิรัช ๑
ว. ปราศจากธุลี, ไม่มีมลทิน, บริสุทธิ์, สะอาด. (ป., ส.).

วิรัช ๒
(แบบ) ว. ต่างประเทศ. (ป. วิรชฺช).

วิรัติ
[รัด] ก. งดเว้น, เลิก. น. การงดเว้น, การเลิก, เช่น มังสวิรัติสุราวิรัติ. (ป., ส. วิรติ).

วิราคะ
น. ความปราศจากราคะ, ความหน่าย, ความไม่ไยดี; พระนิพพาน.(ป., ส.).

วิราม
ว. งาม.

วิริยภาพ
น. ความเพียร, ความบากบั่น; ความกล้า.

วิริยะ
น. ความเพียร, ความบากบั่น, มักใช้เข้าคู่กับคำ อุตสาหะ เป็นวิริยอุตสาหะ; ความกล้า; วิริยภาพ ก็ใช้. (ป.; ส. วีรฺย).

วิรุธ
ว. พิรุธ. (ป., ส.).

วิรุฬห์
ว. เจริญ, งอกงาม. (ป.; ส. วิรูฒ).

วิรุฬหก
[รุนหก] น. ชื่อท้าวจาตุมหาราชองค์หนึ่ง ประจําทิศทักษิณ. (ป.).

วิรูป
ว. น่าเกลียด, พิการ, ไม่น่าดู. (ป., ส.).

วิรูปักษ์
น. ชื่อท้าวจาตุมหาราชองค์หนึ่ง ประจําทิศประจิม. (ป. วิรูปกฺข).

วิเรนทร์
น. จอมนักรบ, พระเจ้าแผ่นดิน. (ส. วีร + อินฺทฺร).

วิโรค
ว. ไม่เจ็บไข้, ปราศจากโรค. (ป.).

วิโรจ, วิโรจน์
ว. สว่าง, แจ่มใส, รุ่งเรือง. (ป., ส.).

วิโรจ, วิโรจน์
ว. สว่าง, แจ่มใส, รุ่งเรือง. (ป., ส.).

วิโรฒ
ว. งอกงาม. (ส. วิรูฒ; ป. วิรุฬฺห).

วิโรธ
น. พิโรธ.

วิลย, วิลัย
[วิละยะ, วิไล] น. ความย่อยยับ, การสลาย, การทําให้สลาย.(ป., ส.).

วิลย, วิลัย
[วิละยะ, วิไล] น. ความย่อยยับ, การสลาย, การทําให้สลาย.(ป., ส.).

วิลันดา
น. ชาวดัตช์, ชาวฮอลันดา. (ม.).

วิลาด, วิลาศ
ว. ที่เป็นของยุโรป (เป็นคําที่ชาวอินเดียในสมัยก่อนเรียกชาวตะวันตกโดยเฉพาะชาวอังกฤษ) เช่น สาคูวิลาด เหล็กวิลาดผ้าวิลาศ. (เปอร์เซีย wilayat).

วิลาด, วิลาศ
ว. ที่เป็นของยุโรป (เป็นคําที่ชาวอินเดียในสมัยก่อนเรียกชาวตะวันตกโดยเฉพาะชาวอังกฤษ) เช่น สาคูวิลาด เหล็กวิลาดผ้าวิลาศ. (เปอร์เซีย wilayat).

วิลาป
ก. พิลาป. (ป., ส.).

วิลาวัณย์
ว. งามยิ่ง, งามเลิศ. (ส. วิ + ลาวณฺย).

วิลาส
ว. พิลาส, งามมีเสน่ห์, งามอย่างสดใส. (ป., ส.).

วิลาสินี
ว. งามอย่างสดใส, งามมีเสน่ห์ เช่น อันว่าเจ้ามัทรีวิลาสินีนงราม.(ม. คําหลวง นครกัณฑ์). (ส.).

วิลิปดา
น. พิลิปดา.

วิลิศมาหรา
(ปาก) ว. หรูหรา เช่น แต่งตัววิลิศมาหรา.

วิเลป, วิเลป, วิเลปนะ
[วิเลบ, วิเลปะ, วิเลปะนะ] น. การทา, การลูบไล้; เครื่องลูบไล้.(ป., ส.).

วิเลป, วิเลป, วิเลปนะ
[วิเลบ, วิเลปะ, วิเลปะนะ] น. การทา, การลูบไล้; เครื่องลูบไล้.(ป., ส.).

วิเลป, วิเลป, วิเลปนะ
[วิเลบ, วิเลปะ, วิเลปะนะ] น. การทา, การลูบไล้; เครื่องลูบไล้.(ป., ส.).

วิโลก, วิโลกนะ
[วิโลกะนะ] ก. แลดู, ตรวจตรา. (ป., ส.).

วิโลก, วิโลกนะ
[วิโลกะนะ] ก. แลดู, ตรวจตรา. (ป., ส.).

วิโลจนะ
[วิโลจะนะ] น. ดวงตา. (ป., ส.).

วิโลม
ว. ย้อนขน, ทวนกลับ, ผิดธรรมดา. (ป., ส.).

วิไล
ว. งาม เช่น งามวิไล.

วิไลวรรณ
น. สีงาม, ผิวงาม.

วิวรณ์
น. การเปิด, การเผยแผ่, การไขความ. (ป., ส.).

วิวรรธน์
น. ความเจริญรุ่งเรือง, ความคลี่คลายไปในทางเจริญ.(ส. วิวรฺธน; ป. วิวฑฺฒน).

วิวระ
[วะ] น. ช่อง, ปล่อง, เหว, รู, โพรง; ความผิด. (ป., ส.).

วิวัฏ
น. พระนิพพาน. (ป. วิวฏฺฏ).

วิวัฒน, วิวัฒน์
[วัดทะนะ, วัด] น. ความเจริญรุ่งเรือง, ความคลี่คลายไปในทางเจริญ. (ป. วิวฑฺฒน; ส. วิวรฺธน)

วิวัฒน, วิวัฒน์
[วัดทะนะ, วัด] น. ความเจริญรุ่งเรือง, ความคลี่คลายไปในทางเจริญ. (ป. วิวฑฺฒน; ส. วิวรฺธน)

วิวัฒนาการ
[วิวัดทะนากาน] น. กระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือคลี่คลายไปสู่ภาวะที่ดีขึ้นหรือเจริญขึ้น เช่น วิวัฒนาการแห่งมนุษยชาติ วิวัฒนาการแห่งศิลปวัฒนธรรม.

วิวัฒนาการ
ดู วิวัฒน, วิวัฒน์.

วิวัน
น. ที่เปล่าเปลี่ยว. (ป.).

วิวาท
ก. ทะเลาะ เช่น เด็กวิวาทกัน, มักใช้เข้าคู่กับคำ ทะเลาะ เป็นทะเลาะวิวาท. (ป., ส.).

วิวาห, วิวาห์, วิวาหะ
[วิวาหะ] น. ‘การพาออกไป’ หมายถึง การแต่งงานแบบหนึ่งที่ฝ่ายชายจะต้องถูกนําไปอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง เรียกว่า วิวาหมงคล,เป็นประเพณีแต่งงานที่นิยมปฏิบัติกันในประเทศอินเดียฝ่ายใต้,การแต่งงานตามประเพณีไทย ไม่ว่าฝ่ายหญิงจะไปอยู่ที่บ้านฝ่ายชายหรือฝ่ายชายจะไปอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง หรือจะแยกไปอยู่ตามลําพังก็เรียกว่า วิวาหะ หรือ วิวาหมงคล ทั้งสิ้น. (ป., ส.).

วิวาห, วิวาห์, วิวาหะ
[วิวาหะ] น. ‘การพาออกไป’ หมายถึง การแต่งงานแบบหนึ่งที่ฝ่ายชายจะต้องถูกนําไปอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง เรียกว่า วิวาหมงคล,เป็นประเพณีแต่งงานที่นิยมปฏิบัติกันในประเทศอินเดียฝ่ายใต้,การแต่งงานตามประเพณีไทย ไม่ว่าฝ่ายหญิงจะไปอยู่ที่บ้านฝ่ายชายหรือฝ่ายชายจะไปอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง หรือจะแยกไปอยู่ตามลําพังก็เรียกว่า วิวาหะ หรือ วิวาหมงคล ทั้งสิ้น. (ป., ส.).

วิวาห, วิวาห์, วิวาหะ
[วิวาหะ] น. ‘การพาออกไป’ หมายถึง การแต่งงานแบบหนึ่งที่ฝ่ายชายจะต้องถูกนําไปอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง เรียกว่า วิวาหมงคล,เป็นประเพณีแต่งงานที่นิยมปฏิบัติกันในประเทศอินเดียฝ่ายใต้,การแต่งงานตามประเพณีไทย ไม่ว่าฝ่ายหญิงจะไปอยู่ที่บ้านฝ่ายชายหรือฝ่ายชายจะไปอยู่ที่บ้านฝ่ายหญิง หรือจะแยกไปอยู่ตามลําพังก็เรียกว่า วิวาหะ หรือ วิวาหมงคล ทั้งสิ้น. (ป., ส.).

วิวาหมงคล
น. พิธีแต่งงาน, งานสมรส, เช่น ขอเชิญหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ในงานวิวาหมงคล.

วิวิจ
ว. สงัด, ปลีกตัวไปอยู่ในที่สงัด. (ป. วิวิจฺจ).

วิวิต
ว. สงัด, ปลีกตัวไปอยู่ในที่สงัด. (ป. วิวิตฺต, ส. วิวิกฺต).

วิวิธ
ว. ต่าง ๆ กัน. (ป., ส.).

วิเวก
ว. เงียบสงัดทำให้รู้สึกเปล่าเปลี่ยวใจ, เงียบสงัดทำให้รู้สึกวังเวงใจ,เช่น อยู่ในวิเวก รู้สึกวิเวกวังเวงใจ. (ป.).

วิศรุต
[วิดสะรุด] ว. มีชื่อเสียง, ปรากฏ. (ส. วิศฺรุต; ป. วิสฺสุต).

วิศว
[วิดสะวะ] ว. ทั้งหมด, ทั้งปวง. (ส. วิศฺว; ป. วิสฺส).

วิศวกร
[วิดสะวะกอน] น. ผู้ประกอบงานวิศวกรรม.

วิศวกรรม
[วิดสะวะกํา] น. ชื่อเทวดาตนหนึ่ง ผู้ชํานาญในการช่างทั้งปวง, วิษณุกรรม วิสสุกรรม เวสสุกรรม หรือ เพชฉลูกรรม ก็เรียก.(ส.; ป. วิสฺสกมฺม, วิสฺสุกมฺม); การนําความรู้ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาประยุกต์ใช้.

วิศวกรรมศาสตร์
[วิดสะวะกํามะสาด] น. วิชาที่เกี่ยวกับการนําความรู้ทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาประยุกต์ใช้มีหลายสาขา เช่น วิศวกรรมโยธาวิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล.(อ. engineering).

วิศัลย์
ว. ปราศจากความเสียดแทง, ไม่ทุกข์ร้อน. (ส.; ป. วิสลฺล).

วิศาข, วิศาขะ, วิศาขา ๑
น. ชื่อเดือนที่ ๖ แห่งจันทรคติ ตกราวเดือนพฤษภาคม, ถ้าในปีอธิกมาสจะตกราวเดือนมิถุนายน. (ส.; ป. วิสาข, วิสาขา).

วิศาข, วิศาขะ, วิศาขา ๑
น. ชื่อเดือนที่ ๖ แห่งจันทรคติ ตกราวเดือนพฤษภาคม, ถ้าในปีอธิกมาสจะตกราวเดือนมิถุนายน. (ส.; ป. วิสาข, วิสาขา).

วิศาข, วิศาขะ, วิศาขา ๑
น. ชื่อเดือนที่ ๖ แห่งจันทรคติ ตกราวเดือนพฤษภาคม, ถ้าในปีอธิกมาสจะตกราวเดือนมิถุนายน. (ส.; ป. วิสาข, วิสาขา).

วิศาขบูชา
น. วิสาขบูชา, การบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า.(ส. วิศาข + ปูชา; ป. วิสาข + ปูชา).

วิศาขา ๒, วิสาขะ ๑
น. ดาวฤกษ์ที่ ๑๖ มี ๕ ดวง เห็นเป็นรูปแขนนาง หนองลาด เหมืองหรือไม้ฆ้อง, ดาวคันฉัตร หรือ ดาวศีรษะกระบือ ก็เรียก.(ส.; ป. วิสาข, วิสาขา).

วิศาขา ๒, วิสาขะ ๑
น. ดาวฤกษ์ที่ ๑๖ มี ๕ ดวง เห็นเป็นรูปแขนนาง หนองลาด เหมืองหรือไม้ฆ้อง, ดาวคันฉัตร หรือ ดาวศีรษะกระบือ ก็เรียก.(ส.; ป. วิสาข, วิสาขา).

วิศางค์
น. ๑ ใน ๒๐ ของเฟื้อง. (ส. วีศ + องฺค).

วิศาล
ว. ไพศาล, กว้างขวาง. (ส.; ป. วิสาล).

วิศิษฏ์
ว. เลิศ, ยอดเยี่ยม, เด่น, ดียิ่ง, ประเสริฐ. (ส. วิศิษฺฏ; ป. วิสิฏฺ?).

วิศุทธ์, วิศุทธิ์
ว. วิสุทธ์, วิสุทธิ์. (ส.; ป. วิสุทฺธ, วิสุทฺธิ).

วิศุทธ์, วิศุทธิ์
ว. วิสุทธ์, วิสุทธิ์. (ส.; ป. วิสุทฺธ, วิสุทฺธิ).

วิเศษ
ว. ยอดเยี่ยม, เลิศลอย, เช่น อาหารร้านนี้วิเศษมาก; ยอดเยี่ยมในทางวิทยาคมเป็นต้น เช่น ผู้วิเศษ, กายสิทธิ์, มีอำนาจหรืออิทธิฤทธิ์ในตัว,เช่น พรมวิเศษ ของวิเศษ ดาบวิเศษ. (ส.; ป. วิเสส).

วิเศษณ, วิเศษณ์
[วิเสสะนะ, วิเสด] (ไว) น. คําจําพวกหนึ่งที่แต่งหรือขยายคํานามคํากริยา หรือคําวิเศษณ์เพื่อบอกคุณภาพหรือปริมาณเป็นต้น เช่นคนดี นํ้ามาก ทําดี ดีมาก. (ส.).

วิเศษณ, วิเศษณ์
[วิเสสะนะ, วิเสด] (ไว) น. คําจําพวกหนึ่งที่แต่งหรือขยายคํานามคํากริยา หรือคําวิเศษณ์เพื่อบอกคุณภาพหรือปริมาณเป็นต้น เช่นคนดี นํ้ามาก ทําดี ดีมาก. (ส.).

วิเศษณการก
[วิเสสะนะ] (ไว) น. คําที่เรียงอยู่หลังบุรพบทที่ใช้เป็นบทเชื่อม เช่น รถของฉัน เขากินด้วยช้อนส้อม เขามาสู่บ้าน ถ้าละบุรพบทเสีย ก็อยู่ติดกับบทที่มันประกอบ เช่น รถฉัน เขากินช้อนส้อม เขามาบ้าน.

วิษณุ
[วิดสะนุ] น. พระนารายณ์. (ส.).

วิษณุมนตร์
น. มนตร์สรรเสริญพระนารายณ์, วิษณุเวท ก็ว่า.

วิษณุโลก
น. สวรรค์ของพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า. (ส.).

วิษณุเวท
น. มนตร์สรรเสริญพระนารายณ์, วิษณุมนตร์ ก็ว่า. (ส.).

วิษณุกรรม
น. พระวิศวกรรม, วิสสุกรรม เวสสุกรรม หรือ เพชฉลูกรรม ก็เรียก.

วิษธร
[วิสะทอน] น. งูพิษ. (ส.).

วิษักต์
ว. ติดอยู่, พันอยู่, พัวพัน. (ส.; ป. วิสตฺต).

วิษัย
น. วิสัย. (ส.).

วิษาณ
น. เขาสัตว์, งาช้าง. (ส.; ป. วิสาณ).

วิษุวัต
(ดารา) น. จุดราตรีเสมอภาค คือ จุดที่เมื่อดวงอาทิตย์โคจรไปถึงโลกจะมีกลางวันกับกลางคืนเท่ากัน มี ๒ จุด คือ วสันตวิษุวัต และศารทวิษุวัต. (ส. ว่า มีในกึ่งกลาง; อ. equinox).

วิสกี้
น. ชื่อสุราชนิดหนึ่งกลั่นจากเมล็ดธัญพืชบางชนิด. (อ. whisky).

วิสม
[สะมะ] ว. ไม่เรียบ, ไม่เสมอ, ขรุขระ, ไม่เท่ากัน. (ป., ส.).

วิสย, วิสัย
[วิสะยะ, วิไส] น. ความสามารถ เช่น อยู่ในวิสัยที่จะเลี้ยงดูบุตรภรรยาได้ เป็นเรื่องเหลือวิสัยที่จะทำได้; ขอบ, เขต, เช่นคามวิสัย โคจรวิสัย อยู่ในทัศนวิสัย. (ป.).

วิสย, วิสัย
[วิสะยะ, วิไส] น. ความสามารถ เช่น อยู่ในวิสัยที่จะเลี้ยงดูบุตรภรรยาได้ เป็นเรื่องเหลือวิสัยที่จะทำได้; ขอบ, เขต, เช่นคามวิสัย โคจรวิสัย อยู่ในทัศนวิสัย. (ป.).

วิสรรชนีย์
[วิสันชะนี] น. เครื่องหมายสระรูปดังนี้ ะ ใช้ประหลังอักษร.(ส. วิสรฺชนีย).

วิสฤต
[วิสฺริด] ว. แผ่ไป, แผ่ซ่าน, กระจาย. (ส.).

วิสสุกรรม
น. พระวิศวกรรม, วิษณุกรรม เวสสุกรรม หรือ เพชฉลูกรรมก็เรียก.

วิสัชนา
[วิสัดชะนา] ก. ตอบ, ชี้แจง, เช่น ขอวิสัชนาดังนี้. (ป. วิสชฺชนา).

วิสัญญี
ว. หมดความรู้สึก, สิ้นสติ, สลบ, เช่น นางก็ถึงวิสัญญีสลบลงตรงหน้าฉานปานประหนึ่งว่าพุ่มฉัตรทองอันต้องสายอัสนีฟาด(ม. ร่ายยาว มัทรี). (ป.).

วิสัญญีแพทย์
น. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการให้ยาชาและยาสลบ.

วิสัญญีภาพ
น. ความหมดความรู้สึก, ความสิ้นสติ, เช่นถึงซึ่งวิสัญญีภาพ.

วิสัญญีวิทยา
น. วิชาที่ว่าด้วยการให้ยาชาและยาสลบ.

วิสัยทัศน์
น. การมองการณ์ไกล, วิทัศน์. (อ. vision).วิสาข, วิสาขะ ๒, วิสาขา [วิสาขะ] น. ชื่อเดือนที่ ๖ แห่งจันทรคติตกราวเดือนพฤษภาคม, ถ้าในปีอธิกมาสจะตกราวเดือนมิถุนายน. (ป.).

วิสาขบูชา
น. การบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า, โบราณใช้ว่า วิศาขบูชา ก็มี. (ป.).

วิสามัญ
ว. ไม่ใช่ธรรมดา, ไม่ใช่สามัญ, เช่น ข้าราชการวิสามัญ สมาชิกวิสามัญประชุมสมัยวิสามัญ, พิเศษเฉพาะเรื่อง เช่น คณะกรรมาธิการวิสามัญ.

วิสามัญฆาตกรรม
[วิสามันคาดตะกํา] (กฎ) น. ฆาตกรรมที่ผู้ตายถูกซึ่งเจ้าพนักงานอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย หรือถูกฆ่าตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่.

วิสามานยนาม
[วิสามานยะนาม] (ไว) น. คํานามที่เป็นชื่อเฉพาะ ตั้งขึ้นสําหรับเรียกคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ เพื่อให้รู้ชัดว่าเป็นใครหรืออะไรเช่น นายดํา ช้างเอราวัณ เรือสุพรรณหงส์ จังหวัดเชียงใหม่.

วิสาร
น. การขยาย, การเผยแผ่. (ส.).

วิสารทะ
[ระ] ว. แกล้วกล้า, ชํานาญ, ฉลาด. (ป.).

วิสาล
ว. ไพศาล, กว้างขวาง. (ป.; ส. วิศาล).

วิสาสะ
น. ความคุ้นเคย, ความสนิทสนม; การถือว่าเป็นกันเอง เช่นหยิบของไปโดยถือวิสาสะ. ก. พูดจาปราศรัยอย่างคุ้นเคยกัน เช่นไม่เคยวิสาสะกันมาก่อน. (ป. วิสฺสาส; ส. วิศฺวาส).

วิสาหกิจ
[วิสาหะกิด] น. การประกอบการที่ยาก สลับซับซ้อนหรือเสี่ยงต่อการขาดทุน ล้มละลาย.

วิสิฐ
ว. วิศิษฏ์. (ป. วิสิฏฺ?; ส. วิศิษฺฏ).

วิสุงคามสีมา
[คามมะ] น. เขตที่พระราชทานแก่สงฆ์เพื่อใช้เป็นที่สร้างพระอุโบสถ.

วิสุทธ์, วิสุทธิ์
ว. สะอาด, ใส, ขาว, หมดจด, บริสุทธิ์, หมดมลทิน.(ป.; ส. วิศุทฺธ, วิศุทฺธิ).

วิสุทธ์, วิสุทธิ์
ว. สะอาด, ใส, ขาว, หมดจด, บริสุทธิ์, หมดมลทิน.(ป.; ส. วิศุทฺธ, วิศุทฺธิ).

วิสูตร
[สูด] (ราชา) น. ม่าน.

วิเสท
[เสด] น. ผู้ทํากับข้าวของหลวง.

วิหค, วิหงค์
น. นก. (ป. วิหค, วิหงฺค; ส. วิหค, วิหํค).

วิหค, วิหงค์
น. นก. (ป. วิหค, วิหงฺค; ส. วิหค, วิหํค).

วิหลั่น
น. ค่ายที่ทําให้ขยับลุกเข้าไปหาข้าศึกทีละน้อย ๆ.

วิหายสะ
[หายะสะ] น. ฟ้า, อากาศ. (ป., ส.).

วิหาร, วิหาร
[วิหาน, วิหาระ] น. วัด, ที่อยู่ของพระสงฆ์; ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป, คู่กับ โบสถ์; การพักผ่อน เช่น ทิวาวิหาร ว่า การพักผ่อนในเวลากลางวัน. (ป., ส.).

วิหาร, วิหาร
[วิหาน, วิหาระ] น. วัด, ที่อยู่ของพระสงฆ์; ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป, คู่กับ โบสถ์; การพักผ่อน เช่น ทิวาวิหาร ว่า การพักผ่อนในเวลากลางวัน. (ป., ส.).

วิหารแกลบ
[แกฺลบ] น. วิหารเล็ก ๆ.

วิหารคด
น. วิหารที่มีลักษณะคดเป็นข้อศอกอยู่ตรงมุม อาจมีหลังเดียวก็ได้โดยมากจะมี ๔ มุม และประดิษฐานพระพุทธรูป,สิ่งก่อสร้างที่คดเป็นข้อศอกอยู่ตรงมุม.

วิหารทิศ
น. วิหารที่สร้างออกมาทั้ง ๔ ด้านของพระสถูปหรือพุทธเจดีย์ เช่น วิหารทิศวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามกรุงเทพมหานคร, วิหารที่อยู่ตรงกลางของพระระเบียงทั้ง ๔ ด้าน เช่น วิหารทิศวัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม.

วิหารธรรม
[วิหาระทํา] น. ธรรมประจําใจ.

วิหารยอด
น. วิหารที่มียอดเป็นรูปทรงต่าง ๆ, ถ้ายอดทรงเจดีย์เรียกว่า วิหารยอดเจดีย์,’; ถ้ายอดทรงปรางค์ เรียกว่า วิหารยอดปรางค์.

วิหารราย
น. วิหารขนาดใกล้เคียงกับวิหารน้อย ตั้งเรียงรายภายในพุทธาวาสโดยรอบ เช่น วิหารรายวัดพระศรีสรรเพ็ชญ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ศาลารายที่ใช้สำหรับพิธีสวดโอ้เอ้วิหารราย เช่น ศาลารายวัดพระศรีรัตนศาสดารามกรุงเทพมหานคร.

วิหารหลวง
น. วิหารที่ด้านท้ายเชื่อมติดกับพระสถูปเจดีย์หรือพระปรางค์ เช่น วิหารหลวงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตําบลเชลียง อําเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย.

วิหิงสะ, วิหิงสา, วิเหสา
น. ความเบียดเบียน; การทําร้าย. (ป. วิหึสา, วิเหสา; ส. วิหึส).

วิหิงสะ, วิหิงสา, วิเหสา
น. ความเบียดเบียน; การทําร้าย. (ป. วิหึสา, วิเหสา; ส. วิหึส).

วิหิงสะ, วิหิงสา, วิเหสา
น. ความเบียดเบียน; การทําร้าย. (ป. วิหึสา, วิเหสา; ส. วิหึส).

วิฬังค์
น. ผักดอง. (ป.; ส. วิฑงฺค ว่า ยาสําหรับฆ่าตัวพยาธิในท้อง).

วิฬาร, วิฬาร์
น. แมว. (ป.).

วิฬาร, วิฬาร์
น. แมว. (ป.).

วี ๑
ก. พัด, โบก.

วี ๒
ดู หมอตาล ที่ หมอ ๒.

วีจิ
น. คลื่น, ลูกคลื่น. (ป., ส.).

วีชนี
[วีชะนี] น. วิชนี, พัด. (ป.; ส. วีชน).

วีณา
น. พิณ. (ป., ส.).

วี้ด
ว. เสียงดังเช่นนั้น.

วีต
[วีตะ] ว. ไปแล้ว, หมดแล้ว, ปราศจาก, มักใช้ประกอบหน้าศัพท์อื่นเช่น วีตราคะ ว่า หมดราคะ วีตโลภะ ว่า หมดความโลภ. (ป., ส.).

วีร
[วีระ] ว. กล้าหาญ. (ป., ส.).

วีรกรรม
[วีระกำ] น. การกระทําที่ได้รับยกย่องว่าเป็นความกล้าหาญ,การกระทําของผู้กล้าหาญ.

วีรชน
[วีระชน] น. ผู้ที่ได้รับยกย่องว่ามีความกล้าหาญ.

วีรบุรุษ
[วีระบุหฺรุด] น. ชายที่ได้รับยกย่องว่ามีความกล้าหาญ.(ส. วีรปุรุษ).วีรสตรี [วีระสัดตฺรี] น. หญิงที่ได้รับยกย่องว่ามีความกล้าหาญ.

วี่วัน
น. วัน.

วี่แวว
น. เค้าเงื่อนตามที่แว่วมา, ร่องรอย, เช่น ของหายไปไม่มีวี่แวว.

วีสะ
ว. ยี่สิบ. (ป.; ส. วีศ).

วุ้ง
ว. เว้าเป็นเวิ้งเข้าไป.

วุฐิ
[วุดถิ] น. ฝน. (ป. วุฏฺ??; ส. วฺฤษฺฏิ).

วุฒ
[วุด] ว. เจริญแล้ว; สูงอายุ. (ป. วุฑฺฒ; ส. วฺฤทฺธ).

วุฒิ, วุฒิ
[วุดทิ] น. ภูมิรู้; ความเจริญ, ความงอกงาม, ความเป็นผู้ใหญ่.(ป. วุฑฺฒิ; ส. วฺฤทฺธิ).

วุฒิ, วุฒิ
[วุดทิ] น. ภูมิรู้; ความเจริญ, ความงอกงาม, ความเป็นผู้ใหญ่.(ป. วุฑฺฒิ; ส. วฺฤทฺธิ).

วุฒิบัตร
น. เอกสารแสดงวุฒิทางการศึกษา, มักใช้กับการศึกษาอบรมระยะเวลาสั้น ๆ.

วุฒิสภา
(กฎ) น. สภานิติบัญญัติสภาหนึ่ง ซึ่งเมื่อรวมกับสภาผู้แทนราษฎรแล้วประกอบเป็นรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช ๒๕๔๐) วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งจำนวน ๒๐๐ คน ตามวิธีแบ่งเขตเลือกตั้งโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินและมีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ.

วุฒิสมาชิก
(ปาก) น. สมาชิกวุฒิสภา.

วุด
ก. เป่าชุดให้ไฟลุก, ฮุด ก็ว่า.

วุธวาร
[วุดทะวาน] น. วันพุธ.

วุ่น
ก. ยุ่ง, ก้าวก่าย, เช่น คุณไม่ควรไปวุ่นกับเรื่องของคนอื่นเขา, สับสนเช่น งานมากทําให้สมองวุ่นไปหมด, อาการที่ต้องทําอะไรหลาย ๆอย่างในขณะเดียวกัน เช่น เขาต้องวุ่นอยู่กับงานสารพัดตลอดเวลา,ชุลมุน เช่น มีแขกมามากทําให้วุ่นกันไปทั้งบ้าน.วุ่นเป็นจุลกฐิน [จุนละกะถิน] (สํา) ก. อาการที่ต้องทํางานอย่างชุลมุนวุ่นวายเพื่อให้เสร็จทันเวลาอันจํากัด.

วุ่นวาย
ก. เอาเป็นธุระมากเกินไป เช่น เขาชอบเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่นไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก อย่าวุ่นวายไปเลย;ไม่สงบ เช่น บ้านเมืองวุ่นวายเกิดจลาจลไปทุกหนทุกแห่ง.น. ความไม่สงบ เช่น เกิดวุ่นวายไปทั่วบ้านทั่วเมือง.

วุ้น
น. ของกินชนิดหนึ่ง ทำจากสาหร่ายทะเลเป็นต้น เมื่อนํามาต้มแล้วทิ้งไว้ให้เย็นจะแข็งตัว มีลักษณะค่อนข้างใสและนุ่ม ใช้ทําเป็นของหวานบางอย่าง เช่นวุ้นกะทิ วุ้นนํ้าเชื่อม, เรียกสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เคี่ยวหนังหมูจนเปื่อยเป็นวุ้น.

วุ้นชา
น. วุ้นนํ้าเชื่อม.

วุ้นตาวัว
น. ชื่อวุ้นหวานชนิดหนึ่ง หยอดในถ้วยตะไล มีไส้ทำด้วยถั่วกวนปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ อยู่ตรงกลาง.

วุ้นเส้น
. แป้งถั่วเขียวทําเป็นเส้นเล็ก ๆ ยาวอย่างเส้นลวด เมื่อแช่นํ้าทําให้อ่อนคล้ายวุ้น ใช้ทําเป็นอาหาร เช่น แกงร้อน,เส้นแกงร้อน ก็เรียก.

วุบ
ว. ฉับพลัน, ฉับไว, ใช้ประกอบอาการของแสงหรือสิ่งที่มีรูปร่างที่ปรากฏให้เห็นแล้วหมดสิ้นหรือลับหายไปอย่างรวดเร็วในทันทีทันใด เช่น หายวุบ.

วุ้ย
อ. คำที่เปล่งออกมาเมื่อรู้สึกตกใจ เก้อเขิน หรือไม่พอใจ เป็นต้น(โดยมากเป็นเสียงผู้หญิง) เช่น วุ้ย น่ารำคาญ.

วุลแฟรม
น. ทังสเตน. (อ. wolfram).

วู้
ว. เสียงกู่เรียกหรือขานรับอย่างดัง.

วูดวาด
ว. โดยเร็วและแรง (ใช้แก่อาการของลมพัดเป็นต้น).

วูบ
ก. อาการที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่น ตะเกียงดับวูบ ร้อนวูบ เย็นวูบ,โดยปริยายหมายถึงลักษณะที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น หลบวูบใจหายวูบ.

วูบวาบ
ว. ระยับตา เป็นอาการของแสงหรือเงามันที่ปรากฏแล้วหายลับไปทันทีทันใดต่อเนื่องกัน เช่น เสื้อปักเลื่อมดูวูบวาบไปทั้งตัว.

วู่วาม
ว. อาการที่พูดหรือทำอย่างรีบร้อนโดยไม่ใคร่ครวญให้ดีเสียก่อน,ขาดสติ, หุนหันพลันแล่น, เช่น อารมณ์วู่วาม ทำไปอย่างวู่วาม.

Related Posts

Leave a Reply

© 2026 Ninenovel - Theme by WPEnjoy

Discover more from Ninenovel TV Drama Series

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading