คำศัพท์ภาษาไทย ขึ้นต้นด้วย ท

ท ๑
พยัญชนะตัวที่ ๒๓ เป็นพวกอักษรตํ่า ใช้เป็นตัวสะกดในแม่กดในคําที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นต้น เช่น ประมาท บทธาตุบิสมัท.

ท ๒
ใช้ประสมกับตัว ร อ่านเป็นเสียง ซ ในคําบางคํา เช่น ทราบ แทรกทรง และในคําบางคําที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต เช่น ทรัพย์อินทรีย์ มัทรี, ที่อ่านเป็นเสียงเดิมคือ ทร (ไม่ใช่ ซ) ก็มี เช่น ภัทรบิฐ.

ท ๓
[ทะ] ใช้เป็นคํานําหน้านาม แปลว่า คน, ผู้, เช่น ทนาย ทแกล้ว.

ทก ๑
(โบ) ว. ทุก เช่น ทกพวก ทกพาย.

ทก ๒
(แบบ) น. นํ้า. (ป., ส.).

ทกล้า, ทแกล้ว
[ทะกฺล้า, ทะแกฺล้ว] น. ผู้กล้า, ทหาร.

ทกล้า, ทแกล้ว
[ทะกฺล้า, ทะแกฺล้ว] น. ผู้กล้า, ทหาร.

ท่ง
(กลอน) น. ทุ่ง.

ทงัน
[ทะงัน] (กลอน) ว. ตระหง่าน, กว้างใหญ่, สูงใหญ่.

ทชี
[ทะชี] น. นักบวช. (กร่อนมาจาก ท่านชี).

ทด
ก. กันไว้, กั้นไว้, ทําให้นํ้าท่วมท้นขึ้นมาด้วยทํานบเป็นต้น เช่น ทดนํ้า;แทน, เป็นคําใช้เข้าคู่กันว่า ทดแทน เนื้อความกลายเป็นตอบแทน,บางทีใช้ ทด คําเดียว เช่น ทดข้าวทดปลา; เพิ่ม. น. สิ่งที่ใช้กั้นนํ้า.

ทดแทน
ก. ตอบแทน, ชดใช้หรือชดเชยสิ่งที่เสียไป.

ทดรอง
ก. ออกเงินหรือทรัพย์รองจ่ายไปก่อน.

ทดลอง
ก. ลองทํา, ลองให้ทํา, ทดสอบข้อสมมุติฐานเป็นต้น.

ทดเลข
ก. ยกจํานวนเลขครบสิบไปไว้เพื่อบวกกับผลของหลักหน้า.

ทดสอบ
ก. ตรวจสอบเพื่อความถูกต้องแน่นอน เช่น ทดสอบเครื่องยนต์;(การศึกษา) สอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถเป็นต้น เช่นทดสอบความรู้ของนักเรียนด้วยการให้ลองปฏิบัติ.

ทดโทร่ห
[-โทฺร่] (แบบ) ก. การคิดประทุษร้าย, ใช้เข้าคู่กับคํา กบฏ เป็นกบฏทดโทร่ห, ทดโท่ ก็ว่า.

ทท
[ทด, ทะทะ] น. ผู้ให้, มักใช้ประกอบท้ายศัพท์ เช่น กามทท =ผู้ให้สิ่งที่น่าปรารถนา. (ป., ส.).

ทธิ
[ทะทิ] (แบบ) น. นมส้ม คือนมที่ขึ้นฝาแปรสภาพเป็นนมเปรี้ยวอยู่ในจําพวกเบญจโครส. (ป., ส.).

ทน
ก. อดกลั้นได้, ทานอยู่ได้, เช่น ทนด่า ทนทุกข์ ทนหนาว, ไม่แตกหักหรือบุบสลายง่าย เช่น ของดีใช้ทน ไม้สักทนกว่าไม้ยาง. ว. แข็งแรง,มั่นคง, เช่น ฟันทน, อึด เช่น วิ่งทน ดํานํ้าทน.

ทนทาน
ว. มั่นคง, ไม่เสียหายง่าย.

ท้น
ก. เอ่อสูงขึ้นจนเปี่ยมพร้อมจะไหลล้นหรือไหลทวนกลับขึ้นไป เช่นนํ้าท้นฝั่ง, อาการที่เนื้อล้นออกมาจนเห็นเป็นรอยนอกเสื้อ เช่น สวมเสื้อคับจนเนื้อท้น.

ทนดี ๑
ดู ตองแตก.

ทนดี ๒
(แบบ) น. ช้าง. (ป. ทนฺตี; ส. ทนฺตินฺ ว่า สัตว์มีงา).

ทนต-, ทนต์
[ทนตะ-, ทน] (แบบ) น. ฟัน, งาช้าง. (ป., ส. ทนฺต).

ทนต-, ทนต์
[ทนตะ-, ทน] (แบบ) น. ฟัน, งาช้าง. (ป., ส. ทนฺต).

ทนตกาษฐ์
[-กาด] น. ไม้สีฟัน คือท่อนไม้เล็ก ๆ สําหรับถูฟันให้สะอาด ทําจากต้นไม้ต่าง ๆ เช่น ไม้คนทา. (ส. ทนฺต + กาษฺ?).

ทนโท่
ว. ปรากฏชัดแก่ตา, จะแจ้ง, เช่น เห็นอยู่ทนโท่, โทนโท่ ก็ว่า.

ทนม
[ทะนม] (กลอน) น. การข่มใจ, การทรมาน, การฝึกสอนตน.(ป., ส. ทมน).

ทนาย
[ทะ-] น. ผู้รับใช้, ผู้แทนนาย, (ใช้แก่ผู้มีอํานาจ); คำเรียกทนายความอย่างสั้น ๆ.

ทนายความ
น. ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ว่าต่างแก้ต่างคู่ความในเรื่องอรรถคดี,เรียกสั้น ๆ ว่า ทนาย; (กฎ) ผู้ที่สภาทนายความได้รับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ; (ปาก) หมอความ; (โบ)ผู้พากย์หนัง.

ทนายแผ่นดิน
(กฎ) ดู อัยการ.

ทนายเรือน
(โบ) น. พนักงานฝ่ายในมีหน้าที่ติดต่อกับสถานที่ต่าง ๆ ในพระราชวัง.

ทนายเลือก
(โบ) น. นักมวยสําหรับป้องกันพระเจ้าแผ่นดิน; ชื่อกรมกรมหนึ่งมีหน้าที่กํากับมวย.

ทนายหน้าหอ
(ปาก) น. หัวหน้าคนรับใช้ที่ใช้ออกหน้าออกตา, ผู้รับหน้าแทนนาย.

ทบ ๑
ก. พับเข้ามา เช่น ทบผ้า ทบเชือก, เพิ่มเข้า เช่น เอาเชือกมาทบเข้าอีกเส้นหนึ่ง, ลักษณนามเรียกสิ่งที่พับเข้ามาหรือเพิ่มเข้ามาเช่น ผ้าทบหนึ่ง ผ้า ๒ ทบ.

ทบทวน
ก. ย้อนกลับทําซํ้าอีกเพื่อให้แม่นยํา เช่น ทบทวนตํารา, ทวนทบก็ว่า; พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เช่น ทบทวนนโยบาย.

ทบ ๒
(กลอน) ก. กระทบ เช่น ของ้าวทบทะกัน. (ตะเลงพ่าย).

ทบท่าว
ก. ทรุดลง, ล้มลง, เช่น เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น. (ตะเลงพ่าย).

ทบวง
[ทะ-] (กฎ) น. ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง ซึ่งโดยสภาพและปริมาณของงานไม่เหมาะสมที่จะตั้งเป็นกระทรวงอาจสังกัดหรือไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงก็ได้;ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลางที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง แต่เรียกชื่อว่า ทบวง เช่น ทบวงมหาวิทยาลัย.

ทบวงการ
น. องค์การทางราชการ.

ทบวงการเมือง
(กฎ) น. ส่วนราชการและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีสภาพเป็นนิติบุคคล และมีอํานาจหน้าที่ในทางปกครอง เช่น กระทรวง ทบวงกรมเทศบาล.

ทมก
[ทะมก, ทะมะกะ] (แบบ) น. ผู้ทรมาน, ผู้ฝึกตน. (ป.).

ทมนะ
[ทะมะนะ] (แบบ) น. การทรมาน, การข่ม, การฝึกสอนตน,การปราบ. (ป., ส.).

ทมบ
[ทะมบ] น. ผีผู้หญิงที่ตายในป่าและสิงอยู่ในบริเวณที่ตาย มีรูปเห็นเป็นเงา ๆ แต่ไม่ทําอันตรายใคร, ฉมบ หรือ ชมบ ก็ว่า. (ข. ฉฺมบ ว่าหมอตําแย).

ทมอ
[ทะมอ] ว. สีมอ, สีนกกระเรียน.

ทมะ
[ทะ-] (แบบ) น. การข่มใจ, การทรมาน, การฝึกตน; อาชญา,การปรับไหม. (ป., ส.).

ทมิฬ
[ทะมิน] น. ชนพื้นเมืองอินเดียเผ่าหนึ่ง ปัจจุบันมีอยู่มากทางอินเดียแถบใต้และเกาะลังกาแถบเหนือ, ชื่อภาษาของชนเผ่านั้น. ว. ดุร้าย,ร้ายกาจ, เช่น ใจทมิฬ ยุคทมิฬ, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคำ หินชาติ เป็นใจทมิฬหินชาติ. (ป.).

ทเมิน
[ทะ-] น. พวก, ทหาร, เหล่า, พรานป่า. (ข. เถฺมิร).

ทโมน
[ทะ-] ว. ใหญ่และมีกําลังมาก (มักใช้แก่สัตว์ตัวผู้ที่เป็นจ่าฝูง)เช่น ลิงทโมน.

ทยอย ๑
[ทะ-] ว. หย่อย ๆ กันไปไม่ขาดระยะ, อาการที่ไปหรือมาทีละน้อย.

ทยอย ๒
[ทะ-] น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง มีชนิดย่อยเป็น ทยอยนอกทยอยใน ทยอยโอด.

ทยา ๑
[ทะ-] (แบบ) น. ความเอ็นดู, ความกรุณา, มักใช้เป็นส่วนหน้าสมาสเช่น ทยาทิคุณ. (ป., ส.).

ทยาลุ, ทยาลุก
(แบบ) ว. มีความเอ็นดู, มีความสงสาร. (ป., ส.).

ทยาลุ, ทยาลุก
(แบบ) ว. มีความเอ็นดู, มีความสงสาร. (ป., ส.).

ทยา ๒
[ทะ-] ว. ดี, สําคัญ, ต้องการ, เช่น ของทยาของเจ้าตะเภาทอง. (ไกรทอง),กูจะให้ขนมเข่งของทยา กินอร่อยหนักหนาประสาจน. (สังข์ทอง), ทายาก็ใช้.

ทแยง
[ทะ-] ว. เฉียง, เฉลียง.

ทแยงมุม
ว. เฉียงจากมุมหนึ่งไปยังมุมตรงข้าม.

ทร-
[ทอระ-] คําอุปสรรค แปลว่า ชั่ว, ยาก, ลําบาก, น้อย, ไม่มี, เช่นทรชน ทรลักษณ์ ทรพล. (ป. ทุ, ทุรฺ; ส. ทุสฺ).

ทรกรรม
น. การทําให้ลําบาก.

ทรชน
น. คนชั่วร้าย, ทุรชน ก็ว่า.

ทรชาติ
น. ชาติชั่ว.

ทรธึก
ว. ชั่วยิ่ง, ใช้เรียกวันในตําราหมอดูว่า วันทรธึก หมายความว่า วันชั่วยิ่งห้ามทําการมงคลต่าง ๆ.

ทรพล
ว. มีกําลังน้อย, อ่อนแอ, ท้อแท้; เลวทราม.

ทรพิษ
น. ชื่อโรคระบาด มักขึ้นตามตัว เป็นเม็ดเล็ก ๆ ดาษทั่วไปเรียกว่าไข้ทรพิษ, ฝีดาษ ก็ว่า.

ทรภิกษ์
น. การขาดแคลนอาหาร, ข้าวยากหมากแพง.

ทรยศ
ก. คิดร้ายต่อผู้มีอุปการะ, กบฏ.

ทรยุค
น. ยุคชั่ว.

ทรราช
น. ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อํานาจตามอําเภอใจ ทําความเดือดร้อนทารุณให้แก่ผู้อยู่ใต้การปกครองของตน. (อ. tyrant), เรียกลัทธิเช่นนั้นว่า ทรราชย์ หรือ ระบบทรราชย์. (อ. tyranny).

ทรลักษณ์
ว. มีลักษณะที่ถือว่าไม่ดี.

ทรง
[ซง] น. รูปร่าง เช่น ทรงกระบอก ทรงปั้นหยา ทรงกระสอบทรงกระทาย (ลักษณะชามหรือถ้วยมีรูปคล้ายกระทาย), แบบ เช่นทรงผม. ก. ตั้งอยู่ได้ เช่น ทรงตัว; จํา เช่น ทรงพระไตรปิฎก;รองรับ เช่น ธรรมย่อมทรงผู้ประพฤติธรรมไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว; มีเช่น ทรงคุณวุฒิ; คงอยู่ เช่น ไข้ยังทรงอยู่ นํ้าทรง; ในราชาศัพท์มีความหมายว่า ขี่ หรือ ถือ เป็นต้น ตามเนื้อความของคําที่ตามหลัง เช่น ทรงม้า ว่า ขี่ม้า ทรงช้าง ว่า ขี่ช้าง ทรงศร ว่า ถือศรทรงศีล ว่า รับศีล ทรงธรรม ว่า ฟังเทศน์ ทรงบาตร ว่า ตักบาตรทรงราชย์ ว่า ครองราชสมบัติ; ถ้าประกอบหน้านามบางคํา เช่นชัย ภพ ศรี ศักดิ์ ธรรม เป็น พระทรงชัย พระทรงภพ พระทรงศรีพระทรงศักดิ์ พระทรงธรรม หมายถึง กษัตริย์; ถ้าประกอบหน้านามที่เป็นพาหนะหรืออาวุธเป็นต้นของพระเป็นเจ้า หมายถึงพระเป็นเจ้านั้น ๆ เช่น พระทรงโค หมายถึง พระอิศวร พระทรงครุฑ พระทรงศร พระทรงสังข์ หมายถึง พระนารายณ์ พระทรงหงส์หมายถึง พระพรหม; ใช้นําหน้าคํากริยาสามัญให้เป็นราชาศัพท์เช่น ทรงทราบ ทรงยินดี ทรงขอบใจ; ใช้นําหน้าคํานามราชาศัพท์ให้เป็นกริยาราชาศัพท์ เช่น ทรงพระสรวล ทรงพระเมตตา ทรงพระประชวร, ในลักษณะนี้จะหมายความว่า มี ก็ได้ เช่น ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงพระคุณ ทรงพระนาม, เมื่อกริยาเป็นราชาศัพท์อยู่แล้วไม่นิยมใช้คําว่า ทรง นําหน้าซ้อนลงไปอีก เช่นไม่ใช้ว่า ทรงตรัสทรงประทับ ทรงพระราชทาน. (ราชา) ว. เรียกช้าง ม้า ที่ขึ้นระวางแล้วว่า ช้างทรง ม้าทรง.

ทรงกลด
ว. มีแสงสีรุ้งเป็นวงกลมล้อมรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์.

ทรงข้าวบิณฑ์
ดู พุ่มทรงข้าวบิณฑ์.

ทรงเครื่อง
ก. แต่งตัวมีเครื่องประดับ เช่น พระพุทธรูปทรงเครื่อง, มีเครื่องปรุงพิเศษกว่าปรกติ เช่น กระท้อนทรงเครื่อง, ประดิดประดอยให้งดงามเป็นพิเศษ เช่น ตัวหนังสือทรงเครื่อง; (ราชา) ตัดผม (ใช้แก่เจ้านาย).

ทรงเครื่องใหญ่, ทรงพระเครื่องใหญ่
(ราชา) ก. ตัดผม (ใช้แก่พระเจ้าแผ่นดิน).

ทรงเครื่องใหญ่, ทรงพระเครื่องใหญ่
(ราชา) ก. ตัดผม (ใช้แก่พระเจ้าแผ่นดิน).

ทรงเจ้า
ก. ทําพิธีเชิญเจ้าเข้าสิงคนทรง. น. เรียกคนสําหรับทรงเจ้าว่าคนทรงเจ้า.

ทรงเจ้าเข้าผี
ก. เข้าผี, ลงผี.

ทรงตัก
(ราชา) น. กระบวยสําหรับตักนํ้าอบ.

ทรงประพาส
น. ชื่อฉลองพระองค์ มีรูปเป็นเสื้อกั๊กมีชาย, คู่กับ พระกรน้อย เป็นเสื้อชั้นใน ที่แขนต่อแถบรัด มีสายรัดกับเสื้อทรงประพาส, ชื่อเสื้อยศผู้ว่าราชการเมืองครั้งก่อน; ชื่อหมวกเครื่องยศรูปเป็นกลีบ ๆ มีชายปกข้างและหลัง.

ทรงมัณฑ์
[ซงมัน] ว. มีรูปทรงกลมหรือเหลี่ยมซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เรียวขึ้นไปอย่างหัวเม็ดเสาเกย. (สันนิษฐานกันว่า คําว่า มัณฑ์น่าจะตัดมาจากคํามณฑป).

ทรงลังกา
ว. เรียกเจดีย์รูปทรงกลม มีฐานล่างเป็นฐานบัวลูกแก้วองค์ครรภธาตุมีรูปทรงคล้ายระฆังควํ่า ตอนบนเป็นที่ตั้งของรัตนบัลลังก์ มียอดประดับด้วยปล้องไฉน.

ทรงหม้อตาล
น. เรียกหมวกที่มีรูปทรงคล้ายหม้อตาลอย่างหมวกที่พลทหารเรือและจ่าทหารเรือเป็นต้นสวมว่า หมวกทรงหม้อตาล.

ทรงกระเทียม
[ซง-] น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Eleocharis dulcis (Burm.f.) Hensch. var.dulcis ในวงศ์ Cyperaceae ลําต้นกลม มีกาบบาง ๆ หุ้มที่โคนดอกเป็นกระจุก มีหัวกินได้.

ทรงบาดาล
[ซง-] น. ชื่อไม้พุ่มชนิด Senna surattensis (Burm.f.) Irwin etBarneby ในวงศ์ Leguminosae ดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อสั้น ๆตามง่ามใบใกล้ยอด ใบอ่อนกินได้ เปลือกและใบใช้ทํายา.

ทรทึง ๑
[ทฺระ-] (กลอน) ก. คอยท่า, ห่วงใย, ทรรทึง ก็ใช้. (ข.).

ทรทึง ๒
[ทฺระ-] (กลอน) ก. บ่น, บ่นถึง, ทรรทึง ก็ใช้.

ทรนาว, ทระนาว
[ทอระ-] ว. ระนาว, มากมาย, เช่น พบโพหนึ่งในไพรสณฑ์สาขานฤมลแลลำทรนาวสาวสาร. (สมุทรโฆษ), งั่วนาวทรนาวเนกกรูดฉุรเฉกจรุงธาร.(ม. คำหลวง จุลพน).

ทรนาว, ทระนาว
[ทอระ-] ว. ระนาว, มากมาย, เช่น พบโพหนึ่งในไพรสณฑ์สาขานฤมลแลลำทรนาวสาวสาร. (สมุทรโฆษ), งั่วนาวทรนาวเนกกรูดฉุรเฉกจรุงธาร.(ม. คำหลวง จุลพน).

ทรพี ๑
[ทอระ-] น. เครื่องตักข้าวและแกงมีรูปร่างคล้ายช้อน แต่ใหญ่กว่าทําด้วยทองเหลืองเป็นต้น, ทัพพี ก็ว่า. (ส. ทรฺวี; ป. ทพฺพิ).

ทรพี ๒
[ทอระ-] น. เรียกลูกที่ไม่รู้คุณพ่อแม่ว่า ลูกทรพี. ว. เนรคุณถึงประทุษร้ายพ่อแม่.

ทรมาทรกรรม
[ทอระมาทอระกํา] (ปาก) ก. ทําให้ทนทุกข์ทรมานไม่รู้จักจบจักสิ้น,ทําให้ทนทุกข์ทรมานอย่างยืดเยื้อ.

ทรมาน
[ทอระมาน] ก. ทําให้ลําบาก, ทําทารุณ เช่น ทรมานตัว ทรมานสัตว์,ทําให้ละพยศหรือลดทิฐิมานะลง. น. ชื่อปางพระพุทธรูปที่ขึ้นต้นด้วยคํานี้ เช่นว่า ปางทรมานช้างนาฬาคิรี ปางทรมานพญานาค.(ป., ส. ทมน).

ทรมุก
[ทอระ-] น. กรักขี เช่น ทรมุกพรรณดวงจาวก็มี.(ม. คําหลวง มหาพน).

ทรรทึง ๑
[ทัน-] (กลอน) ก. คอยท่า, ห่วงใย, ทรทึง ก็ใช้. (ข.).

ทรรทึง ๒
[ทัน-] (กลอน) ก. บ่น, บ่นถึง, ทรทึง ก็ใช้.

ทรรป
[ทับ] น. ความโง่, ความเซ่อ; ความโอ้อวด, ความจองหอง, ความเย่อหยิ่ง, เช่น แลมาให้แก่บาคค่อมขวลทรรป. (ม. คำหลวง ชูชก),ทัป ก็ว่า. (ส. ทรฺป; ป. ทปฺป).

ทรรปณ์, ทรรปณะ
[ทับ, ทับปะนะ] (แบบ) น. แว่นส่องหน้า, ทัปนะ ก็ใช้. (ส. ทรฺปณ;ป. ทปฺปน).

ทรรปณ์, ทรรปณะ
[ทับ, ทับปะนะ] (แบบ) น. แว่นส่องหน้า, ทัปนะ ก็ใช้. (ส. ทรฺปณ;ป. ทปฺปน).

ทรรศนะ
[ทัดสะนะ] น. ความเห็น, การเห็น, เครื่องรู้เห็น, สิ่งที่เห็น, การแสดง,ทัศนะ ก็ใช้. (ส. ทรฺศน; ป. ทสฺสน).

ทรรศนาการ
น. อาการดู.

ทรรศนาการ
ดู ทรรศนะ.

ทรรศนีย์
[ทัดสะนี] ว. น่าดู, งาม, ทัศนีย์ ก็ใช้. (ส. ทรฺศนีย; ป. ทสฺสนีย).

ทรเล่ห์
[ทอระ-] ก. เฉียดหลังนํ้า เช่น ทุงทองทรเล่ห์สระทรหวล.(ม. คําหลวง มหาพน).

ทรวง
[ซวง] น. อก, ใจ, มักใช้เข้าคู่กับคำ อก เป็น ทรวงอก, โดยมากใช้ในบทกลอน, ที่ใช้เป็นสามัญก็มีบ้าง เช่น เย็นทรวง. (ข. ทฺรูง).

ทรวด
[ซวด] (โบ) ก. นูนขึ้น เช่น อันว่าสวภาพท้องบมิทรวดเสมออก.(ม. คําหลวง ทศพร).

ทรวดทรง
[ซวดซง] น. รูปร่าง, สัณฐาน, (โบ) ซวดทรง.

ทรวาร
[ทอระวาน] (กลอน) น. ประตู เช่น ตื่นนอนใครแลมาเทงทรวาร.(ม. คําหลวง กุมาร).

ทรสองทรสุม
[ทอระสองทอระสุม] (กลอน) ก. ซ่องสุม, ประชุมกัน, เช่น ดูทรสองทรสุมผกา. (ม. คําหลวง มหาพน).

ทรสาย
[ทอระ-] (กลอน) น. พุ่มไม้. ว. สยาย, รุงรัง, เช่น ทรสายกิ่งชื้อชัฏ.(ม. คําหลวง จุลพน), ใช้เข้าคู่กับคำ ทรสุม เป็น ทรสายทรสุม ก็มีเช่น กิ่งทรสายทรสุมผกา. (ม. คําหลวง มหาพน).

ทรสุม
[ทอระ-] (กลอน) ว. ซึ่งสุมกัน, เป็นกลุ่ม, เป็นพุ่ม, เป็นช่อ, เช่น ไม้ทรสุมสมกิ่งวันนี้. (ม. คําหลวง กุมาร), ใช้เข้าคู่กับคำ ทรสาย เป็น ทรสุมทรสาย ก็มี เช่น ใบทรสุมทรสายศาล. (ม. คําหลวง จุลพน).

ทรหด
[ทอระ-] ว. อดทน, บึกบึน, ไม่ย่อท้อ, (มักใช้แก่กริยาสู้).

ทรหน
[ทอระ-] (กลอน) น. ทางลําบาก, ทางกันดาร.

ทรหวล
[ทอระ-] (กลอน) ว. พัดหอบเอาไป.

ทรหึง
[ทอระ-] (กลอน) ว. นาน; เสียงเอ็ดอึง.

ทรหึงทรหวล
[ทอระหึงทอระหวน] (กลอน) ว. เสียงดังปั่นป่วน เช่น ทรหึงทรหวลพะพานพัด หาวแฮ. (ตะเลงพ่าย).

ทรหู, ทรฮู
[ทอระ-] (กลอน) ก. ดิ้นรนอยากรู้, ร้องดัง, เช่น ในเมื่อกูไห้ทรหูรํ่าร้อง.(ม. คําหลวง ชูชก).

ทรหู, ทรฮู
[ทอระ-] (กลอน) ก. ดิ้นรนอยากรู้, ร้องดัง, เช่น ในเมื่อกูไห้ทรหูรํ่าร้อง.(ม. คําหลวง ชูชก).

ทรเหล
[ทอระเหน] (กลอน) น. ความลําบากในการเดินทางไป เช่นเขาก็บอกความทุกข์ทรเหล. (ม. คําหลวง วนปเวสน์).

ทรอ
[ซอ] (โบ) น. ซอ เช่น เสียงสารสังคีตขับทรอท่อ. (ม. คําหลวงทานกัณฑ์).

ทรอมโบน
[ทฺรอม-] น. ชื่อแตรประเภทหนึ่ง มีท่อลมสวมซ้อนกันและบังคับเสียงโดยวิธีชักท่อลมเลื่อนเข้าออก, ลักษณนามว่า ตัว.(อ. trombone).

ทรอึง
[ทอระ-] (กลอน) ก. ถือตัว. (คําฤษดี).

ทรอุ้ม
[ทอระ-] (กลอน) ว. ชรอุ่ม, มืด, มืดมัว.

ทระนง
[ทอระ-] (กลอน) ก. ทะนง.

ทรัพย-, ทรัพย์
[ซับพะยะ-, ซับ] น. เงินตรา เช่น ไม่มีทรัพย์ติดตัว, สมบัติพัสถาน เช่นเขาเป็นคนมีทรัพย์; (กฎ) วัตถุมีรูปร่าง; โดยปริยายหมายถึงสิ่งที่ถือว่ามีค่าอาจไม่มีรูปร่างก็ได้ เช่น มีปัญญาเป็นทรัพย์อริยทรัพย์. (ส. ทฺรวฺย).

ทรัพย-, ทรัพย์
[ซับพะยะ-, ซับ] น. เงินตรา เช่น ไม่มีทรัพย์ติดตัว, สมบัติพัสถาน เช่นเขาเป็นคนมีทรัพย์; (กฎ) วัตถุมีรูปร่าง; โดยปริยายหมายถึงสิ่งที่ถือว่ามีค่าอาจไม่มีรูปร่างก็ได้ เช่น มีปัญญาเป็นทรัพย์อริยทรัพย์. (ส. ทฺรวฺย).

ทรัพย์นอกพาณิชย์
(กฎ) น. ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้ และทรัพย์ที่โอนแก่กันมิได้โดยชอบด้วยกฎหมาย.

ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ
(สํา) น. สิ่งที่มีอยู่หรือเกิดตามธรรมชาติอันอาจนํามาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้.

ทรัพย์มรดก
(กฎ) ดู มรดก.

ทรัพย์สมบัติ
น. ทรัพย์สินที่อยู่ในครอบครองอันอาจใช้สอยแจกจ่ายได้.

ทรัพยสิทธิ
[ซับพะยะสิด] (กฎ) น. สิทธิเหนือทรัพย์ที่จะก่อตั้งขึ้นได้แต่ด้วยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เช่น สิทธิครอบครองกรรมสิทธิ์.

ทรัพย์สิน
(กฎ) น. วัตถุทั้งที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นวัตถุมีรูปร่าง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เป็นวัตถุไม่มีรูปร่าง.

ทรัพย์สินของแผ่นดิน
(กฎ) น. ทรัพย์สินทุกชนิดของรัฐ.

ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
(กฎ) น. ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์นอกจากทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน.

ทรัพย์สินส่วนพระองค์
(กฎ) น. ทรัพย์สินที่เป็นของพระมหากษัตริย์อยู่แล้วก่อนเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ หรือทรัพย์สินที่รัฐทูลเกล้าฯ ถวาย หรือทรัพย์สินที่ทรงได้มาไม่ว่าในทางใดและเวลาใด นอกจากที่ทรงได้มาในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ รวมทั้งดอกผลที่เกิดจากบรรดาทรัพย์สินเช่นว่านั้น.

ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
(กฎ) น. ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ ซึ่งใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะเป็นต้นว่า พระราชวัง.

ทรัพยากร
[ซับพะยากอน] น. สิ่งทั้งปวงอันเป็นทรัพย์.

ทรัพยากรธรณี
น. ทรัพย์อันอยู่ใต้แผ่นดิน เช่น แร่ธาตุ นํ้ามัน.

ทรัพยากรธรรมชาติ
น. ทรัพย์อันเกิดขึ้นเองหรือมีอยู่ตามธรรมชาติ.

ทรัพยากร
ดู ทรัพย-, ทรัพย์.

ทรัพยากรธรณี
ดู ทรัพย-, ทรัพย์.

ทรัพยากรธรรมชาติ
ดู ทรัพย-, ทรัพย์.

ทรัมเป็ต
[ทฺรํา-] น. ชื่อแตรประเภทหนึ่ง มีเสียงแหลม, ลักษณนามว่าตัว.(อ. trumpet).

ทรานซิสเตอร์
[ทฺราน-] น. อุปกรณ์ขนาดเล็กมาก ประกอบด้วยผลึกของสารกึ่งตัวนํา มีขั้วไฟฟ้า ๓ ขั้วสําหรับต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าภายนอกใช้สําหรับควบคุมและขยายกระแสไฟฟ้า คือกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ระหว่างขั้วไฟฟ้าคู่หนึ่งควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ถูกขยายซึ่งเคลื่อนที่ระหว่างขั้วไฟฟ้าอีกคู่หนึ่ง โดยขั้วไฟฟ้า ๒ คู่นี้มีขั้วหนึ่งเป็นขั้วร่วมกัน, ลักษณนามว่า ตัว. (อ. transistor).

ทราบ
[ซาบ] ก. รู้ (ใช้ในความสุภาพ) เช่น ทราบข่าวได้รับทราบแล้วเรียนมาเพื่อทราบ.

ทราบเกล้าทราบกระหม่อม
(ราชา) ก. รู้ (ใช้กราบทูลเจ้านายตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป), ใช้ย่อว่าทราบเกล้าฯ.

ทราบฝ่าพระบาท
(ราชา) ก. รู้ (ใช้กราบทูลพระอนุวงศ์ชั้นพระวรวงศ์เธอที่ทรงกรมขึ้นไปจนถึงสมเด็จเจ้าฟ้า).

ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท
(ราชา) ก. รู้ (ใช้กราบทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ).

ทราบฝ่าละอองพระบาท
(ราชา) ก. รู้ (ใช้กราบทูลสมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนีสมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชและสมเด็จพระบรมราชกุมารี).

ทราม
[ซาม] ว. เลว เช่น ใจทราม, เสื่อม เช่น ปัญญาทราม จิตทราม; ไหลอาบเป็นแห่ง ๆ เช่น เลือดไหลทรามลงตามขา.

ทรามชม, ทรามเชย
[ซาม-] น. หญิงงามน่ารัก, นางงามผู้เป็นที่รัก.

ทรามชม, ทรามเชย
[ซาม-] น. หญิงงามน่ารัก, นางงามผู้เป็นที่รัก.

ทรามวัย
[ซาม-] น. หญิงสาววัยรุ่น.

ทรามสงวน, ทรามสวาท
[ซาม-] น. หญิงงามน่ารัก, นางงามผู้เป็นที่รัก.

ทรามสงวน, ทรามสวาท
[ซาม-] น. หญิงงามน่ารัก, นางงามผู้เป็นที่รัก.

ทราย ๑
[ซาย] น. วัตถุที่เป็นเศษหินขนาดเล็ก มีลักษณะซุยร่วนไม่เกาะกันมีหลายชนิด เช่น ทรายขี้เป็ด ทรายหยาบ ทรายละเอียด, ใช้เรียกสิ่งอื่นที่มีลักษณะอย่างทราย เช่น เนื้อแตงโมเป็นทราย นํ้าตาลทรายกระดาษทราย.

ทรายแก้ว
น. แร่ควอตซ์ที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดทราย มีลักษณะเป็นสีขาวใสใช้ในอุตสาหกรรมทําแก้ว.

ทรายแป้ง
น. ทรายที่มีขนาดละเอียดยิบ. (อ. silt).

ทราย ๒
[ซาย] ดู เนื้อทราย ที่ เนื้อ ๒.

ทราย ๓
[ซาย] น. ชื่อหอยนํ้าจืดกาบคู่ชนิด Ensidens ingallsianus ในวงศ์Unionidae อาศัยอยู่ในทราย.

ทราย ๔
[ซาย] ดู ซ่อนทราย (๑).

ทรายขาว
[ซาย-] น. ชื่อปลาทะเลในสกุล Scolopsis วงศ์ Nemipteridaeลำตัวสั้น รูปไข่ แบนข้าง ปากเล็ก ไม่มีฟันเขี้ยว มีหนามแหลมอยู่บริเวณใต้ตา ปลายชี้ไปทางด้านหลัง เช่น ชนิด S. cancellatus,S. dubiosus.

ทริทร
[ทะริด] (แบบ) ว. ยากจน, เข็ญใจ. (ส.; ป. ทลิทฺท).

ทรุด
[ซุด] ก. จมลงหรือลดลงกว่าระดับเดิมเพราะสิ่งรองรับมีกําลังต้านทานไม่พอ เช่น กําแพงทรุด สะพานทรุด, ยุบลง เช่น ‘ดั้งจมูกทรุด, มีฐานะตกตํ่ากว่าเดิม เช่น ฐานะทางเศรษฐกิจกําลังทรุดหนัก, เรียกอาการไข้ที่หนักลงไปกว่าเดิมว่า ไข้ทรุด.

ทรุดโทรม
ว. เสื่อมไปเพราะร่วงโรย ครํ่าคร่า หรือตรากตรําเกินไป.

ทรุดนั่ง
ก. ลดตัวลงนั่ง.

ทรุม
[ทฺรุม, ทฺรุมะ] (แบบ) น. ต้นไม้. (ส.; ป. ทุม).

ทรู่
[ซู่] (กลอน) ก. ลากไป, คร่าไป.

ทฤฆ-
[ทฺรึคะ-] ว. ยาว, ยืนยาว, เช่น ทฤฆชนม์ ทฤฆชาติ ทฤฆายุ.(แผลงมาจาก ส. ทีรฺฆ; ป. ทีฆ).

ทฤษฎี
[ทฺริดสะดี] น. ความเห็น; การเห็น, การเห็นด้วยใจ; ลักษณะที่คิดคาดเอาตามหลักวิชา เพื่อเสริมเหตุผลและรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์หรือข้อมูลในภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างมีระเบียบ. (ส.; ป. ทิฏฺ??).(อ. theory).

ทฤษฎีบท
น. ข้อความที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง และใช้ในการอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ข้อความอื่นได้. (อ. theorem).

ทล
[ทน] (แบบ) น. ใบไม้, กลีบดอกไม้. (ป., ส.).

ทลบม
[ทนละบม] (กลอน) ก. ประพรม, ลูบไล้, ฉาบทา, เช่น ทลบมด้วยรัตจันทน์.

ทลอึง
[ทนละ-] (กลอน) ก. ตั้งมั่น, มั่นคง.

ทลาย
[ทะ-] ก. อาการที่สิ่งซึ่งเป็นกลุ่มก้อนแตกหักหรือพังกระจัดกระจายเช่น กองทรายทลาย, พังหรือทําให้พัง เช่น กําแพงทลาย ทลายกําแพง,มักใช้เข้าคู่กับคำ พัง เป็น พังทลาย, โดยปริยายหมายความว่า ล้มเหลวไม่ได้ดังหวัง เช่น ความฝันพังทลาย วิมานทลาย.

ทลิท
[ทะลิด] (แบบ) ว. ยากจน, เข็ญใจ, เช่น พราหมณพฤฒาเฒ่าทลิทยากยิ่งยาจก. (ม. ร่ายยาว ชูชก). (ป. ทลิทฺท).

ทลิททก
[ทะลิดทก] (แบบ) ว. ยากจน, เข็ญใจ, เช่น ส่วนออเฒ่าพฤฒาทลิททก.(ม. ร่ายยาว ชูชก). (ป. ทลิทฺทก).

ทวง
ก. เรียกเอาสิ่งที่เป็นของตนหรือที่ติดค้างกลับคืน เช่น ทวงหนี้ ทวงเงินทวงค่าเช่า, เรียกร้องเอาสิ่งที่จะพึงมีพึงได้ เช่น ทวงสิทธิ ทวงบุญทวงคุณ.

ทวงถาม
(กฎ) ก. เรียกร้องให้ชําระหนี้.

ท้วง
ก. พูดเป็นทํานองไม่เห็นด้วย; พยุง, ประคอง, พา, เช่น ท้วงตนหนีไปได้.

ท้วงติง
ก. ค้านไว้.

ท่วงท่า
น. การรู้จักวางกิริยาท่าทาง.

ท่วงทำนอง
น. ลีลาที่เป็นไปตามจังหวะหรือทํานอง.

ท่วงที
น. ท่าทาง, หน่วยก้าน, ชั้นเชิง.

ทวด
น. พ่อหรือแม่ของ ปู่ ย่า ตา ยาย, ชวด ก็ว่า.

ทวดน้อย
น. เรียกคนชั้นน้องของทวดว่า ทวดน้อย.

ทวดึงส์, ทวัตดึงส์
[ทะวะดึง, ทะวัดดึง] (แบบ) ว. สามสิบสอง. (ป. ทฺวตฺต??ส; ส. ทฺวาตฺร??ศตฺ).

ทวดึงส์, ทวัตดึงส์
[ทะวะดึง, ทะวัดดึง] (แบบ) ว. สามสิบสอง. (ป. ทฺวตฺต??ส; ส. ทฺวาตฺร??ศตฺ).

ทวัตดึงสาการ
(แบบ) น. อาการของร่างกาย ๓๒ อย่าง มี ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อเอ็น กระดูก เป็นต้น.

ทวน ๑
น. อาวุธชนิดหนึ่งคล้ายหอก แต่เรียวเล็กและเบากว่า ด้ามยาวมาก; ไม้ ๒ อันที่ตั้งขึ้นข้างหัวและท้ายเรือต่อ สำหรับติดกระดานต่อขึ้นไป; เครื่องมือช่างทองทําด้วยไม้ ปลายข้างหนึ่งติดครั่งสําหรับยึดรูปพรรณอีกข้างหนึ่งสําหรับยึดกับฐานที่ทําไว้โดยเฉพาะเพื่อนั่งสลักได้สะดวก; เครื่องมือช่างเจียระไนทำด้วยไม้ ปลายข้างหนึ่งติดครั่งสำหรับยึดอัญมณี อีกข้างหนึ่งเป็นด้ามสำหรับถือเพื่อนำไปเจียบนแท่นเจียให้เป็นเหลี่ยมหรือรูปตามต้องการ; ส่วนปลายคันซอไทยบริเวณที่มีลูกบิด; เครื่องดินเผาสําหรับรองตะคันอบนํ้าหอม.

ทวน ๒
ก. ฝ่ากระแสนํ้าหรือกระแสลม ในคําว่า ทวนนํ้า ทวนลม, เอาใบพายรานํ้าไว้เพื่อชะลอให้เรือหยุด; กลับมาตั้งต้นใหม่, กลับซํ้าใหม่, เช่นอ่านทวน ทวนเพลง; ย้อนทาง เช่น ทวนเข็มนาฬิกา ทวนแสง; เฆี่ยนตีด้วยลวดหนัง; โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่นทวนกระแสจิต ทวนกระแสโลก.

ทวนทบ
ก. ย้อนกลับทําซํ้าอีกเพื่อให้แม่นยํา, ทบทวน ก็ว่า.

ทวนสบถ
ก. ไม่ทําตามคําสบถ.

ทวนสาบาน
ก. ไม่ทําตามคําสาบาน.

ท้วน
ว. อ้วนแข็งแรง, ใช้พูดประกอบกับคํา อ้วน เป็น อ้วนท้วน.

ท่วม
ก. ไหลหลาก บ่า หรือเอ่อท้นจนลบพื้นที่หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่นนํ้าท่วมทุ่ง นํ้าท่วมบ้าน, กลบ เช่น ทรายท่วมเท้า, ซาบซึมไปทั่วเช่น เหงื่อท่วมตัว, โดยปริยายหมายถึงลักษณะที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น หนี้ท่วมตัว ความรู้ท่วมหัว.

ท่วมท้น
ว. มากมายเหลือล้น เช่น ได้คะแนนเสียงท่วมท้น.

ท้วม, ท้วม ๆ
ว. มีรูปร่างสันทัดอ้วนน้อย ๆ และไม่สูงใหญ่ เช่น ผู้หญิงคนนี้ท้วม;กลมกล่อม, นุ่มนวล, พอสมควร, พอประมาณ, เช่น พอท้วม ๆ.

ท้วม, ท้วม ๆ
ว. มีรูปร่างสันทัดอ้วนน้อย ๆ และไม่สูงใหญ่ เช่น ผู้หญิงคนนี้ท้วม;กลมกล่อม, นุ่มนวล, พอสมควร, พอประมาณ, เช่น พอท้วม ๆ.

ทวย ๑
น. หมู่, เหล่า, เช่น ทวยราษฎร์.

ทวยโถง
(กลอน) ก. จัดกระบวนกลางแปลง, ถ้วยโถง หรือ ท่วยโถง ก็ใช้.

ทวย ๒
น. ไม้เท้าแขนที่รับเต้า บางทีทําเป็นรูปนาค, เรียกว่า คันทวย ก็มี;วัตถุอย่างหนึ่งเป็นคันสําหรับรองส่งเครื่องราชูปโภค เช่น ขันใส่เงินทรงโปรยหรือพระสุพรรณศรีถวายพระมหากษัตริย์จากเบื้องตํ่าสู่ที่ประทับ เรียกว่า พระทวย. ว. ระทวย, อ่อน, งอน.

ท่วย
(กลอน) น. หมู่, เหล่า.

ท่วยโถง
(กลอน) ก. จัดกระบวนกลางแปลง, ถ้วยโถง หรือ ทวยโถง ก็ใช้.

ท้วย
(กลอน) ว. อ่อนช้อย, งอน.

ทวยะ
[ทะวะยะ] น. หมวด ๒, ส่วนทั้ง ๒. (ป., ส.).

ทวอย
[ทะ-] น. ชื่อเพลงร้องรําอย่างหนึ่ง.

ทวัย
[ทะไว] (แบบ) น. หมวด ๒, ส่วนทั้ง ๒. (ป., ส.).

ทวา
[ทะวา] (แบบ) ว. สอง. (ป., ส. ทฺวา).

ทวาตรึงประดับ
น. ชื่อโคลงโบราณ.

ทวาทศะ
[ทะวาทะสะ] ว. สิบสอง (ส. ทฺวาทศนฺ; ป. ทฺวาทส).

ทวาทศม-
[ทะวาทะสะมะ-] ว. ที่ ๑๒ เช่น ทวาทศมสุรทิน = วันที่ ๑๒. (ส.; ป. ทฺวาทสม).

ทวาทศมณฑล
น. กลมโดยรอบครบ ๑๒ ราศี; ชื่อมาตราวัดจักรราศีเท่ากับ ๒ อัฒจักรเป็น ๑ จักรราศี คือ ทวาทศมณฑลหนึ่ง. (ส.).

ทวาทศี
ว. ที่ ๑๒ เช่น ทวาทศีดิถี = วัน ๑๒ คํ่า. (ส.).

ทวาบร
[ทะวาบอน] น. ด้านของลูกสกาที่มี ๒ แต้ม. (ส. ทฺวาบร).

ทวาบรยุค
[ทะวาบอระ-] น. ชื่อยุคที่ ๓ ของจตุรยุคตามคติของพราหมณ์ ในยุคนี้ธรรมะและอายุของมนุษย์ลดลงเหลือเพียง ๒ ใน ๔ ส่วนเมื่อเทียบกับในสมัยกฤดายุค. (ดู จตุรยุค).

ทว่า
[ทะว่า] สัน. แต่ถ้าว่า, แต่ว่า, ย่อมาจาก แต่ทว่า.

ทวาย ๑
[ทะ-] น. ชื่อเมืองทางภาคใต้ของประเทศพม่า, เรียกชาวเมืองนั้นว่าชาวทวาย.

ทวาย ๒
[ทะ-] น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.

ทวาย ๓
[ทะ-] น. ชื่อยําชนิดหนึ่ง มีผักลวก เช่น ผักบุ้ง กะหลํ่าปลี ถั่วงอกราดด้วยหัวกะทิ นํ้าพริกรสเปรี้ยว เค็ม หวาน และโรยงาคั่วเรียกว่า ยําทวาย.

ทวาร, ทวาร-
[ทะวาน, ทะวาระ-] น. ประตู เช่น นายทวาร; ช่อง ในคํา เช่นทวารหนัก ทวารเบา ใช้เป็นคําสุภาพ หมายถึง รูขี้ รูเยี่ยว, ทางเช่น กายทวาร. (ป., ส.).

ทวาร, ทวาร-
[ทะวาน, ทะวาระ-] น. ประตู เช่น นายทวาร; ช่อง ในคํา เช่นทวารหนัก ทวารเบา ใช้เป็นคําสุภาพ หมายถึง รูขี้ รูเยี่ยว, ทางเช่น กายทวาร. (ป., ส.).

ทวารทั้งเก้า
น. ช่องตามร่างกายทั้ง ๙ ช่อง ได้แก่ ตา ๒ หู ๒ จมูก ๒ ปาก ๑ทวารหนัก ๑ ทวารเบา ๑.

ทวารบถ
[ทะวาระบด] น. ทางเข้าออก เช่น อันกําแพงเชิงเทินป้อมปราการที่ล้อมกรุง รวมทั้งทวารบถทางเข้านครเล่า. (กามนิต).

ทวารบาล
[ทะวาระบาน] น. ผู้เฝ้าประตู, นายประตู. (ป.).

ทวารประดับ
[ทะวาน-] น. ชื่อโคลงโบราณ, สกัดแคร่ ก็เรียก.

ทวิ
[ทะวิ] (แบบ) ว. สอง. (ป., ส.).

ทวิช, ทวิช-
[ทะวิด, ทะวิชะ-] (แบบ) น. นก; พราหมณ์. (ป., ส. ทฺวิช ว่า ผู้เกิด๒ หน).

ทวิช, ทวิช-
[ทะวิด, ทะวิชะ-] (แบบ) น. นก; พราหมณ์. (ป., ส. ทฺวิช ว่า ผู้เกิด๒ หน).

ทวิชงค์
น. พราหมณ์. (ส.).

ทวิชชาติ
น. ผู้เกิด ๒ ครั้ง, นก, หมู่นก; พราหมณ์. (ป., ส.).

ทวิชากร
[ทะวิ-] (แบบ) น. ฝูงนก. (ส.).

ทวิชาติ
น. นก; พราหมณ์. (ส. ทฺวิชาติ ว่า ผู้เกิด ๒ หน).

ทวิบถ
น. สถานที่ที่ทางทั้ง ๒ ตัดผ่านกัน, สี่แยก. (ส.).

ทวิบท, ทวิบาท
น. สัตว์สองเท้า. (ส.).

ทวิบท, ทวิบาท
น. สัตว์สองเท้า. (ส.).

ทวิป
น. ช้าง. (ส. ทฺวิป ว่า ผู้ดื่ม ๒ หน คือ ด้วยงวงและด้วยปาก).

ทวิภาค
น. ๒ ส่วน. (ส.).

ทวิภาคี
(การทูต) ว. สองฝ่าย. น. เรียกสัญญาระหว่างประเทศที่มีคู่สัญญา๒ ฝ่ายว่า สัญญาทวิภาคี (bilateral treaty).

ทวิช, ทวิช-
ดู ทวิ.

ทวิช, ทวิช-
ดู ทวิ.

ทวิชชาติ
ดู ทวิ.

ทวิตียะ, ทวิตียา
[ทะวิ-] (แบบ) ว. ที่ ๒. (ส.).

ทวิตียะ, ทวิตียา
[ทะวิ-] (แบบ) ว. ที่ ๒. (ส.).

ทวิป
ดู ทวิ.

ทวิระ
[ทะวิ-] (แบบ) ว. สอง. (ส.).

ทวี
[ทะวี] ก. เพิ่มขึ้น, มากขึ้น, เช่น งานทวีขึ้น. (ป., ส. ทฺวิ).

ทวีคูณ
ว. ๒ เท่า. (ส. ทฺวิคุณ; ป. ทิคุณ).

ทวีธาภิเษก
น. ชื่อพระราชพิธีการสมโภชที่รัชกาลที่ ๕ ได้ครองราชสมบัติยืนนานมาเป็น ๒ เท่าของรัชกาลที่ ๔, เรียกเหรียญที่จัดทําขึ้นเป็นที่ระลึกในพระราชพิธีนี้ว่า เหรียญทวีธาภิเษก.

ทวีธาภิเษก
ดู ทวี.

ทวีป
[ทะวีบ] น. เปลือกโลกส่วนที่เป็นพื้นดินซึ่งมีขนาดใหญ่โตกว้างขวางมี ๗ ทวีป คือ เอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย แอฟริกา อเมริกาเหนืออเมริกาใต้และแอนตาร์กติกา บางทวีปกําหนดนํ้าล้อมรอบเป็นขอบเขต เช่น ทวีปออสเตรเลีย ทวีปแอนตาร์กติกา บางทวีปกําหนดภูเขา ทะเล แหล่งอารยธรรมเป็นต้น เป็นแนวแบ่งเขต เช่น ทวีปเอเชียทวีปยุโรป; (โบ)เกาะ เช่น ลังกาทวีป สิงหฬทวีป; ในคัมภีร์ไตรภูมิกล่าวว่ามี ๔ ทวีปคือ ๑. ชมพูทวีป ๒. อมรโคยานทวีป ๓. อุตรกุรุทวีปหรืออุตรกุรูทวีป๔. บุพวิเทหทวีป. (ส.; ป. ทีป).

ทวีปี
[ทะวี-] (แบบ) น. เสือ, เสือดาว. (ส.).

ทศ ๑, ทศ-
[ทด, ทดสะ-] น. เรียกเหรียญทองสมัยรัชกาลที่ ๔ ชนิดหนึ่ง มีค่าเท่ากับ ๑ ใน ๑๐ ของชั่ง = ๘ บาท ว่า ทองทศ. ว. สิบ, มักใช้เป็นส่วนหน้าสมาส.

ทศ ๑, ทศ-
[ทด, ทดสะ-] น. เรียกเหรียญทองสมัยรัชกาลที่ ๔ ชนิดหนึ่ง มีค่าเท่ากับ ๑ ใน ๑๐ ของชั่ง = ๘ บาท ว่า ทองทศ. ว. สิบ, มักใช้เป็นส่วนหน้าสมาส.

ทศกัณฐ์
น. ‘ผู้มีสิบคอ’ คือ ท้าวราพณ์ในเรื่องรามเกียรติ์.

ทศชาติ
น. ๑๐ ชาติ, ชื่อคัมภีร์ชาดกว่าด้วยเรื่องพระพุทธเจ้าครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ๑๐ ชาติ.

ทศทิศ
น. ทิศทั้ง ๑๐ คือ ทิศทั้ง ๘ ทิศเบื้องบน ๑ ทิศเบื้องล่าง ๑. (ส.).

ทศนิยม
น. จํานวนจริงในรูปเลขฐานสิบ โดยกําหนดจุดจุดหนึ่งให้อยู่ข้างหน้าหรืออยู่ระหว่างตัวเลขต่าง ๆ เช่น .๘๕๖, ๑๒.๐๘. (อ. decimal).

ทศเบญจกูล
น. เครื่องเผ็ดร้อน ๑๐ อย่างตามตําราแพทย์แผนโบราณ.

ทศพร
น. พร ๑๐ ประการ, ชื่อกัณฑ์ที่ ๑ ของมหาชาติ ว่าด้วยพร ๑๐ ประการ.

ทศพล
น. ผู้มีกําลัง ๑๐ เป็นพระนามของพระพุทธเจ้า.

ทศพิธราชธรรม
น. จริยาวัตรที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจําพระองค์ หรือคุณธรรมของผู้ปกครองบ้านเมืองมี ๑๐ ประการได้แก่ ๑. ทาน – การให้ ๒. ศีล – การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย ๓. บริจาค – ความเสียสละ ๔. อาชชวะ – ความซื่อตรง ๕. มัททวะ -ความอ่อนโยน ๖. ตบะ – การข่มกิเลส ๗. อักโกธะ – ความไม่โกรธ ๘. อวิหิงสา – ความไม่เบียดเบียน ๙. ขันติ – ความอดทน ๑๐.อวิโรธนะ – ความไม่คลาดจากธรรม.

ทศมาส
น. ๑๐ เดือน.

ทศวรรษ
น. รอบ ๑๐ ปี. (อ. decade).

ทศ ๒, ทศา
[ทด, ทะสา] (แบบ) น. ชายผ้า, ชายครุย. (ส.).

ทศ ๒, ทศา
[ทด, ทะสา] (แบบ) น. ชายผ้า, ชายครุย. (ส.).

ทศม-
[ทะสะมะ-, ทดสะมะ-] (แบบ) ว. ที่ ๑๐ เช่น ทศมสุรทิน =วันที่ ๑๐. (ส.).

ทศมี
[ทะสะมี, ทดสะมี] (แบบ) ว. ที่ ๑๐ เช่น ทศมีดิถี = วัน ๑๐ คํ่า. (ส.).

ทศางค์
[ทะสาง] น. มาตราวัดนํ้าฝนเท่ากับ ๑๐ สตางค์ เป็น ๑ ทศางค์,และ ๑๐ ทศางค์ เป็น ๑ นิ้ว.

ทสา
[ทะ-] (แบบ) น. ชายผ้า, ชายครุย. (ป.).

ทหระ
[ทะหะ-] (แบบ) น. เด็ก. ว. หนุ่ม. (ป., ส.).

ทหาร
[ทะหาน] น. ผู้มีหน้าที่ในเรื่องรบ, นักรบ. (อะหม หาน ว่า นักรบ).

ทหารกองเกิน
(กฎ) น. ชายที่มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ ๑๘ ปีบริบูรณ์และยังไม่ถึง๓๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกิน หรือผู้ที่มีอายุยังไม่ถึง๔๖ ปีบริบูรณ์ และยังมิได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอพร้อมกับคนชั้นปีเดียวกันเพราะเหตุใด ๆ ก็ดี ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว.

ทหารกองประจำการ
(กฎ) น. ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด, (ปาก) ทหารเกณฑ์.

ทหารเกณฑ์
(ปาก) น. ทหารกองประจำการ.

ทหารผ่านศึก
(กฎ) น. ทหารหรือบุคคลซึ่งมีตําแหน่งหน้าที่ในราชการทหารหรือบุคคลซึ่งทําหน้าที่ทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกําหนด และได้กระทําหน้าที่นั้นในการสงครามหรือในการรบไม่ว่าภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรหรือในการปราบปรามการจลาจล; ทหารหรือบุคคลซึ่งทําการป้องกันหรือปราบปรามการกระทําอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรตามที่กระทรวงกลาโหมหรือสํานักนายกรัฐมนตรีกําหนด.

ทหารเลว
(โบ) น. พลทหาร.

ทอ ๑
ก. พุ่งเส้นด้ายหรือเส้นไหมเป็นต้นให้ขัดกับเส้นยืนในเครื่องทอ เช่นทอผ้า ทอไหม ทอกระสอบ ทอเสื่อ.

ทอแสง
ก. ฉายแสงอ่อน ๆ ขึ้นมา เช่น ตะวันทอแสง.

ทอหูก
ก. ทอผ้าด้วยหูก.

ทอ ๒
(ถิ่น) ก. ขวิด, กระทบ, ชน, เช่น วัวควายทอคนตาย.

ท่อ ๑
น. สิ่งสําหรับให้สิ่งอื่นมีนํ้าเป็นต้นผ่านไปได้ มักมีลักษณะกลมรูปคล้ายปล่อง เช่น ท่อนํ้า ท่อลม.

ท่อคงคา
น. ส่วนของท่อเหล้าในโรงต้มกลั่น.

ท่อลม
น. ทางเดินอากาศหายใจส่วนล่างที่อยู่ระหว่างกล่องเสียงกับหลอดลม. (อ. trachea; windpipe).

ท่อไอเสีย
น. ท่อที่ต่อจากห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เพื่อระบายแก๊สและช่วยลดเสียงระเบิดที่เกิดจากการเผาไหม้.

ท่อ ๒
(โบ) ก. ตี เช่น ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดมาท่อเมืองตาก กูไปท่อบ้านท่อเมือง. (จารึกพ่อขุนรามคำแหง).

ท่อ ๓
ก. โต้ตอบ, ประสาน, เช่น นกท่อเสียงกัน.

ท่อถ้อย
น. คําโต้. ก. กล่าวโต้, กล่าวประชัน, ใช้ว่า ถ้อถ้อย หรือ ท้อถ้อย ก็มี.

ท่อ ๔
(ถิ่น-อีสาน) ว. เท่า, เสมอ.

ท้อ, ท้อใจ
ก. ไม่มีกําลังใจจะสู้.

ท้อ, ท้อใจ
ก. ไม่มีกําลังใจจะสู้.

ท้อถอย
ก. มีความพยายามลดน้อยถอยลง.

ท้อแท้
ก. อ่อนเปลี้ยเพลียใจ.

ท้อ ๒
น. ชื่อไม้ต้นชนิด Prunus persica (L.) Batsch ในวงศ์ Rosaceaeผลกินได้, พายัพเรียก หมากม่วน.

ท้อ ๓
(กลอน) ก. กล่าว, โต้, เถียง.

ท้อถ้อย
น. คําโต้. ก. กล่าวโต้, กล่าวประชัน, ใช้ว่า ถ้อถ้อย หรือ ท่อถ้อย ก็มี.

ทอก
น. โบราณเรียกนกยางชนิดหนึ่งว่า ยางทอก; เรียกหมูขนาดใหญ่เขี้ยวตันว่า หมูทอก; เรียกช้างตัวใหญ่ ๆ ที่เป็นจ่าฝูงว่า อ้ายทอก.

ทอง ๑
น. ธาตุแท้ชนิดหนึ่งเนื้อแน่นมาก สีเหลืองสุกปลั่ง เป็นโลหะมีค่าเช่น บ่อทอง เหรียญทอง ทองแท่ง ทองลิ่ม, เรียกเต็มว่า ทองคํา;เรียกสิ่งที่ทําด้วยทองเหลืองว่า ทอง ก็มี เช่น กระทะทอง หม้อทอง,โดยปริยายหมายถึงสีเหลือง ๆ อย่างสีทอง เช่น เนื้อทอง ผมทองแสงทอง, ใช้ประกอบสิ่งต่าง ๆ บางอย่างโดยอนุโลมตามลักษณะสีเป็นชื่อเรียกเฉพาะ เช่น ขนมทอง คือขนมชนิดหนึ่ง รูปวงกลมมีนํ้าตาลหยอดข้างบน, ปลาทอง คือปลาชนิดหนึ่ง ตัวสีเหลืองหรือแดงส้ม.

ทองกร, ทองพระกร
(ราชา) น. กําไลมือ.

ทองกร, ทองพระกร
(ราชา) น. กําไลมือ.

ทองขาว
(โบ) น. โลหะสีขาวแกมเทา บุเป็นแผ่นรีดเป็นลวดได้อาจหมายถึงโลหะนิกเกิล หรือโลหะแพลทินัม ก็ได้; ส่วนประกอบส่วนหนึ่งของจานจ่ายไฟในเครื่องยนต์ของรถยนต์ ทําหน้าที่เป็นทางเดินของกระแสไฟฟ้าแรงตํ่า และทําให้กระแสไฟฟ้าแรงตํ่าขาดวงจรเพื่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่คอยล์ (coil) เป็นผลให้มีประกายไฟฟ้าขึ้นที่ปลายเขี้ยวของหัวเทียนในจังหวะที่ถูกต้อง.

ทองคำ
น. ธาตุลําดับที่ ๗๙ สัญลักษณ์ Au เป็นโลหะ ลักษณะเป็นของแข็งสีเหลือง หลอมละลายที่ ๑๐๖๓?ซ. เนื้ออ่อนมาก บุให้เป็นแผ่นจนมีความหนาน้อยกว่า ๐.๐๐๐๑ มิลลิเมตรได้ ใช้ทํารูปพรรณต่าง ๆและทําเงินตรา ปัจจุบันกําหนดความบริสุทธิ์ของทองคําด้วยหน่วยกะรัต โดยกําหนดว่า ทองคํา ๒๔ กะรัตเป็นทองคําบริสุทธิ์ที่สุด,โบราณกําหนดคุณภาพของเนื้อ ตั้งแต่เนื้อสี่ถึงเนื้อเก้า โดยตั้งพิกัดราคาตามเนื้อทอง เช่น ทองเนื้อหก คือ ทองหนัก ๑ บาท ราคา ๖บาท ทองเนื้อเก้า คือ ทองหนัก ๑ บาท ราคา ๙ บาท. (ประกาศ ร. ๔),ทองเนื้อเก้านี้เป็นทองแท้เป็นทองบริสุทธิ์ เรียกว่า ทองธรรมชาติทองเนื้อแท้ ทองนพคุณ หรือบางทีเรียกว่า ทองชมพูนุท เช่นว่าดังทองชมพูนุทเนื้อเก้า. (สังข์ทอง ตอนตีคลี). (อ. gold).

ทองคำขาว
น. โลหะเจือชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นของแข็งสีเงินเป็นเงางาม บุให้เป็นแผ่นหรือรีดให้เป็นเส้นลวดได้ ประกอบด้วยทองคําเจือโลหะอื่น เช่นเงิน นิกเกิล สังกะสี แพลเลเดียมเพื่อให้ได้สีเงินคล้ายแพลทินัม มักใช้ทําเครื่องรูปพรรณ. (อ. white gold).

ทองคำเปลว
น. ทองคําที่ตีแผ่ให้บางที่สุด ตัดใส่แผ่นกระดาษใช้สําหรับปิดบนสิ่งที่ลงรักเช่นพระพุทธรูป.

ทองเค
น. เรียกทองคําที่มีเกณฑ์สําหรับวัดความบริสุทธิ์เป็นกะรัตว่าทองเค, ทอง ๒๔ กะรัต ถือเป็นทองแท้ ถ้ามีกะรัตตํ่าลงมา ก็มีโลหะอื่นเจือมากขึ้นตามส่วน เช่น ทองคํา ๑๔ กะรัต หมายถึงมีเนื้อทอง๑๔ ส่วน มีโลหะอื่นปน ๑๐ ส่วน, ทองนอก ก็เรียก.

ทองจังโก
(ถิ่น-พายัพ) น. ทองเหลืองที่ตีแผ่เป็นแผ่นบาง นิยมใช้หุ้มองค์พระเจดีย์ป้องกันการผุกร่อน, ทองสักโก ก็ว่า.

ทองชมพูนุท
น. ทองคําเนื้อเก้า เป็นทองบริสุทธิ์ มีสีเหลืองเข้มออกแดง, ทองเนื้อเก้าทองธรรมชาติ ทองเนื้อแท้ หรือ ทองนพคุณ ก็เรียก.

ทองชุบ
น. โลหะชุบทอง, ทองวิทยาศาสตร์ ก็เรียก.

ทองดอกบวบ
น. ทองเนื้อหก มีสีเหลืองอ่อนคล้ายดอกบวบ.

ทองดำ ๑
น. ทองชนิดหนึ่ง โบราณเข้าใจกันว่ามีสีเนื้อดํา นับถือเป็นของวิเศษ.

ทองแดง ๑
น. ธาตุลําดับที่ ๒๙ สัญลักษณ์ Cu เป็นโลหะ ลักษณะเป็นของแข็งสีแดง หลอมละลายที่ ๑๐๘๓?ซ. เนื้ออ่อนบุให้เป็นแผ่นบางและรีดเป็นเส้นลวดได้ง่าย เป็นตัวนําความร้อนและไฟฟ้าได้ดี. (อ. copper).

ทองต้นแขน
น. เครื่องประดับชนิดหนึ่ง สวมรัดต้นแขน, พาหุรัด ก็ว่า.

ทองตะกู
น. ทองตะโก.

ทองตะโก
น. สีทองที่เกิดจากการใช้รงผสมนํ้ามันยางอาบลงบนแผ่นตะกั่วถ้าทาลงบนโลหะจะมีสมบัติจับแน่นและกันสนิมได้, ทองตะกู หรือทองตากู ก็เรียก.

ทองตากู
น. ทองตะโก.

ทองทราย
น. ทองที่เป็นเม็ด ๆ อย่างทรายปนอยู่กับทราย. ว. มีพื้นทาทองให้เป็นจุด ๆ อย่างเม็ดทราย.

ทองทศ
น. ค่ากําหนดแลกเปลี่ยนของเหรียญทองกระษาปณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เท่ากับ ๑ ใน ๑๐ ของชั่ง = ๘ บาท.

ทองทึบ
ว. มีพื้นเป็นทองทึบทั้งหมด.

ทองธรรมชาติ ๑
น. ทองคำเนื้อเก้า เป็นทองบริสุทธิ์, ทองเนื้อเก้า ทองเนื้อแท้ทองนพคุณ หรือ ทองชมพูนุท ก็เรียก.

ทองนพคุณ
น. ทองคำเนื้อเก้า เป็นทองบริสุทธิ์ โบราณกำหนดราคาตามคุณภาพของเนื้อทอง หนัก ๑ บาท เป็นเงิน ๙ บาท เรียกว่าทองเนื้อเก้า หรือทองนพคุณเก้าน้ำ, เรียกสั้น ๆ ว่า ทองนพคุณ, ทองธรรมชาติ ทองเนื้อแท้หรือ ทองชมพูนุท ก็เรียก.

ทองนพคุณเก้าน้ำ
น. ทองนพคุณ.

ทองนอก
น. ทองเค.

ทองเนื้อเก้า
น. ทองคำบริสุทธิ์ โบราณกำหนดคุณภาพของเนื้อตั้งแต่เนื้อสี่ถึงเนื้อเก้า โดยตั้งพิกัดราคาตามเนื้อทอง คือ ทองหนัก๑ บาท ราคา๙ บาท, ทองธรรมชาติ ทองเนื้อแท้ ทองนพคุณ หรือ ทองชมพูนุทก็เรียก.

ทองเนื้อแท้
น. ทองคำเนื้อเก้า เป็นทองบริสุทธิ์, ทองเนื้อเก้า ทองธรรมชาติทองนพคุณ หรือ ทองชมพูนุท ก็เรียก.

ทองบรอนซ์
น. โลหะเจือชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่ประกอบด้วยทองแดงกับดีบุก,ทองสัมฤทธิ์ หรือ สัมฤทธิ์ ก็เรียก. (อ. bronze).

ทองใบ
น. ทองคําที่แผ่ให้เป็นแผ่นบาง ๆ.

ทองปราย
(โบ) น. ปืนโบราณชนิดหนึ่ง เช่น ล้วนถือทองปรายทุกคน.(รามเกียรติ์ ร. ๑).

ทองปลายแขน ๑
น. เครื่องประดับชนิดหนึ่ง สวมรัดข้อมือ.

ทองแป
(โบ) น. ชื่อเหรียญทองตราโบราณที่ใช้แลกเปลี่ยนกันได้อย่างเงินตรา.

ทองแผ่นเดียวกัน
(สํา) ว. เกี่ยวดองกันโดยการแต่งงาน.

ทองพระบาท
น. (ราชา) กำไลเท้า.

ทองพัดดึงส์
น. ค่ากําหนดแลกเปลี่ยนของเหรียญทองกระษาปณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เท่ากับ ๑ ใน ๓๒ ของชั่ง = ๒.๕๐ บาท.

ทองพิศ
น. ค่ากําหนดแลกเปลี่ยนของเหรียญทองกระษาปณ์ในสมัยรัชกาลที่๔ เท่ากับ ๑ ใน ๒๐ ของชั่ง = ๔ บาท.

ทองไม่รู้ร้อน
(สํา) ว. เฉยเมย, ไม่กระตือรือร้น, ไม่สะดุ้งสะเทือน.

ทองรูปพรรณ
[-รูบปะพัน] น. ทองคําที่ทําสําเร็จเป็นเครื่องประดับและของใช้ต่าง ๆ.

ทองแล่ง
น. ทองคําที่เอามาแล่งเป็นเส้นบาง ๆ ใช้สําหรับปักหรือทอผ้า.

ทองวิทยาศาสตร์
น. โลหะชุบทอง, ทองชุบ ก็เรียก.

ทองสักโก
น. ทองเหลืองที่ตีแผ่เป็นแผ่นบาง นิยมใช้หุ้มองค์พระเจดีย์ป้องกันการผุกร่อน, พายัพเรียก ทองจังโก.

ทองสัมฤทธิ์
น. โลหะเจือชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่ประกอบด้วยทองแดงกับดีบุก,สัมฤทธิ์ หรือ ทองบรอนซ์ ก็เรียก.

ทองหมั้น
น. ทองคําที่ฝ่ายชายมอบให้ไว้แก่ฝ่ายหญิง แสดงความมั่นหมายว่าจะแต่งงานด้วย.

ทองหยอง
(ปาก) น. ทองรูปพรรณ.

ทองหยอด
น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยไข่แดงประสมแป้งเล็กน้อยหยอดเป็นลูกกลม ๆ อย่างหยดนํ้าในนํ้าเชื่อมเดือด ๆ, ลักษณนามว่า ลูก.

ทองหยิบ
น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยไข่แดงตีให้ขึ้นเล็กน้อยหยอด เป็นแผ่นเล็ก ๆ ในนํ้าเชื่อมร้อน ๆ ตั้งไฟให้สุก แล้วช้อนออกมาหยิบเป็นกลีบ ๆ๕ หรือ ๗ หยิบ ใส่ถ้วยตะไลทิ้งไว้ให้คงรูป, ลักษณนามว่า ดอก.

ทองเหลือง
น. โลหะเจือชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยทองแดงและสังกะสี ลักษณะเป็นโลหะสีเหลือง.

ทองอังกฤษ
น. เรียกโลหะชนิดหนึ่งเป็นแผ่นบาง ๆ สีคล้ายทองคําหรือสีอื่น ๆก็มี ใช้สลักหรือปรุเป็นลายประดับเครื่องศพเป็นต้น.

ทองเอก
น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง เคี่ยวน้ำกะทิกับน้ำตาลจนเหนียวทิ้งไว้ให้เย็นแล้วใส่ไข่แดง แป้งสาลี ตั้งไฟกวนจนแป้งร่อน อัดใส่พิมพ์เป็นรูปต่าง ๆ แต่งหน้าด้วยทองคำเปลวแผ่นเล็ก ๆ.

ทอง ๒
น. ชื่อพรรณไม้ ๒ ชนิดในสกุล Butea วงศ์ Leguminosae ชนิดB. monosperma (Lam.) Kuntze เป็นไม้ต้น ดอกสีแสด, ทองธรรมชาติก็เรียก, พายัพเรียก ทองกวาว, อีสานเรียก จาน; ชนิด B. superba Roxb.เป็นไม้เถา, ทองเครือ หรือ ตานจอมทอง ก็เรียก.

ทอง ๓
น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง เรียกว่า เพลงทอง และมีชนิดย่อยว่าทองย่อน ทองย้อย.

ท่อง
ก. เดินก้าวไปในนํ้า เช่น ท่องนํ้า; ว่าซํ้า ๆ ให้จําได้ เช่น ท่องหนังสือ.

ท่องจำ
ก. ท่องบ่นจนจําได้, ท่องบ่นจนขึ้นใจ.

ท่องเที่ยว
ก. เที่ยวไป.

ท่องสื่อ
น. ตําแหน่งล่ามจีนครั้งโบราณ เช่น ขุนพจนาพิจิตรท่องสื่อใหญ่.(พงศ. ร. ๓). (เทียบ จ. ท่อง ว่า ติดต่อ, สื่อ ว่าธุระ, การงาน).

ท้อง
น. ส่วนของร่างกายด้านหน้า ตั้งแต่ลิ้นปี่จนถึงบริเวณต้นขา มีสะดืออยู่ตรงกลาง มีกระเพาะและไส้พุงอยู่ภายใน; ครรภ์ เช่น น้องร่วมท้อง;พื้นที่หรือบริเวณที่กว้างใหญ่ เช่น ท้องนํ้า ท้องฟ้า ท้องทุ่ง ท้องไร่ท้องนา ท้องถนน; ส่วนที่มีลักษณะโค้ง เช่น ท้องแขน ท้องน่อง ท้องเรือท้องร่อง. ก. มีลูกอยู่ในท้อง, ตั้งครรภ์.

ท้องกาง
ว. เรียกท้องที่กางออกมากกว่าปรกติเพราะกินเกินขนาด.

ท้องกิ่ว
ว. หิวจัด, มักใช้เข้าคู่กับคำ ท้องแขวน เป็น ท้องกิ่วท้องแขวน เช่นหิวจนท้องกิ่วท้องแขวน, ไส้กิ่วไส้แขวน ก็ว่า.

ท้องแก่
ว. มีครรภ์จวนจะคลอด.

ท้องขาว ๑
น. เรียกผ้าที่มีส่วนกลางขาวว่า ผ้าท้องขาว เช่น ผ้าท้องขาวเชิงชายเขียน.(พงศ. เลขา), ถ้ามีส่วนกลางเขียว เรียกว่า ผ้าท้องเขียว เช่น ผ้าท้องเขียวชายกรวย. (พงศ. เลขา).

ท้องขึ้น
ว. อาการที่ท้องอืดเพราะลมในกระเพาะอาหารเฟ้อขึ้น; เรียกปลาจวนจะเน่าว่า ปลาท้องขึ้น.

ท้องขึ้นท้องพอง
ว. เรียกผลไม้บางอย่างที่ชํ้าจวนจะเสีย เช่น กล้วยท้องขึ้นท้องพอง คือกล้วยที่ชํ้าจวนจะเสีย, ท้องขึ้น ก็ว่า.

ท้องแข็ง
ว. อาการที่หน้าท้องตึงเพราะหัวเราะเต็มที่, ท้องคัดท้องแข็ง ก็ว่า.

ท้องแขน
น. ส่วนของแขนด้านใน มีลักษณะโค้งนูน.

ท้องแขวน
[-แขฺวน] ว. หิวจัด, มักใช้เข้าคู่กับคำ ท้องกิ่ว เป็นท้องกิ่วท้องแขวนเช่น หิวจนท้องกิ่วท้องแขวน, ไส้กิ่วไส้แขวน ก็ว่า.

ท้องคัดท้องแข็ง
ว. อาการที่หน้าท้องตึงเพราะหัวเราะเต็มที่, ท้องแข็ง ก็ว่า.

ท้องคุ้ง
น. ส่วนกลางของคุ้งนํ้า.

ท้องฉนวน
น. ทางเดินสําหรับฝ่ายในซึ่งกั้นด้วยผ้าหรือม่านเป็นต้น.

ท้องเดิน
ว. อาการที่ถ่ายอุจจาระเหลวมากบ่อย ๆ.

ท้องตรา
น. หนังสือคําสั่งที่ประทับตราของเจ้ากระทรวง, เดิมเรียกว่าสารตรา.

ท้องตลาด
น. ตลาดทั่ว ๆ ไป, ที่ชุมนุมเพื่อซื้อขายของต่าง ๆ.

ท้องถิ่น
น. ท้องที่ใดท้องที่หนึ่งโดยเฉพาะ เช่น เวลาท้องถิ่นประเพณีท้องถิ่น; (กฎ)พื้นที่ภายในเขตการปกครองของราชการบริหารส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาลองค์การบริหารส่วนตำบล.

ท้องที่
น. พื้นที่หรือถิ่นที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เช่น ท้องที่จังหวัดท้องที่อําเภอ ท้องที่ที่เกิดเหตุ ท้องที่ที่มีภูมิลําเนา; (กฎ) พื้นที่ภายในเขตการปกครองส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด อําเภอ กิ่งอําเภอ ตําบล และหมู่บ้าน; พื้นที่ที่อยู่ในเขตอํานาจของพนักงานสอบสวนหรือศาล.

ท้องน่อง
น. ส่วนของขาเบื้องหลัง มีลักษณะโค้งนูน ด้านตรงกันข้ามกับหน้าแข้ง.

ท้องน้อย
น. ส่วนของท้องระหว่างสะดือกับหัวหน่าว.

ท้องแบน
น. ชื่อเรือชนิดหนึ่งมีท้องแบน กินนํ้าตื้น สําหรับลําเลียงทหารหรืออาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นบก.

ท้องปลิง
น. ชื่อตะไบชนิดหนึ่ง มีรูปเหมือนท้องปลิง คือข้างหนึ่งกลม อีกข้างหนึ่งแบน. ว. เรียกสิ่งอื่น ๆ ที่มีรูปเหมือนท้องปลิงเช่น กําไลท้องปลิง.

ท้องผุท้องพัง
ว. เรียกท้องปลาทูเป็นต้นที่ไม่ค่อยสด เมื่อทอดแล้วมีลักษณะแตกโหว่.

ท้องผูก
ว. อาการที่อุจจาระแข็งถ่ายออกลําบาก.

ท้องพระคลัง
น. สถานที่เก็บพระราชทรัพย์หรือสิ่งของอันมีค่าอื่น ๆ ของพระมหากษัตริย์.

ท้องพระโรง
น. ห้องโถงใหญ่ในพระราชวังหรือในวังของพระราชโอรสพระราชธิดา.

ท้องพลุ
(โบ) น. ขนมทองพลุ.

ท้องพอง
ว. ท้องอืด, ใช้เข้าคู่กับคํา ท้องขึ้น เป็น ท้องขึ้นท้องพอง.

ท้องเฟ้อ
ว. อาการที่ลมในกระเพาะตีขึ้นเพราะอาหารไม่ย่อยและเป็นพิษ.

ท้องมาน
น. ชื่อโรคจําพวกหนึ่งมีอาการให้ท้องโตอย่างหญิงมีครรภ์.

ท้องไม้
น. ส่วนกลางของฐานที่เป็นหน้าเรียบ.

ท้องยุ้งพุงกระสอบ
(สํา) น. คนกินจุ. (ปาก) ว. ที่กินจุผิดปรกติ.

ท้องร่วง
ว. อาการที่ท้องเดินอย่างแรง.

ท้องร่อง
น. ทางนํ้าที่ขุดลงไปเป็นลํารางเพื่อขังนํ้าไว้รดต้นไม้เป็นต้น.

ท้องเรื่อง
น. เนื้อเรื่องที่ดําเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบ.

ท้องลาน
ว. มีรูปแบน ๆ เหมือนท้องแห่งลาน อย่างรูปคันกระสุนที่เหลาแบน ๆ.

ท้องเล็น
ว. เรียกข้าวสารที่หุงยังไม่สุกดี ยังมีแกนเมล็ดข้าวเหลืออยู่บ้างว่าข้าวท้องเล็น.

ท้องเลว
ว. โซ, อดอยาก, เช่น ชะรอยผีท้องเลวในเหวถํ้า. (ไกรทอง).

ท้องสาว
น. ท้องลูกคนแรก.

ท้องสำนวน
น. เนื้อหาของเรื่อง.

ท้องเสีย
ว. อาการที่เกิดจากเครื่องย่อยอาหารไม่ทําหน้าที่ตามปรกติทําให้ถ่ายอุจจาระกะปริบกะปรอย.

ท้องหมา
น. หน้าท้องแฟบ, เรียกครรภ์ของหญิงที่มีลักษณะเล็ก.

ท้องหมู
น. หน้าท้องมีไขมันมากอย่างท้องคนอ้วน, เรียกครรภ์ของหญิงที่มีลักษณะใหญ่มาก.

ท้องแห้ง
(ปาก) ก. ฝืดเคือง, อด.

ท้องอัสดงคต
น. รูปบัวประกอบฐานผนังโบสถ์ หัวท้ายงอนขึ้น.(รูปภาพ ท้องอัสดงคต)

ท้องอืด
ว. อาการที่ท้องขึ้นทําให้รู้สึกอึดอัด.

ทองกวาว
[-กฺวาว] (ถิ่น-พายัพ) น. ต้นทอง. (ดู ทอง ๒).

ท้องขาว ๑
ดูใน ท้อง.

ท้องขาว ๒
น. ชื่อหนูขนาดกลางชนิด Rattus rattus ในวงศ์ Muridae ตัวสีนํ้าตาลอ่อนถึงนํ้าตาลแดง พื้นท้องสีขาว มีเส้นสีนํ้าตาลหรือดําพาดขวางหน้าอก จมูกแหลม ใบหูใหญ่ หางสีดํายาวไล่เลี่ยกับความยาวของส่วนหัวและลําตัว กินเมล็ดพืชและเศษอาหารมีชุกชุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย.

ทองเครือ
ดู ทอง ๒.

ทองดำ ๑
ดูใน ทอง ๑.

ทองดำ ๒
น. ชื่อมะม่วงพันธุ์หนึ่งของชนิด Mangifera indica L. ผลสีเขียวค่อนข้างดํา.

ทองดำ ๓
น. ชื่อจิ้งหรีดชนิด Acheta bimaculatus ในวงศ์ Gryllidae ลําตัวยาวประมาณ ๓ เซนติเมตร อกกว้างประมาณ ๙ มิลลิเมตรโดยทั่วไปสีดําตลอดทั้งตัว ยกเว้นบริเวณโคนปีกคู่แรกมีจุดโตสีเหลืองหรือแดงปนเหลือง ๒ จุด ขาคู่สุดท้ายสีนํ้าตาลแดง.

ทองแดง ๑
ดูใน ทอง ๑.

ทองแดง ๒
น. ชื่อจิ้งหรีดชนิด Gryllus testaceus ในวงศ์ Gryllidae ตัวยาวประมาณ ๒.๘ เซนติเมตร อกกว้างประมาณ ๘ มิลลิเมตร โดยทั่วไปสีนํ้าตาลทั้งตัว โดยเฉพาะด้านล่างของหัว อก ท้อง และขาส่วนทางด้านหลังสีนํ้าตาลอมแดง ลายปีกเป็นเส้นสีนํ้าตาลยาวเกือบตลอด.

ทองธรรมชาติ ๑
ดูใน ทอง ๑.

ทองธรรมชาติ ๒
ดู ทอง ๒.

ทองปลายแขน ๑
ดูใน ทอง ๑.

ทองปลายแขน ๒
น. ชื่อมะม่วงพันธุ์หนึ่งของชนิด Mangifera indica L. ผลยาวปลายงอ.

ทองเผือก
ดู ทองหลาง.

ทองพระขุน
(ราชา) น. ขุนเพ็ด.

ทองพลุ
น. ขนมแป้งทอดชนิดหนึ่ง ทอดเป็นก้อนกลมแล้วผ่ายัดไส้ภายหลัง,โบราณเรียก ท้องพลุ. (ปาเลกัว).

ท้องพลุ
น. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Machrochirichthys machrochirus ในวงศ์Cyprinidae รูปร่างคล้ายปลาดาบลาว เว้นแต่มีเส้นข้างตัว อกเชิดขึ้นและต่อเนื่องกับคางซึ่งเงยขึ้นไปอีก ฟันเล็ก ด้านหลังลําตัวสีเขียวอมเหลือง ด้านข้างและท้องสีขาวเงิน พบตามแม่นํ้าและแหล่งนํ้าขนาดใหญ่ทั่วไป, ดาบ หรือ ฝักพร้า ก็เรียก; ชื่อนี้ยังใช้เรียกปลาแปบบางชนิด. (ดู แปบ ๒).

ทองพันชั่ง
น. ชื่อไม้พุ่มชนิด Rhinacanthus nasutus Kurz ในวงศ์Acanthaceae ดอกสีขาว ใบและรากใช้ทํายาได้.

ทองพันดุล
น. ชื่อไม้พุ่มชนิด Decaschistia parviflora Kurz ในวงศ์Malvaceae ดอกสีชมพูอมส้ม.

ทองภู
น. ต้นไม้ชนิดหนึ่ง ใช้ทํายา. (พจน. ๒๔๙๓).

ทองม้วน
น. ชื่อขนมชนิดหนึ่ง ทําด้วยแป้งประสมกับกะทิและไข่ เทราดลงในพิมพ์ซึ่งมักมีลักษณะกลมให้เป็นแผ่นบาง ๆ ผิงไฟให้สุกแล้วม้วนเป็นหลอด, ถ้าพับเป็นชิ้น เรียก ทองพับ, มีทั้งอย่างรสเค็มและรสหวาน.

ทองย้อย
น. ชื่อทุเรียนพันธุ์หนึ่ง.

ทองลิน
น. ชื่อปลานํ้าจืดชนิด Labiobarbus kuhlii ในวงศ์ Cyprinidae รูปร่างยาวเรียว แบนข้าง หนวดสั้น ครีบหลังยาวทํานองเดียวกับปลาซ่าซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน เกล็ดข้างลําตัวมีจุดสีดําจนเห็นเรียงกันเป็นสายตามยาวหลายเส้น ที่คอดหางมีจุดใหญ่สีดํา ขนาดยาวกว่า ๒๐เซนติเมตร, สร้อยนกเขา ก็เรียก.

ทองหลาง
น. ชื่อไม้ต้นหลายชนิดในสกุล Erythrina วงศ์ Leguminosae เช่นทองหลางป่า [E. subumbrans (Hassk.) Merr.], ทองหลางลายหรือ ทองเผือก (E. variegata L.), ทองหลางนํ้า หรือ ทองโหลง(E. fusca Lour.) ดอกออกเป็นช่อสีแดงคล้ำ.

ทองโหลง
ดู ทองหลาง.

ทองอุไร
น. ชื่อไม้พุ่มชนิด Tecoma stans (L.) Kunth ในวงศ์ Bignoniaceaeขอบใบหยัก ดอกสีเหลืองสด รูปแตร, พวงอุไร ก็เรียก.

ทอด ๑
น. ระยะจากจุดหนึ่งถึงอีกจุดหนึ่ง เช่น นอนทอดเดียวตลอดคืนขึ้นรถ๒ ทอด, ระยะเดียวหรือหลายระยะต่อเนื่องกัน เช่น มรดกตกทอดส่งต่อกันเป็นทอด ๆ.

ทอด ๒
ก. ทําให้สุกด้วยนํ้ามันเป็นต้นที่เดือด เช่น ทอดปลา ทอดเนื้อ,เรียกสิ่งที่ทําให้สุกเช่นนั้น เช่น ปลาทอด เนื้อทอด.

ทอดมัน
น. ของกินชนิดหนึ่ง เอาปลาหรือกุ้งผสมกับนํ้าพริกโขลกให้เข้ากันจนเหนียวแล้วทอดในนํ้ามัน.

ทอด ๓
ก. ทิ้ง เช่น มันทําชู้แล้วมันทอดหญิงนั้นเสีย. (สามดวง), ปล่อย, วาง,เช่น ทอดธุระ ทอดทุ่น; พาดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เช่น ทอดสะพาน, เหยียดยาวออกไป เช่น ทอดแขน ทอดขา; ปล่อยลง, ทิ้งลง,เช่น ทอดหมากเก็บ ทอดลูกเต๋า.

ทอดกฐิน
ก. ทําพิธีถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์.

ทอดโกลน
[-โกฺลน] น. เอาไม้ท่อนกลม ๆ วางเป็นระยะเพื่อลากของที่หนักมาบนนั้น.

ทอดตัว
ก. เอนตัวลงนอน.

ทอดตา
ก. แลไป, มองดูในระยะไกล.

ทอดทฤษฎี
(แบบ) ก. มองไปรอบ ๆ, ตั้งใจดู, เช่น เวลาท่านทอดทฤษฎี. (เสือโค).

ทอดทิ้ง
ก. ละเลย, ทิ้งขว้าง, ไม่เอาเป็นธุระ, ไม่เอาใจใส่, ไม่นําพา.

ทอดที่
(ราชา) ก. จัดที่นั่งที่นอน เช่น ทอดที่พระราชอาสน์.

ทอดน่อง
ว. อาการที่เดินช้า ๆ ตามสบาย.

ทอดน้ำ
ก. วางนํ้าให้สัตว์เช่นช้างม้าเป็นต้นกิน.

ทอดผ้าป่า
ก. เอาผ้าถวายพระโดยวางไว้เพื่อให้พระชักเอาเอง, โดยปริยายหมายถึงอาการที่วางไว้อย่างนั้น เช่น ทอดผ้าป่าเรียงวางไว้กลางสนาม. (อภัย).

ทอดพระที่
(ราชา) ก. จัดที่บรรทม (ใช้แก่เจ้านาย).

ทอดพระเนตร
(ราชา) ก. ดู.

ทอดยอด
ก. เลื้อยไป (ใช้แก่ยอดไม้เลื้อย). (ราชา) น. ผักบุ้ง เรียกว่า ผักทอดยอด.

ทอดรวง
ก. ออกรวง (ใช้แก่ต้นข้าว).

ทอดสกา
ก. เทลูกเต๋าลงในเติ่ง.

ทอดสนิท
ก. ผูกไมตรี, สร้างความสัมพันธ์, เช่น ซื้อของมาฝากบ่อย ๆเพื่อทอดสนิทให้เขารัก.

ทอดสมอ
ก. ทิ้งสมอลงไปในนํ้าเพื่อให้เรือจอดอยู่กับที่.

ทอดสะพาน
ก. ใช้สื่อสายเข้าไปติดต่อทําความสนิทสนมกับผู้ที่ต้องการคุ้นเคย,แสดงกิริยาท่าทางเป็นทํานองอยากติดต่อด้วย.

ทอดสายตา
ก. มองด้วยอาการสํารวม; ใช้สายตาเป็นสื่อ.

ทอดเสียง
ก. เอื้อนเสียงให้ยาวกว่าปรกติ.

ทอดหญ้า
ก. วางหญ้าให้สัตว์เช่นช้างม้าเป็นต้นกิน.

ทอดหุ่ย
(ปาก) ว. อาการที่ไม่เอาธุระปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องตามราว, อาการที่ปล่อยอารมณ์ตามสบาย, มักใช้ประกอบคำนอนว่า นอนทอดหุ่ย.

ทอดแห
ก. เหวี่ยงแหให้แผ่กว้างออกไปเพื่อจับปลาเป็นต้น.

ทอดอาลัย
ก. ปล่อยไปตามบุญตามกรรมทั้ง ๆ ที่ยังมีใจผูกพันหรือมีความเสียดายอยู่.

ทอน
ก. ตัดหรือหั่นให้เป็นท่อน เช่น ทอนฟืน, ทําให้ลดลงหรือให้สั้นลงเช่น ทอนกําลัง ทอนอายุ; หักจํานวนเงินตามราคาแล้วคืนส่วนที่เหลือไป เช่น ทอนเงิน ทอนสตางค์.

ท่อน
น. ส่วนที่ตัดหรือทอนออกเป็นตอน ๆ เช่น ท่อนหัว ท่อนกลางท่อนหาง, ตอนหนึ่ง ๆ ของเพลงไทย เช่น ท่อน ๑ ท่อน ๒ ท่อน๓; ลักษณนามเรียกสิ่งที่ตัดแบ่งหรือทอนออกเป็นท่อน ๆ เช่นฟืนท่อนหนึ่ง ฟืน ๒ ท่อน เพลง ๓ ท่อน.

ทอนซิล
น. ปุ่มเนื้อเยื่อนํ้าเหลือง อยู่ในบริเวณลําคอข้างละปุ่ม มีหน้าที่ช่วยป้องกันการแผ่กระจายของแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางลําคอ.(อ. tonsil).

ทอฟฟี่
น. ของหวานแบบฝรั่ง ใช้อม ทําด้วยนํ้าตาลกวนกับนมหรือเนยเป็นต้น มักปั้นเป็นก้อนห่อกระดาษแก้วบิดหัวท้าย. (อ. toffee).

ท่อม ๆ
ว. อาการที่เดินก้ม ๆ เงย ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมายที่แน่นอน.

ทอย ๑
ก. โยนให้เรียดหรือเรี่ยดินไปให้ถูกเป้า.

ทอยกอง
น. ชื่อการเล่นพนันอย่างหนึ่ง ใช้สตางค์หรือสิ่งอื่นตั้งซ้อน ๆ กันแล้วทอยให้ล้ม.

ทอย ๒
ก. กิริยาที่ตอกลูกประสักหรือตะปูเป็นต้นให้ถอยออกมาจากที่เดิม.ว. ทยอยติด ๆ กันไปไม่ขาดระยะ เช่น เดินทอย ๆ กันเข้าไป. น. เรียกไม้แหลมสําหรับตอกต้นไม้เป็นระยะ ๆ เพื่อเหยียบขึ้นไปว่า ลูกทอย,เรียกกิริยาที่ตอกลูกทอยอย่างนั้นว่า ตอกทอย.

ทอร์นาโด
น. ชื่อพายุประจำถิ่นขนาดเล็ก แต่มีความรุนแรงมาก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒-๓ กิโลเมตร บริเวณศูนย์กลางพายุมีความกดอากาศต่ำมาก จึงทำให้อากาศรอบนอกที่พัดเข้าหาศูนย์กลางพายุมีความเร็วสูงมาก เมื่อเริ่มเกิดเมฆจะม้วนตัวเป็นรูปกรวยหรืองวงยื่นออกมาจากฐานเมฆ ส่วนมากเกิดในบริเวณตอนกลางของสหรัฐอเมริกาและทางตะวันตกของออสเตรเลีย, ลมงวง หรือลมงวงช้าง ก็เรียก. (อ. tornado).

ทอเรียม
น. ธาตุลําดับที่ ๙๐ สัญลักษณ์ Th เป็นโลหะ ลักษณะเป็นของแข็งสีเทาเข้ม หลอมละลายที่ ๑๗๕๐?ซ. เป็นธาตุกัมมันตรังสีใช้ประโยชน์นําไปผสมกับโลหะอื่นให้เป็นโลหะเจือ. (อ. thorium).

ทะ ๑
คําใช้นําหน้าคําที่ขึ้นต้นด้วยตัว ท ในบทกลอน มีความแปลอย่างเดียวกับคําเดิมนั้น หรือเป็นคําซํ้าซึ่งคําหน้าเสียงกร่อนไป เช่น ทะทัด ก. สะบัด. ทะทา น. นกกระทา. ทะทาย ก. จับ, ถือ. ทะท่าว ก. ล้ม, ทบ, ซํ้า, ยอบ, เติม. ทะท้าว ว. อาการที่ตัวสั่นเทา ๆ. ทะทึก ว. อาการที่ใจเต้นตึก ๆ.

ทะ ๒
(กลอน) ก. ปะทะ เช่น ของ้าวทบทะกัน. (ตะเลงพ่าย).

ทะงัน
(กลอน) ว. ตระหง่าน, กว้างใหญ่, สูงใหญ่.

ทะเทียด
น. กลองแขกมี ๒ หน้า หน้าหนึ่งใช้มือตี อีกหน้าหนึ่งใช้ไม้ตีใช้ในกระบวนแห่.

ทะนง
ก. ถือตัว, หยิ่งในเกียรติของตัว, ใช้ว่า ทระนง ก็มี.

ทะนงตัว
ก. ถือดีในตัวของตัว.

ทะนงศักดิ์
ก. ถือดีในอํานาจของตัว.

ทะนน
น. เรียกหม้อดินขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งมีขีดเป็นรอยโดยรอบ สําหรับใส่นํ้า นํ้าตาลโตนด เป็นต้น ว่า หม้อทะนน, (ปาก) หม้อคะนน.(รูปภาพ ทะนน)

ทะนะ, ทะนา
(โบ; กลอน) ว. คําละมาจากคําว่า เทอญนะ เทอญนา เถิดนะหรือ เถิดนา, มักใช้ในความชักชวน เช่น ไปทะนะ.

ทะนะ, ทะนา
(โบ; กลอน) ว. คําละมาจากคําว่า เทอญนะ เทอญนา เถิดนะหรือ เถิดนา, มักใช้ในความชักชวน เช่น ไปทะนะ.

ทะนาน
น. เครื่องตวงอย่างหนึ่งทําด้วยกะโหลกมะพร้าวเป็นต้น; ชื่อมาตราตวงโบราณ ๒๐ ทะนาน เป็น ๑ ถัง, มาตราตวงของไทยโบราณเท่ากับ ๘ ฟายมือ. (เทียบ ส. ทินาร ว่า ตาชั่ง).

ทะนานหลวง
น. ชื่อมาตราตวงตามวิธีประเพณี มีอัตราเท่ากับ ๑ ลิตร, อักษรย่อว่า ท.

ทะนุ, ทะนุก
ก. อุดหนุน (มักใช้ควบกับคําอื่น).

ทะนุ, ทะนุก
ก. อุดหนุน (มักใช้ควบกับคําอื่น).

ทะนุถนอม, ทะนุกถนอม
ก. คอยระวังรักษา, คอยประคับประคอง. (ข. ถฺนาก่ถฺนม).

ทะนุถนอม, ทะนุกถนอม
ก. คอยระวังรักษา, คอยประคับประคอง. (ข. ถฺนาก่ถฺนม).

ทะนุบำรุง
ก. เอาใจใส่ดูแลเลี้ยงดู เช่น ทะนุบํารุงบิดามารดา ทะนุบํารุงบุตรธิดา;ซ่อมแซมรักษา, อุดหนุนให้เจริญขึ้น, เช่น ทะนุบํารุงวัด; ธํารงรักษาไว้เช่น ทะนุบํารุงศาสนา ทะนุบํารุงบ้านเมือง, ทํานุบํารุง ก็ว่า.

ทะบู
(กลอน) น. ป้อม, หอรบ.

ทะเบียน
น. บัญชีจดลักษณะจํานวนคน จํานวนสัตว์หรือจํานวนสิ่งของตลอดจนการงานต่าง ๆ ที่รัฐบันทึกไว้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับประชาชนพลเมือง.

ทะเบียนบ้าน
(กฎ) น. ทะเบียนประจําบ้านแต่ละบ้านซึ่งแสดงเลขประจําบ้านและรายการของคนทั้งหมดผู้อยู่ในบ้าน.

ทะเบียนราษฎร
(กฎ) ดู การทะเบียนราษฎร.

ทะเบียนสำมะโนครัว
ดู สํามะโนครัว.

ทะมัดทะแมง
ว. คล่องแคล่ว, กระฉับกระเฉง, ไม่เก้งก้าง, เช่น ทํางานทะมัดทะแมงท่าทางทะมัดทะแมง; รัดกุม เช่น แต่งตัวทะมัดทะแมง, ถะมัดถะแมงก็ว่า.

ทะมึน, ทะมื่น
ว. มีลักษณะดํามืดสูงใหญ่น่าเกรงขาม, ตระมื่น ก็ว่า.

ทะมึน, ทะมื่น
ว. มีลักษณะดํามืดสูงใหญ่น่าเกรงขาม, ตระมื่น ก็ว่า.

ทะแม่ง, ทะแม่ง ๆ
(ปาก) ว. มีลักษณะลับลมคมในหรือมีอะไรเคลือบแฝงอยู่ทําให้น่าสงสัย.

ทะแม่ง, ทะแม่ง ๆ
(ปาก) ว. มีลักษณะลับลมคมในหรือมีอะไรเคลือบแฝงอยู่ทําให้น่าสงสัย.

ทะยาทะแยแส
ก. เอาใจใส่เป็นพิเศษ, เอื้อเฟื้อ.

ทะยาน
ก. เผ่นขึ้นไป เช่น เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟ้า, โผนเข้าใส่ เช่น ทะยานเข้าสู้.

ทะยานใจ
ก. ย่ามใจ, เหิมใจ.

ทะยานอยาก
ก. อยากได้หรืออยากมีอยากเป็นยิ่ง ๆ ขึ้น.

ทะเยอทะยาน
ก. อยากมีฐานะหรือภาวะสูงกว่าดีกว่าที่เป็นอยู่.

ทะแย
น. ชื่อเพลงไทยโบราณทํานองหนึ่ง มีมาแต่สมัยอยุธยา มีอัตรา ๒ชั้น ประเภทหน้าทับปรบไก่ มี ๒ ท่อน ท่อนที่ ๑ มี ๔ จังหวะ ท่อนที่ ๒มี ๖ จังหวะ.

ทะแยกลองโยน
น. ชื่อเพลงหน้าพาทย์ซึ่งใช้ทำนองเพลงทะแยมาบรรเลงอย่างเพลงเรื่องและต้องตีกลองหน้าทับกลองโยนเลียนวิธีการตีกลองชนะในกระบวนแห่ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค ปี่ชวามักเป่าเพลงทะแยกลองโยนเข้ากับกลองชนะในกระบวนเสด็จ และใช้บรรเลงเป็นเพลงประจำกัณฑ์นครกัณฑ์ในการเทศน์มหาชาติ, เรียกสั้น ๆ ว่ากลองโยน.

ทะแยสามชั้น
น. เพลงสําหรับร้องรับในวงมโหรีปี่พาทย์.

ทะร่อทะแร่
(ปาก) ก. เข้าไปเกี่ยวข้องทั้ง ๆ ที่ไม่มีหน้าที่, ทะร่อท่อแร่ ก็ว่า.

ทะลวง
ก. ทําให้เป็นช่องทะลุ เช่น ทะลวงปล้องไม้ไผ่, ทําให้เป็นทางหรือเป็นช่องทะลุเข้าไป เช่น ทะลวงฟัน บุกทะลวง.

ทะลอก
น. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Parinari anamense Hance ในวงศ์Chrysobalanaceae ไม้ใช้ทําเครื่องบนและเครื่องล่างของเรือนเมล็ดให้นํ้ามันใช้ทากันนํ้าซึมและผสมยางรักทําเครื่องเขิน.

ทะลัก
ก. อาการที่สิ่งที่แออัดกันอยู่หรือถูกกีดกั้นผลุดหรือหลุดออกมาโดยแรง เมื่อสิ่งกีดกั้นแตกหรือพังทลายลง เช่น ลูกทะลัก ไส้ทะลักหนองทะลัก, โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่นสินค้าที่กักตุนทะลักออกมา.

ทะลักทะแลง
ก. ลักลั่นกัน, ไม่เป็นระเบียบ.

ทะลาย
น. ช่อผลของหมากมะพร้าวที่ออกเป็นกลุ่มรวมกัน เช่น ทะลายหมาก ทะลายมะพร้าว, อัน ก็เรียก, ลักษณนามเรียกสิ่งที่มีลักษณะเช่นนั้น เช่น หมากทะลายหนึ่ง มะพร้าว ๒ ทะลาย.

ทะลิ่น
(กลอน) ก. ทะเล้น, หน้าเป็น.

ทะลิ่นชระลั่ง
[-ชฺระ-] (กลอน) ก. ทะลึ่งทะลั่ง.

ทะลึ่ง
ก. ถีบตัวพรวดขึ้นมา เช่น ทะลึ่งขึ้นจากนํ้า, เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วผิดหูผิดตา เช่น ต้นไม้ทะลึ่งขึ้น; แสดงกิริยาหรือวาจาอันไม่สมควรในเรื่องที่มิใช่ธุระของตัวหรือในเวลาที่เขาไม่ต้องการ, แสดงกิริยาหรือวาจาอาจเอื้อม ไม่รู้จักที่ตํ่าสูง.

ทะลึ่งตึงตัง
ก. มีกิริยามารยาทไม่เรียบร้อย ส่งเสียงเอะอะ.

ทะลึ่งทะลั่ง
ว. พรวดพราด.

ทะลุ
ก. เกิดเป็นรูหรือทําให้เป็นรูถึงอีกข้างหนึ่ง. ว. ที่เป็นรู เช่น หม้อทะลุ.

ทะลุกลางปล้อง
ก. พูดสอดขึ้นมาในเวลาที่เขากําลังพูดกันอยู่.

ทะลุปรุโปร่ง
ว. อาการที่เห็นหรือเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งโดยตลอด.

ทะลุดทะลาด
ว. พรวดพราด, ถลําถลาก.

ทะเล
น. ห้วงนํ้าเค็มที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่ แต่เล็กกว่ามหาสมุทร. ว. ที่อยู่หรือเกิดในทะเล เช่น สาหร่ายทะเล ปลิงทะเล แมงดาทะเล.

ทะเลทราย
น. อาณาบริเวณที่กว้างใหญ่เต็มไปด้วยทราย มีอากาศหนาวจัดหรือร้อนจัด ยากแก่การดํารงชีวิต มีพืชขึ้นอยู่น้อยมาก.

ทะเลใน
น. ทะเลภายใน, ทะเลหน้าใน ก็เรียก.

ทะเลบ้า
น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง.

ทะเลภายใน
น. ทะเลประเภทที่อยู่เข้ามาภายในพื้นแผ่นดิน และเกือบไม่มีทางติดต่อกับทะเลหรือมหาสมุทรภายนอก, ทะเลในหรือทะเลหน้าในก็เรียก. (อ. inland sea).

ทะเลสาบ
น. ห้วงนํ้าใหญ่ที่มีแผ่นดินล้อมรอบ มี ๒ ชนิด คือทะเลสาบนํ้าเค็มและ ทะเลสาบนํ้าจืด.

ทะเลหน้าใน
น. ทะเลภายใน, ทะเลใน ก็เรียก.

ทะเลหลวง
น. ทะเลใหญ่, มหาสมุทร, ทะเลหรือมหาสมุทรที่อยู่นอกน่านนํ้าอาณาเขตของประเทศที่เป็นเจ้าของ.

ทะเลไหล่ทวีป
น. บริเวณทะเลตื้นที่อยู่เหนือไหล่ทวีป. (อ. epicontinental sea).

ทะเลอาณาเขต
น. ส่วนของทะเลซึ่งแต่ละประเทศกําหนดว่าอยู่ภายใต้อํานาจอธิปไตยของประเทศนั้น ๆ โดยกําหนดเป็นระยะทางวัดจากชายฝั่งทะเลตามแต่จะตกลงกัน. (อ. territorial sea).

ทะเล้น
ก. โปนออก เช่น ตาทะเล้น, ล้นออก เช่น เนื้อผ้าตรงตะเข็บทะเล้นออก. ว. ทําหน้าหัวเราะอย่างทะลึ่งโดยไม่เหมาะแก่บุคคลหรือโอกาส.

ทะเล่อทะล่า
ว. อาการที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างพรวดพราดโดยไม่ถูกกาลเทศะหรืออย่างไม่ระมัดระวัง เช่น เดินทะเล่อทะล่าเข้าไปในที่ประชุมวิ่งทะเล่อทะล่าออกไปที่ถนนเลยถูกรถชน.

ทะเลาะ
ก. ทุ่มเถียงกันด้วยความโกรธ, โต้เถียงกัน, เป็นปากเป็นเสียงกัน.

ทะเลาะเบาะแว้ง
ก. ทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หยุม ๆ หยิม ๆ.

ทะเลิ่กทะลั่ก
ว. อาการที่ทำหน้าตาตื่น เหลียวหน้าเหลียวหลัง เช่น เขาวิ่งหน้าตาทะเลิ่กทะลั่กเข้ามา.

ทะวาย
ว. ที่ออกผลไม่ตรงตามฤดูกาล (ใช้แก่ผลไม้) เช่น มะม่วงทะวาย.

ทะเวน
(โบ) ก. พานักโทษไปประจานในที่ต่าง ๆ, ตะเวน ตระเวน หรือกระเวน ก็ว่า.

ทัก ๑
ก. กล่าวเป็นเชิงเตือน, พูดโอภาปราศรัยด้วยอัธยาศัยไมตรีเมื่อพบหน้ากัน, กล่าวหรือออกเสียงให้ระวังหรือสังเกตว่าจะเป็นภัยตามลัทธิที่ถือกัน เช่น จิ้งจกทัก.

ทักท้วง
ก. กล่าวหรือแสดงออกเป็นทํานองว่ายังไม่เห็นด้วย.

ทักทาย
ก. ไต่ถามถึงความเป็นอยู่หรือทุกข์สุขอย่างเป็นกันเอง.

ทักนิมิต
ก. ถามตอบในการผูกพัทธสีมา.

ทัก ๒
(ถิ่น) น. ตะกร้าเก็บเกลือ ทําด้วยไม้ไผ่สาน ตาห่างคล้ายชะลอมทรงสูงคล้ายชะลอม. (วิทยาจารย์).

ทักข์ ๑
ว. สามารถ, เหมาะ, ขยัน, หมั่น, คล่องแคล่ว, แข็งแรง. (ป.).

ทักข์ ๒
ก. ดู, แล, เห็น, เช่น เล็งทักข์อาทรเธอ เท่าฟ้า, เล็งทักข์ทุรเวทแล้วเล็งดอย ดงนา. (ลํานํ้าน้อย).

ทักขิญ
[-ขิน] น. ความเป็นเบื้องขวา หมายความว่า สะดวกในการพูดจาปราศรัย, ความอารีอารอบ, ความกรุณา. (ป. ทกฺขิ?ฺ?).

ทักขิณ
(แบบ) ว. ทักษิณ, ใต้; ข้างขวา. (ป.; ส. ทกฺษิณ).

ทักขิณา
น. ทักษิณา, ทานเพื่อผลอันเจริญ; ขวา, ทิศใต้. (ป.; ส. ทกฺษิณา).

ทักขิณาบถ
น. เมืองแถบใต้, ประเทศฝ่ายทิศใต้. (ป.).

ทักขิณาวัฏ
น. การเวียนขวา. ว. เวียนไปทางขวา คือเวียนเลี้ยวทางขวาอย่างเข็มนาฬิกา, ทักษิณาวรรต ก็ว่า, ตรงข้ามกับ อุตราวัฏหรือ อุตราวรรต. (ป.; ส. ทกฺษิณาวรฺต).

ทักขิโณทก
น. นํ้าที่หลั่งในเวลาทําทานเพื่ออุทิศผลให้แก่ผู้ตาย, นํ้าที่หลั่งลงเป็นการแสดงว่ามอบให้เป็นสิทธิ์ขาด, นํ้ากรวด คือ นํ้าที่ใช้แทนสิ่งของที่ให้ซึ่งใหญ่โตหรือไม่มีรูปที่จะหยิบยกให้ได้เช่นวัด ศาลา บุญกุศลเป็นต้น. (ป.).

ทักขิไณยบุคคล
[-ไนยะ-] น. บุคคลผู้ควรรับทักษิณา. (ป.).

ทักขิณา
ดู ทักขิณ.

ทักขิณาบถ
ดู ทักขิณ.

ทักขิณาวัฏ
ดู ทักขิณ.

ทักขิโณทก
ดู ทักขิณ.

ทักขิไณยบุคคล
ดู ทักขิณ.

ทักทิน
[ทักกะทิน] น. วันชั่วร้าย (ใช้ในตําราหมอดู).

ทักษ-
[-สะ-] (แบบ) ว. สามารถ, เหมาะ, ขยัน, หมั่น, คล่องแคล่ว,แข็งแรง. (ส.).

ทักษะ
น. ความชํานาญ. (อ. skill).

ทักษา
(โหร) น. เรียกดาวพระเคราะห์เฉพาะ ๘ ดวง คือ อาทิตย์ (ประจําทิศอีสาน ใช้เลข ๑ แทน) จันทร์ (ประจําทิศบูรพา ใช้เลข ๒ แทน) อังคาร(ประจําทิศอาคเนย์ ใช้เลข ๓ แทน) พุธ (ประจําทิศทักษิณ ใช้เลข ๔แทน) เสาร์ (ประจําทิศหรดี ใช้เลข ๗ แทน) พฤหัสบดี (ประจําทิศประจิม ใช้เลข ๕ แทน) ราหู (ประจําทิศพายัพ ใช้เลข ๘ แทน) และศุกร์ (ประจําทิศอุดร ใช้เลข ๖ แทน) เขียนเป็นแผนภูมิดังนี้(รูปภาพ)

ทักษิณ
น. ทิศใต้ ใช้ว่า ทิศทักษิณ. ว. ใต้; ข้างขวา เช่น ฝ่ายทักษิณ. (ส.; ป. ทกฺขิณ).

ทักษิณนิกาย
น. เถรวาท, หินยาน.

ทักษิณาจาร
น. ชื่อลัทธิตันตระแบบหนึ่งนับเนื่องในนิกายหนึ่งของศาสนาพราหมณ์ยุคหลัง เป็นแบบขวาหรือฝ่ายขวา มีพิธีกรรมเปิดเผยไม่มีลามกอนาจาร,คู่กับ วามาจาร, ชื่อลัทธิพุทธตันตระแบบหนึ่งซึ่งมีหลักปฏิบัติทํานองเดียวกับลัทธิตันตระของพราหมณ์ โดยถือพระไวโรจนพุทธะแทนพรหมัน. (ส.).

ทักษิณายัน
น. ทางใต้; (ดารา) จุดสุดทางใต้ เมื่อดวงอาทิตย์ปรากฏในราววันที่๒๒ ธันวาคม เป็นจุดในหน้าหนาว มีกลางคืนยาวที่สุดเรียกว่าทักษิณายัน (winter solstice), คู่กับ อุตตรายัน, เหมายัน ก็เรียก.(ส.; ป. ทกฺขิณ + ส. อายน).

ทักษิณาวรรต
น. การเวียนขวา. ว. เวียนไปทางขวา คือเวียนเลี้ยวทางขวาอย่างเข็มนาฬิกา, ทักขิณาวัฏ ก็ว่า, ตรงข้ามกับ อุตราวรรต หรือ อุตราวัฏ.(ส. ทกฺษิณาวรฺต; ป. ทกฺขิณาวฏฺฏ).

ทักษิณา
น. ของทําบุญ. (ส.).

ทักษิณาทาน
น. การให้ของทําบุญทําทาน.

ทักษิณานุประทาน
น. การทําบุญอุทิศส่วนกุศลเพิ่มให้แก่ผู้ตาย. (ส.).

ทักษิโณทก
น. นํ้าที่หลั่งในเวลาทําทานเพื่ออุทิศผลให้แก่ผู้ตาย, นํ้าที่หลั่งลงเป็นการแสดงว่ามอบให้เป็นสิทธิ์ขาด, นํ้ากรวด คือนํ้าที่ใช้แทนสิ่งของที่ให้ซึ่งใหญ่โตหรือไม่มีรูปที่จะหยิบยกให้ได้เช่นวัด ศาลาบุญกุศล เป็นต้น, เมื่อเป็นชื่อของพระเต้า เรียกย่อว่าพระเต้าษิโณทก. (ส.).

ทักษิณาจาร
ดู ทักษิณ.

ทักษิณายัน
ดู ทักษิณ.

ทักษิณาวรรต
ดู ทักษิณ.

ทักษิโณทก
ดู ทักษิณา.

ทัคธ์
ว. ไหม้, เกรียม, แห้ง. (ส.).

ทัง ๑
น. ชื่อไม้ต้น ๒ ชนิดในสกุล Vernicia วงศ์ Euphorbiaceaeคือชนิด V. fordii Airy Shaw และชนิด V. montana Lour.เมล็ดให้นํ้ามันใช้ทากันซึม.

ทัง ๒
สัน. ทั้ง.

ทั่ง
น. แท่งเหล็กสําหรับช่างใช้รองรับในการตีโลหะบางชนิดเช่นเหล็กทอง ให้เป็นรูปต่าง ๆ.

ทั้ง
ว. ทั่ว เช่น ทั้งโลก ทั้งห้อง ทั้งตัว, รวมหมด เช่น ปลาทั้งตัว, พร้อมด้วยเช่น ต้มทั้งกระดูก นอนทั้งรองเท้า, ตลอด เช่น ทั้งคืน ทั้งวัน ทั้งเดือนทั้งปี, ครบตามที่กําหนด เช่น โกฐทั้ง ๕ ได้แก่ โกฐหัวบัว โกฐสอโกฐเขมา โกฐเชียง และโกฐจุฬาลัมพา, ชุมเห็ดทั้ง ๕ ได้แก่ ต้น รากเปลือก ใบ และดอก ของต้นชุมเห็ด; ทั้งที่ เช่น ทําทั้งรู้ ๆ กินทั้งจืด ๆล้มทั้งยืน; มิหนําซํ้า เช่น ของนี้คุณภาพตํ่า ทั้งราคาก็แพง ยานี้จะทําให้ท้องผูกทั้งจะทําให้ใจสั่นอีกด้วย.

ทั้งกลม
ว. ทั้งปวง, ทั้งหมด, ทั้งสิ้น; เรียกหญิงที่ตายพร้อมกับลูกที่อยู่ในท้องด้วยว่า ตายทั้งกลม คือ ตายทั้งหมด.

ทั้ง…กับ, ทั้ง…และ
สัน. รวมทั้ง ๒ อย่าง เช่น ทั้งผักกับผลไม้ล้วนน่ากิน ทั้งผักและผลไม้ล้วนน่ากิน.

ทั้ง…กับ, ทั้ง…และ
สัน. รวมทั้ง ๒ อย่าง เช่น ทั้งผักกับผลไม้ล้วนน่ากิน ทั้งผักและผลไม้ล้วนน่ากิน.

ทั้งขึ้นทั้งล่อง
(สํา) ว. มีความเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ไม่พ้นไปได้ (มักใช้ในทํานองไม่ดี).

ทั้งคน
ว. ใช้ประกอบท้ายคําหรือความ เพื่อเน้นให้เห็นความสําคัญของคําหรือความข้างหน้า เช่น แม่ทั้งคน.

ทั้งดุ้น
ว. ทั้งหมดโดยมิได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือตัดแบ่งเลย เช่น ลอกมาทั้งดุ้น.

ทั้ง…ทั้ง
ว. ด้วย เช่น ทั้งกินทั้งเล่น คือ กินด้วยเล่นด้วย ให้ทั้งข้าวทั้งเงิน คือให้ข้าวด้วยเงินด้วย. สัน. และ เช่น ทั้งภูเก็ตทั้งเชียงใหม่ล้วนน่าเที่ยว.

ทั้งที
ว. ไหน ๆ ก็ได้โอกาสแล้ว เช่น มาทั้งที.

ทั้งที่, ทั้ง ๆ ที่
ว. ในขณะที่ เช่น เขาออกจากบ้านไปทั้งที่ฝนกำลังตก เขาลาออกทั้ง ๆ ที่หน้าที่การงานกําลังเจริญก้าวหน้า.

ทั้งที่, ทั้ง ๆ ที่
ว. ในขณะที่ เช่น เขาออกจากบ้านไปทั้งที่ฝนกำลังตก เขาลาออกทั้ง ๆ ที่หน้าที่การงานกําลังเจริญก้าวหน้า.

ทั้งที่, ทั้ง ๆ ที่
ว. ในขณะที่ เช่น เขาออกจากบ้านไปทั้งที่ฝนกำลังตก เขาลาออกทั้ง ๆ ที่หน้าที่การงานกําลังเจริญก้าวหน้า.

ทั้งนั้น
ว. ทั้งหมดโดยไม่ยกเว้น เช่น พระสงฆ์ทั้งนั้น ล้วนแต่สาว ๆ สวย ๆทั้งนั้น.

ทั้งนี้
สัน. ตามที่กล่าวมานี้ เช่น ทั้งนี้กล่าวตามที่เขาบันทึกไว้หรือกล่าวตามพจนานุกรม.

ทั้งนี้ทั้งนั้น
ว. พอสรุปลงได้ว่า.

ทั้งเนื้อทั้งตัว
ว. ทั้งหมดเท่าที่มีติดตัวอยู่.

ทั้งปวง, ทั้งผอง, ทั้งเพ, ทั้งมวล, ทั้งสิ้น, ทั้งหมด
ว. หมดด้วยกัน.

ทั้งปวง, ทั้งผอง, ทั้งเพ, ทั้งมวล, ทั้งสิ้น, ทั้งหมด
ว. หมดด้วยกัน.

ทั้งปวง, ทั้งผอง, ทั้งเพ, ทั้งมวล, ทั้งสิ้น, ทั้งหมด
ว. หมดด้วยกัน.

ทั้งปวง, ทั้งผอง, ทั้งเพ, ทั้งมวล, ทั้งสิ้น, ทั้งหมด
ว. หมดด้วยกัน.

ทั้งปวง, ทั้งผอง, ทั้งเพ, ทั้งมวล, ทั้งสิ้น, ทั้งหมด
ว. หมดด้วยกัน.

ทั้งปวง, ทั้งผอง, ทั้งเพ, ทั้งมวล, ทั้งสิ้น, ทั้งหมด
ว. หมดด้วยกัน.

ทั้งหลาย
ว. หมดด้วยกัน เช่น คนทั้งหลายเกิดมาแล้วต้องตาย, มีจํานวนมาก เช่น คนทั้งหลายเขาพูดกันว่า.

ทั้งอย่างนั้น
ว. ทั้ง ๆ ที่เป็นอยู่ในลักษณะอาการเช่นนั้น.

ทังวล, ทังวี้ทังวล
(กลอน) ก. กังวล, ห่วงใย, เช่น เป็นทังวี้ทังวลวุ่นวาย. (คาวี).

ทังวล, ทังวี้ทังวล
(กลอน) ก. กังวล, ห่วงใย, เช่น เป็นทังวี้ทังวลวุ่นวาย. (คาวี).

ทังสเตน
น. ธาตุลําดับที่ ๗๔ สัญลักษณ์ W เป็นโลหะ ลักษณะเป็นของแข็งสีเทา หลอมละลายที่ ๓๔๑๐?ซ. ใช้ประโยชน์เป็นไส้หลอดไฟฟ้าผสมกับโลหะอื่นให้เป็นโลหะเจือ, วุลแฟรม ก็เรียก. (อ. tungsten).

ทัณฑ-, ทัณฑ์
[ทันดะ-, ทันทะ-, ทัน] น. โทษที่เนื่องด้วยความผิด; (กฎ) โทษทางวินัยสถานหนึ่งที่ใช้แก่ข้าราชการบางจําพวก เช่น ทหาร ตํารวจ. (ป., ส.).

ทัณฑ-, ทัณฑ์
[ทันดะ-, ทันทะ-, ทัน] น. โทษที่เนื่องด้วยความผิด; (กฎ) โทษทางวินัยสถานหนึ่งที่ใช้แก่ข้าราชการบางจําพวก เช่น ทหาร ตํารวจ. (ป., ส.).

ทัณฑกรรม
[ทันดะ-] น. การลงโทษ, โทษที่ลงแก่สามเณรที่ประพฤติผิด; (กฎ)ทัณฑ์สถานหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารและกฎหมายว่าด้วยวินัยตํารวจคือ ให้ทํางานโยธา งานสุขาภิบาลหรืองานอื่นของราชการเพิ่มจากหน้าที่ประจําซึ่งตนจะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว หรือปรับให้อยู่เวรยามนอกจากหน้าที่ประจํา. (ส.).

ทัณฑฆาต
[ทันทะ-] น. ชื่อเครื่องหมายสําหรับฆ่าอักษรที่ไม่ต้องการออกเสียงมีรูปดังนี้ ?.

ทัณฑนิคม
[ทันทะ-] (กฎ) น. สถานที่ควบคุมและฝึกอบรมนักโทษเด็ดขาดในขั้นต่อจากเรือนจํา.

ทัณฑ์บน
น. ถ้อยคำหรือหนังสือสัญญาว่าจะไม่ประพฤติละเมิดตามเงื่อนไขที่ได้ให้ไว้, ทานบน ก็ว่า; (กฎ) คํารับรองที่ทําขึ้นตามคําสั่งของศาลว่าจะไม่ก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นตลอดเวลาที่ศาลกําหนด.

ทัณฑวิทยา
[ทันทะ-] น. วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับวิธีลงโทษผู้กระทําผิดทางอาญา.(อ. penology).

ทัณฑสถาน
[ทันทะ-] (กฎ) น. เรือนจําพิเศษประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้เป็นที่ควบคุมกักขังผู้ต้องขังเฉพาะแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับประเภทผู้ต้องขังนั้น ๆเช่น ทัณฑสถานวัยหนุ่ม เป็นสถานที่ควบคุมกักขังและฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขังที่อยู่ในวัยหนุ่ม.

ทัณฑะ
[ทันดะ] น. มาตราโบราณสําหรับวัดความยาว ๑ ทัณฑะ เท่ากับ๒ ศอก.

ทัณฑิกา
[ทันทิ-] น. ชื่อกาพย์ชนิดหนึ่ง มีกลอนสัมผัสกันคล้ายกาพย์สุรางคนางค์. (ชุมนุมตํารากลอน).

ทัณฑิมา
[ทันทิ-] น. ชื่อนกในพวกสัตว์หิมพานต์ รูปเป็นครุฑถือกระบอง.

ทัณฑีบท
[ทันทีบด] น. โคลงโบราณชนิดหนึ่ง. (ชุมนุมตํารากลอน).

ทัด ๑
ก. เอาสิ่งของหรือดอกไม้เหน็บหูตรงบริเวณที่เรียกว่า ทัดดอกไม้.น. เรียกทรงผมผู้หญิงที่มีผมยื่นยาวทั้ง ๒ ข้างจอนผมสําหรับทัดหูว่า ผมทัด.

ทัดดอกไม้
น. ส่วนอวัยวะบริเวณระหว่างหูกับขมับ.

ทัด ๒, ทัดเทียม
ว. เท่าเทียม, เสมอ, เช่น ฝีมือทั้งสองฝ่ายนั้นดีทัดกัน. (พงศ. เลขา).

ทัด ๒, ทัดเทียม
ว. เท่าเทียม, เสมอ, เช่น ฝีมือทั้งสองฝ่ายนั้นดีทัดกัน. (พงศ. เลขา).

ทัด ๓
น. ชื่อกลองชนิดหนึ่งที่ขึ้นหนังตรึงแน่นทั้ง ๒ หน้า เรียกว่า กลองทัด.

ทัด ๔
(กลอน) ก. ต้านไว้, ทานไว้.

ทัดทาน
ก. กล่าวหรือแสดงออกเป็นทํานองห้ามหรือท้วงเพื่อให้งดไว้.

ทัดทา
น. กระดานมีด้ามสําหรับโกยข้าวเปลือก.

ทัน ๑
(ถิ่น-พายัพ, อีสาน) น. ต้นพุทรา. (ดู พุทรา).

ทัน ๒
ว. เป็นไปตามเวลาที่กําหนด, เป็นไปพอดีกับเวลาที่กําหนด, เช่นทันกาล ทันเวลา; ตามไปถึง เช่น เรียนทัน วิ่งทัน; เท่า, เทียมถึง,เช่น รู้ทันคน; เสมอด้วย เช่น อันว่าผู้จะทำนายฝนนแลจะทันพระศรีสรรเพชญ์เสด็จภูมีบาลในสงสารภพนี้ก็บมี โสดแล.(ม. คำหลวง กุมาร).

ทันกิน
ก. คิดหรือทําการใด ๆ ทันท่วงที (โดยปรกติใช้ในประโยคปฏิเสธ)เช่น ทําการงานช้าไม่ทันกิน มัวงุ่มง่ามอยู่อย่างนี้ไม่ทันกิน.

ทันควัน
ว. ทันทีทันใด, ฉับพลัน.

ทันใจ
ว. เร็วทันเท่ากับใจนึกหรือต้องการ.

ทันตา
ว. ทันที่ตาเห็นในปัจจุบัน, ในชาตินี้, ในเวลานั้น, ทันตาเห็น ก็ว่า.

ทันท่วงที
ว. ทันต่อเหตุการณ์พอดิบพอดี.

ทันที
ว. ในขณะนั้นเอง, ทันทีทันใด หรือ ทันใดนั้น ก็ว่า.

ทันน้ำ
ว. ให้ทันคราวนํ้าขึ้น.

ทันน้ำทันฝน
ว. ให้ทันหน้านํ้าหน้าฝน, ให้ทันฤดูกาล.

ทันสมัย
ว. ตามสมัยที่นิยมกัน.

ทันใด
ว. เดี๋ยวนั้น, บัดนั้น.

ทันต-, ทันต์ ๑
[ทันตะ-] (แบบ) น. ฟัน, งาช้าง เช่น เอกทันต์. (ป., ส.).

ทันต-, ทันต์ ๑
[ทันตะ-] (แบบ) น. ฟัน, งาช้าง เช่น เอกทันต์. (ป., ส.).

ทันตชะ
[ทันตะ-] (ไว) น. อักษรในภาษาบาลีและสันสกฤตที่มีเสียงเกิดจากฟันได้แก่ พยัญชนะวรรค ต คือ ต ถ ท ธ น และอักษร’ ล ส รวมทั้ง ฦ ฦๅ ในภาษาสันสกฤต. (ป.; ส. ทนฺตวฺย).

ทันตแพทย์
[ทันตะ-] น. แพทย์ผู้มีหน้าที่ตรวจรักษาโรคทางฟันเหงือก ขากรรไกรและโรคภายในช่องปาก.

ทันต์ ๒
(แบบ) ก. ทรมานแล้ว, ข่มแล้ว, ฝึกหัดแล้ว. (ป.).

ทันติน, ทันตี
(แบบ) น. ช้าง. (ส. ทนฺตินฺ; ป. ทนฺตี).

ทันติน, ทันตี
(แบบ) น. ช้าง. (ส. ทนฺตินฺ; ป. ทนฺตี).

ทันธ-, ทันธ์
[ทันทะ-] (แบบ) ว. ช้า ๆ, เงื่อง, เกียจคร้าน; หนัก; เขลาเช่น ทันธปัญญา คือ ปัญญาเขลา. (ป.).

ทันธ-, ทันธ์
[ทันทะ-] (แบบ) ว. ช้า ๆ, เงื่อง, เกียจคร้าน; หนัก; เขลาเช่น ทันธปัญญา คือ ปัญญาเขลา. (ป.).

ทับ ๑
น. กระท่อมหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทําอยู่ชั่วคราว.

ทับแพ
น. กระท่อมบนแพ.

ทับ ๒
ก. วางข้างบน, ซ้อนข้างบน, อาการที่ของหนัก ๆ โค่นหรือล้มลงพาดบนสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยแรง เช่น ต้นไม้ล้มทับบ้าน, อาการที่สิ่งที่มีล้อเคลื่อนไปด้วยกําลังเร็วแล้วปะทะกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วกดหรือบดลงไปโดยแรง เช่น รถทับคน; ร่วมเพศเพื่อสืบพันธุ์ (ใช้แก่สัตว์บางชนิด เช่น ม้า วัว ควาย); เรียกเครื่องหมายรูปดังนี้ / ที่ขีดเอนหลังจํานวนเลขว่า ทับ.

ทับถม
ก. เพิ่มซับซ้อนกันเข้ามามากมาย; โดยปริยายหมายความว่ากล่าวซํ้าเติมให้เขาเสียหายหนักขึ้น.

ทับทรวง
น. เครื่องประดับชนิดหนึ่งเรียกว่า ตาบ รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนฝังเพชรพลอย ติดอยู่ตรงที่ไขว้สังวาล สะพายแล่งทับหน้าอก,ตาบหน้า หรือ ตาบทับ ก็เรียก.(รูปภาพ ทับทรวง)

ทับที่
ว. เรียกอาการที่นอนตรงที่ของคนตายว่า นอนทับที่.

ทับลัคน์
(โหร) ก. ลักษณะที่ดาวพระเคราะห์มีตําแหน่งอยู่ในเรือนเดียวกันหรือจรมาร่วมลัคนา.

ทับศัพท์
ว. ที่รับเอาคําของภาษาหนึ่งมาใช้ในอีกภาษาหนึ่งโดยวิธีถ่ายเสียงและถอดอักษร เช่น เขียนทับศัพท์ แปลทับศัพท์.

ทับสิทธิ์
ก. ไม่ยอมใช้สิทธิ์ของตน, สละสิทธิ์, นอนหลับทับสิทธิ์ ก็ว่า.

ทับหลัง
น. ลวดลายที่ทําประดับไว้บนหลังตู้; ท่อนหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สลักเป็นลวดลายต่าง ๆ ประดับอยู่เหนือประตูเข้าปราสาทหิน;เรียกตัวไม้ที่อยู่ตอนบนหน้าต่างหรือประตูหลังกรอบเช็ดหน้า ใช้บังคับปลายเดือยบานแผละหน้าต่างหรือประตูว่า ทับหลังหน้าต่างหรือ ทับหลังประตู. (ปาก) ก. อยู่ข้างล่าง (ใช้แก่การพนันเช่นไพ่ตอง).

ทับหลังลัคน์
(โหร) ก. เรียกลักษณะที่พระเคราะห์ที่อยู่ในเรือนวินาศหรือเป็น๑๒ กับลัคนาว่า พระเคราะห์ทับหลังลัคน์.

ทับ ๓
น. ชื่อด้วงปีกแข็งหลายชนิดในวงศ์ Buprestidae ลําตัวยาวโค้งนูน แข็งมาก หัวเล็กซ่อนอยู่ใต้อกปล้องแรกซึ่งโค้งมนเรียวไปทางหัวเชื่อมกับอกปล้องกลางซึ่งกว้างกว่าส่วนอื่น ๆ ท้องมนเรียวไปทางปลายหาง ปีกแข็งหุ้มส่วนท้องจนหมด มีหลายสี ที่พบบ่อยมีสีเขียวเป็นมันเลื่อม เช่น ชนิด Sternocera aequisignata, ‘S. ruficornis.

ทับ ๔
(โบ) น. โทน, ชาวพื้นเมืองปักษ์ใต้ยังคงเรียกโทนชาตรีว่า ทับ เช่นที่ใช้ประโคมในการแสดงหนังตะลุง มโนราห์ และโต๊ะครึม.

ทับเกษตร ๑
[-กะเสด] น. ที่อยู่ริมเขตบ้าน, เขตที่, พระระเบียง.

ทับเกษตร ๒
[-กะเสด] น. ส่วนบนของฐานที่รองรับพระพุทธรูปปางประทับนั่ง.

ทับทาง
น. ชื่องูบกบางชนิด เช่น งูสามเหลี่ยม ซึ่งบางครั้งเรียก งูทับทางเหลือง,งูทับสมิงคลา ซึ่งบางครั้งเรียก งูทับทางขาว.

ทับทางขาว
ดู ทับสมิงคลา.

ทับทิม ๑
น. พลอยสีแดงชนิดหนึ่ง; เรียกสิ่งที่เป็นเกล็ดสีม่วงแก่ เมื่อละลายนํ้าจะออกเป็นสีทับทิม ว่า ด่างทับทิม; เรียกหินที่มีสีคล้ายทับทิมใช้รองแกนในนาฬิกาข้อมือเป็นต้นว่า ทับทิม; เรียกขนมชนิดหนึ่งทําด้วยแป้งมันใส่สีแดงเหมือนเม็ดทับทิมต้มกินกับนํ้าเชื่อมหรือนํ้าหวานว่าทับทิมลอยแก้ว, ถ้าทําด้วยแห้วหรือมันแกวหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ คลุกแป้งแล้วทําด้วยกรรมวิธีเดียวกัน เรียกว่า ทับทิมกรอบ. ว. สีแดงชนิดหนึ่งคล้ายทับทิม เรียกว่า สีทับทิม. (ไทยเดิม ทับทิม ว่า แสงแดง). (ส. ทาฑิม).

ทับทิม ๒
น. ชื่อไม้พุ่มชนิด Punica granatum L. ในวงศ์ Punicaceae เนื้อที่หุ้มเมล็ดสีแดงใสคล้ายพลอยทับทิม กินได้ เปลือกของต้นของผลและของราก ใช้ทํายาได้.

ทับเล็ก
ดู ค่อม ๒.

ทับสมิงคลา
[ทับสะหฺมิงคฺลา] น. ชื่องูพิษชนิด Bungarus candidus ในวงศ์ Elapidaeหัวสีดํา ตัวมีลายเป็นปล้องสีดําสลับขาว เขี้ยวพิษผนึกแน่นกับขากรรไกรบน ขยับหรือพับเขี้ยวไม่ได้ ตัวยาวประมาณ ๑ เมตร,ทับทางขาว ก็เรียก.

ทัป
น. ความโง่, ความเซ่อ; ความโอ้อวด, ความจองหอง, ความเย่อหยิ่ง,ทรรป ก็ใช้ เช่น ขวนทรรป ว่า ใฝ่จองหอง. (ม. คําหลวง สักบรรพ).(ป. ทปฺป; ส. ทรฺป).

ทัปนะ
[ทับปะนะ] (แบบ) น. แว่นส่องหน้า, ทรรปณ์ หรือ ทรรปณะ ก็ใช้.(ป. ทปฺปน; ส. ทรฺปณ).

ทัพ ๑
น. กองทหาร, ลักษณนามว่า กอง หรือ ทัพ.

ทัพ- ๒, ทัพพะ
[ทับพะ-] น. เครื่องใช้ต่าง ๆ, สมบัติ, เงิน, มักใช้ประกอบส่วนหน้าสมาส. (ป.).

ทัพ- ๒, ทัพพะ
[ทับพะ-] น. เครื่องใช้ต่าง ๆ, สมบัติ, เงิน, มักใช้ประกอบส่วนหน้าสมาส. (ป.).

ทัพสัมภาระ
[ทับพะ-] น. สิ่งหรือเครื่องอันเป็นส่วนประกอบที่จะคุมกันเข้าเป็นเรือนเรือ รถ หรือเกวียน เป็นต้น. (ป.).

ทัพพี
น. เครื่องตักข้าวและแกงมีรูปร่างคล้ายช้อน แต่ใหญ่กว่า ทําด้วยทองเหลืองเป็นต้น, ทรพี ก็ว่า. (ป. ทพฺพิ; ส. ทรฺวี).

ทั่ว
ว. ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, ทุกหนทุกแห่ง, เช่น ทั่วตัว ทั่วโลก ทั่วหน้า.

ทั่วถึง
ว. ถึงทุกคน, ครบทั่วทุกคน.

ทั่วไป, ทั่ว ๆ ไป
ว. ธรรมดา ๆ เช่น โดยเหตุผลทั่ว ๆ ไป, ไม่จํากัด เช่น กฎทั่วไป,ส่วนใหญ่, ส่วนมาก, เช่น คนทั่ว ๆ ไป.

ทั่วไป, ทั่ว ๆ ไป
ว. ธรรมดา ๆ เช่น โดยเหตุผลทั่ว ๆ ไป, ไม่จํากัด เช่น กฎทั่วไป,ส่วนใหญ่, ส่วนมาก, เช่น คนทั่ว ๆ ไป.

ทั่วทุกสารทิศ, ทั่วทุกหัวระแหง
ว. ทั่วทุกหนทุกแห่ง.

ทั่วทุกสารทิศ, ทั่วทุกหัวระแหง
ว. ทั่วทุกหนทุกแห่ง.

ทัศ
(แบบ) ว. สิบ เช่น ทัศนัข. (ส.); ครบ, ถ้วน, เช่น บารมี ๓๐ ทัศ.

ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา
[ทัดสะนะ-, ทัด, ทัดสะ-] น. ความเห็น, การเห็น, เครื่องรู้เห็น,สิ่งที่เห็น, การแสดง, ทรรศนะ ก็ใช้. (ป. ทสฺสน; ส. ทรฺศน).

ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา
[ทัดสะนะ-, ทัด, ทัดสะ-] น. ความเห็น, การเห็น, เครื่องรู้เห็น,สิ่งที่เห็น, การแสดง, ทรรศนะ ก็ใช้. (ป. ทสฺสน; ส. ทรฺศน).

ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา
[ทัดสะนะ-, ทัด, ทัดสะ-] น. ความเห็น, การเห็น, เครื่องรู้เห็น,สิ่งที่เห็น, การแสดง, ทรรศนะ ก็ใช้. (ป. ทสฺสน; ส. ทรฺศน).

ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา
[ทัดสะนะ-, ทัด, ทัดสะ-] น. ความเห็น, การเห็น, เครื่องรู้เห็น,สิ่งที่เห็น, การแสดง, ทรรศนะ ก็ใช้. (ป. ทสฺสน; ส. ทรฺศน).

ทัศนคติ
น. แนวความคิดเห็น.

ทัศนวิสัย
(ภูมิ) น. ระยะทางไกลที่สุดซึ่งสามารถมองเห็นวัตถุด้วยตาเปล่าและบอกได้ว่าวัตถุนั้นเป็นอะไร.

ทัศนศาสตร์
น. วิชาฟิสิกส์แขนงหนึ่งว่าด้วยเรื่องราวของแสง. (อ. optics).

ทัศนศิลป์
น. ศิลปกรรมประเภทหนึ่งซึ่งแสดงออกด้วยลักษณะที่เป็นรูปภาพหรือรูปทรง รับรู้ได้ด้วยการเห็นและสัมผัสได้ด้วยการจับต้อง เช่นภาพจิตรกรรม ภาพพิมพ์ งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม.

ทัศนศึกษา
ก. ท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาความรู้. น. การเรียนรู้ด้วยการดูการเห็น,การศึกษานอกสถานที่.

ทัศนาการ
น. อาการดู.

ทัศนาจร
ก. ท่องเที่ยว. น. การท่องเที่ยว, การไปเที่ยวชมภูมิประเทศหรือโบราณสถานเป็นต้น.

ทัศนูปกรณ์
น. อุปกรณ์ช่วยการเห็น เช่น กล้องโทรทรรศน์กล้องจุลทรรศน์.

ทัศนาการ
ดู ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา.

ทัศนาจร
ดู ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา.

ทัศนีย-, ทัศนีย์
[ทัดสะนียะ-, ทัดสะนี] ว. น่าดู, งาม, ทรรศนีย์ ก็ใช้. (ป. ทสฺสนีย;ส. ทรฺศนีย).

ทัศนีย-, ทัศนีย์
[ทัดสะนียะ-, ทัดสะนี] ว. น่าดู, งาม, ทรรศนีย์ ก็ใช้. (ป. ทสฺสนีย;ส. ทรฺศนีย).

ทัศนียภาพ
น. ภาพที่น่าดู, มักใช้หมายถึงภูมิประเทศที่สวยงาม.

ทัศนูปกรณ์
ดู ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา.

ทัศไนย
[ทัดสะไน] ว. น่าดู, งาม. (แผลงมาจาก ทัศนีย์).

ทัสนานุตริยะ
[ทัดสะนานุดตะริยะ] น. สิ่งที่เห็นอันประเสริฐ, การเห็นอันประเสริฐเช่นการเห็นธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นต้น. (ป. ทสฺสนานุตฺตริย).

ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี
[ทันหะ, ทันหิ, ทันฮี] ว. มั่นคง, แข็งแรง, แน่นหนา, จัด. (ป.; ส. ทฺฤฒ,ทฺฤฒี).

ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี
[ทันหะ, ทันหิ, ทันฮี] ว. มั่นคง, แข็งแรง, แน่นหนา, จัด. (ป.; ส. ทฺฤฒ,ทฺฤฒี).

ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี
[ทันหะ, ทันหิ, ทันฮี] ว. มั่นคง, แข็งแรง, แน่นหนา, จัด. (ป.; ส. ทฺฤฒ,ทฺฤฒี).

ทัฬหิกรณ์
[ทันหิกอน] น. เครื่องทําให้มั่น ได้แก่ข้อความที่ชักมาอ้างเพื่อให้คําพูดของตนมั่นคง. (ป. ทฬฺหีกรณ).

ทัฬหีกรรม
[ทันฮีกํา] น. การกระทําให้มั่นคงขึ้น ได้แก่การที่ทําซํ้าลงไปเพื่อให้มั่นคงนกรณีที่การกระทําครั้งแรกไม่สมบูรณ์ มักใช้ในพิธีสงฆ์ เช่นทําทัฬหีกรรม สวดทัฬหีกรรม. (ป. ทฬฺหีกมฺม; ส. ทฺฤฒี + กรฺมนฺ).

ทัฬหิกรณ์
ดู ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี.

ทัฬหีกรรม
ดู ทัฬหะ, ทัฬหิ, ทัฬหี.

ทา
ก. คํารวมหมายถึงกิริยาอาการที่เอาของเปียกหรือของเหลวเป็นต้นฉาบ ลูบ ไล้ ป้าย หรือบ้าย เช่น ทาสี ทาแป้ง ทาปาก ทายา, ถ้าทาเกลือกหรือเคลือบแต่ผิว ๆ ก็เรียกว่า ฉาบ, ถ้าทาโดยใช้ฝ่ามือทาบลงแล้วเลื่อนไปมาก็เรียกว่า ลูบ, ถ้าทาโดยละเลงทั่ว ๆ ไป ก็เรียกว่าไล้, ถ้าทาให้ติดเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง ก็เรียกว่า ป้าย หรือ บ้าย.

ท่า ๑
น. ฝั่งนํ้าสําหรับขึ้นลงหรือจอดเรือ, ท่านํ้า ก็เรียก, ที่สําหรับขึ้นลงริมนํ้า เช่น ท่าข้าม; โดยปริยายหมายถึงที่จอดยานพาหนะบางชนิดเช่น ท่าเกวียน ท่าอากาศยาน; เรียกนํ้าในแม่นํ้าลําคลองว่า นํ้าท่า,คู่กับ นํ้าฝน.

ท่าเรือ
น. ที่จอดเรือ; (กฎ) สถานที่สําหรับให้บริการแก่เรือในการจอดเทียบบรรทุก หรือขนถ่ายของ.

ท่าอากาศยาน
น. ที่สําหรับเครื่องบินขึ้นลง ประกอบด้วยลานจอดเครื่องบินลู่เครื่องบินขึ้นลง โรงเก็บอุปกรณ์การบิน หอบังคับการบินที่ทําการของเจ้าหน้าที่ และที่พักผู้โดยสารเข้าออกเป็นต้น,(ปาก) สนามบิน.

ท่า ๒
น. ลักษณะท่วงทีของร่างกายที่อยู่นิ่ง ๆ ในบางอิริยาบถ เช่น ท่ายืนท่านั่ง ท่านอน; การแสดงกิริยายกมือยกเท้าเป็นต้นตามกําหนดเป็นวิธีไว้ เช่น ท่ามวย ท่ารํา; ชั้นเชิง, ท่วงที, วิธี, เช่น พลาดท่า ได้ท่าเสียท่า.

ท่าดีทีเหลว
(สํา) ว. มีท่าทางดี แต่ทําอะไรไม่ได้เรื่อง.

ท่าเดียว
(ปาก) ว. อย่างเดียว, ประการเดียว, ถ่ายเดียว, เช่น จะกินท่าเดียว.

ท่าทาง
ว. กิริยาอาการที่ปรากฏให้เห็น เช่น ท่าทางดี ท่าทางไม่ดี, บางทีใช้ว่าท่า ก็มี.

ท่าที
น. ความเป็นไปของสถานการณ์หรือบุคคลเป็นต้น, ทีท่า ก็ว่า.

ท่านั้นท่านี้
(สํา) ว. อย่างนั้นอย่างนี้, โยกโย้, เช่น พูดท่านั้นท่านี้.

ท่า ๓
ก. รอคอย เช่น เหตุไฉนรีบมาไม่ท่ากัน. (อิเหนา), มักใช้เข้าคู่กับคอย หรือ รอ เป็น คอยท่า รอท่า.

ท้า
ก. ชวนขันสู้ เช่น ท้าพนัน ท้ารบ.

ท้าทาย
ก. ชวนวิวาท เช่น เพราะเขาว่าท้าทายว่าจะทําอันตรายแก่ท่านไท้บรมนาถราชบิดา. (ม. ร่ายยาว วนปเวสน์); ชวนให้ทดลองความรู้ความสามารถ เช่น ท้าทายปัญญา ท้าทายความสามารถ.

ทาก ๑
น. ชื่อสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังพวกปลิง ในชั้น Hirudinea ลำตัวขนาดต่าง ๆ กัน ลักษณะเป็นปล้อง ยืดหดได้มาก อยู่ตามป่ามีสารฮิรูดิน (hirudin) เมื่อดูดกินเลือดสัตว์เลือดอุ่นทำให้เลือดไม่แข็งตัว มีหลายชนิด เช่น ชนิด Haemadipsa interrupta ในวงศ์Hirudidae.

ทาก ๒
น. ชื่อหอยกาบเดี่ยวหลายชนิด หลายวงศ์ ในชั้น Gastropoda เช่นชนิด Achatina fulica วงศ์ Achatinidae มีเปลือกหุ้มตัว, ชนิดLimax flavus วงศ์ Limacidae ตัวแบนยาว มีเปลือกเล็กแบนมากไม่หุ้มตัว ทั้ง ๒ ชนิดอยู่บนบก.

ทาง ๑
น. ที่สำหรับเดินไปมา, แนวหรือพื้นที่สําหรับใช้สัญจร, เช่น ทางบกทางนํ้า ทางอากาศ ทางเดินรถ ทางเท้า ทางข้าม ทางร่วม ทางแยกทางลาด ทางโค้ง; ช่อง เช่น ทางประตู ทางหน้าต่าง; โอกาส เช่น ไม่มีทางจะสําเร็จ; แนว เช่น เดินทางใน; วิธีการ เช่น ส่งเงินทางธนาณัติ;แถว, แถบ, ถิ่น, เช่น เป็นคนทางไหน; ฝ่าย, ข้าง, ส่วน, (ในลักษณะที่แยกแนวกัน) เช่น ทางผู้หญิงเขาจะว่าอย่างไร ทางเหนือ ทางโลก;แนวทางหรือแบบอย่างทางดนตรีเฉพาะของอาจารย์แต่ละคน.

ทางการ
น. ระเบียบปฏิบัติที่วางไว้เป็นแนวทาง, ฝ่ายที่เป็นกิจการ. ว. ที่เป็นงานเป็นการ.

ทางเก็บ
น. การบรรเลงที่เพิ่มเติมเสียงสอดแทรกให้มีพยางค์ถี่ขึ้นกว่าทำนองเนื้อเพลงธรรมดา, ลูกเก็บ ก็ว่า.

ทางข้าม
น. ทางม้าลาย; (กฎ) พื้นที่ที่ทําไว้สําหรับให้คนเดินเท้าข้ามโดยทําเครื่องหมายเป็นเส้นหรือแนวหรือตอกหมุดไว้บนทาง และหมายความรวมถึงพื้นที่ที่ทําให้คนเดินเท้าข้าม ไม่ว่าในระดับใต้พื้นดินหรือเหนือพื้นดิน.

ทางช้างเผือก
น. แสงกลุ่มดาวซึ่งแผ่เห็นสว่างเป็นพืดในท้องฟ้า.

ทางด่วน
น. ทางหรือถนนซึ่งสร้างขึ้นเพื่อให้เดินทางได้รวดเร็วและปลอดภัยมีการควบคุมและกําหนดจุดให้ยานพาหนะเข้าออกเฉพาะที่ และไม่มีทางอื่นตัดผ่านในระดับเดียวกัน.

ทางเท้า
น. ทางข้างถนนที่มักยกสูงขึ้นสำหรับให้คนเดิน, บาทวิถี ก็ว่า.

ทางโท
น. ทางที่รถต้องยอมให้รถทางเอกผ่านไปได้ก่อน.

ทางใน
น. การหยั่งรู้ด้วยพลังจิต, โดยปริยายหมายถึงการนึกเดาเอาเอง.

ทางผ่าน
น. บุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือดุจสะพานเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ.

ทางพิเศษ
(กฎ) น. ทางหรือถนนซึ่งจัดสร้างขึ้นไม่ว่าในระดับพื้นดิน ใต้พื้นดินเหนือพ้นพื้นดินหรือพื้นนํ้า เพื่ออํานวยความสะดวกในการจราจรเป็นพิเศษ.

ทางม้าลาย
น. พื้นที่ที่ทำไว้สำหรับให้คนเดินเท้าข้ามถนน โดยทาสีขาวดำเป็นแถบสลับกัน.

ทางสาธารณะ
(กฎ) น. ทางบกหรือทางนํ้าสําหรับประชาชนใช้ในการจราจรและหมายความรวมถึงทางรถไฟและทางรถรางที่มีรถเดินสําหรับประชาชนโดยสารด้วย.

ทางสามแพร่ง
น. ทางที่แยกเป็น ๓ สาย เกิดจากทางสายหนึ่งมาบรรจบเป็นมุมฉากกับทางอีกสายหนึ่ง, โบราณถือว่าเป็นทางผีผ่าน ไม่เป็นมงคล เช่น ไปทำพิธีเซ่นวักเสียกบาลที่ทางสามแพร่ง.

ทางสายกลาง
น. มรรคมีองค์ ๘ อันเป็นทางที่จะนำไปสู่ความดับทุกข์ ประกอบด้วย ๑. สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ๓. สัมมาวาจา การเจรจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ การงานชอบ ๕. สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีวิตชอบ ๖. สัมมาวายามะความพยายามชอบ ๗. สัมมาสติ ความระลึกชอบ ๘. สัมมาสมาธิความตั้งใจชอบ รวมเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า ทางสายกลาง;การปฏิบัติที่ไม่ตึงนักไม่หย่อนนัก, การปฏิบัติที่ไม่ตึงไปทางใดทางหนึ่ง.

ทางหลวง
(กฎ) น. ทางหรือถนนซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะทางบก ไม่ว่าในระดับพื้นดิน ใต้หรือเหนือพื้นดินหรือใต้หรือเหนืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น นอกจากทางรถไฟ และหมายความรวมถึงที่ดิน พืช พันธุ์ไม้ทุกชนิด สะพาน ท่อหรือรางระบายน้ำ อุโมงค์ร่องน้ำ กำแพงกันดิน เขื่อน รั้ว หลักสำรวจ หลักเขต หลักระยะป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร เครื่องหมายสัญญาณ เครื่องสัญญาณไฟฟ้า เครื่องแสดงสัญญาณ ที่จอดรถที่พักคนโดยสารเรือสำหรับขนส่งข้ามฟาก ท่าเรือสำหรับขึ้นหรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงและเพื่อประโยชน์แก่งานทางนั้นด้วย.

ทางออก
(สํา) น. ทางรอด, วิธีแก้ปัญหา.

ทางเอก
น. ทางที่รถแล่นผ่านไปได้ก่อนรถทางโท.

ทาง ๒
น. เรียกใบของต้นไม้บางชนิด เช่น หมาก มะพร้าว กล้วย,ลักษณนามเรียกใบหมาก ใบมะพร้าว ใบกล้วย เป็นต้น ว่าทาง เช่น ใบกล้วยทางหนึ่ง ใบมะพร้าว ๒ ทาง.

ท้าง
(กลอน) ว. ทั่ว, ตลอด, โบราณใช้อย่างเดียวกับ ทั้ง.

ทางมะพร้าว
น. ชื่องูชนิด Elaphe radiata ในวงศ์ Colubridae ท่อนหัวมีลายยาวตามลําตัวสีดําขาว ท่อนหางสีนํ้าตาลแดง ไม่มีพิษ, ก้านมะพร้าวก็เรียก.

ทาฐะ, ทาฒะ
(แบบ) น. เขี้ยว, งาช้าง. (ป. ทา?า; ส. ทาฒา).

ทาฐะ, ทาฒะ
(แบบ) น. เขี้ยว, งาช้าง. (ป. ทา?า; ส. ทาฒา).

ทาฐิกะ, ทาฒิกะ
(ราชา) น. หนวด (ที่คาง), เครา. (ป. ทา??ก; ส. ทาฒิก).

ทาฐิกะ, ทาฒิกะ
(ราชา) น. หนวด (ที่คาง), เครา. (ป. ทา??ก; ส. ทาฒิก).

ทาน ๑, ทาน-
[ทานะ-, ทานนะ-] น. การให้, มักใช้ประกอบท้ายคำอื่น เช่น ธรรมทานวิทยาทาน; สิ่งที่ให้ มักหมายถึงเงินหรือสิ่งของที่คนให้แก่คนยากจน,เป็นธรรมข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม. (ดู ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม).(ป., ส.).

ทาน ๑, ทาน-
[ทานะ-, ทานนะ-] น. การให้, มักใช้ประกอบท้ายคำอื่น เช่น ธรรมทานวิทยาทาน; สิ่งที่ให้ มักหมายถึงเงินหรือสิ่งของที่คนให้แก่คนยากจน,เป็นธรรมข้อ ๑ ในทศพิธราชธรรม. (ดู ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม).(ป., ส.).

ทานกัณฑ์
[ทานนะ-] น. ชื่อกัณฑ์ที่ ๓ ในมหาชาติ.

ทานบดี
[ทานนะบอดี] น. เจ้าของทาน. (ป., ส. ทานปติ).

ทานบารมี
[ทานนะ-] น. จรรยาอย่างเลิศ คือ ทาน. (ป. ทานปารมี; ส. ทานปารมิตา).

ทานมัย
[ทานนะไม] ว. สําเร็จด้วยทาน, แล้วไปด้วยทาน. (ป., ส.).

ทานศีล
[ทานะสีน] ว. มีการให้เป็นปรกติ. (ส.; ป. ทานสีล).

ทานาธิบดี
น. เจ้าของทาน. (ป., ส. ทาน + อธิปติ).

ทาน ๒
ก. ยันหรือรับไว้, มักใช้เข้าคู่กับคํา ต้าน เป็น ต้านทาน.

ทาน ๓
ก. สอบหนังสือให้ตรงกับต้นฉบับ.

ท่าน
ส. คําใช้แทนผู้ที่เราพูดด้วย เป็นคํากลาง ๆ หรือแสดงความเคารพเป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒, ใช้แทนผู้ที่เราพูดถึงด้วยความเคารพ เช่นท่านไม่อยู่ คุณพ่อท่านหลับแล้ว หรือโดยไม่เจาะจง เช่น อย่าลักทรัพย์ท่าน เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๓. น. คําที่ใช้ประกอบหน้าชื่อบรรดาศักดิ์หรือตําแหน่งแสดงความยกย่อง เช่น ท่านขุน ท่านอาจารย์ท่านเจ้าอาวาส.

ท่านชาย
น. คําที่ใช้เรียกราชนิกุลฝ่ายชายชั้นหม่อมเจ้า.

ท่านผู้หญิง
น. เดิมใช้เป็นคำนำหน้าชื่อสตรีที่เป็นภรรยาเอกของเจ้าพระยาและเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องยศท่านผู้หญิง, ปัจจุบันใช้เป็นคำนำหน้าชื่อสตรีที่สมรสแล้วและได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายในชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษขึ้นไป, ถ้ายังไม่ได้สมรสเรียกว่า คุณ.

ท่านหญิง
น. คําที่ใช้เรียกราชนิกุลฝ่ายหญิงชั้นหม่อมเจ้า.

ทานต์
(แบบ) ว. เชื่อง, ใจเย็น, ใจดี. (ส.).

ทานตะวัน
น. ชื่อไม้ล้มลุกชนิด Helianthus annuus L. ในวงศ์ Compositaeช่อดอกกลมใหญ่สีเหลือง กลีบดอกเรียงซ้อนกันเป็นระเบียบเมล็ดให้นํ้ามัน กินได้.

ทานบน
(โบ) น. ถ้อยคำหรือหนังสือสัญญาว่าจะไม่ประพฤติละเมิดตามเงื่อนไขที่ได้ให้ไว้, ทัณฑ์บน ก็ว่า.

ทานพ
[-นบ] น. อสูรจําพวกหนึ่งในนิยาย. (ป., ส.).

ทานาธิบดี
ดู ทาน ๑, ทาน-.

ทาบ
ก. วางวัตถุสิ่งหนึ่งแนบกับอีกสิ่งหนึ่ง เช่น ทาบผ้าทาบตัว, (ปาก)เปรียบ, เทียบ, เช่น เรามีความรู้น้อยจะไปทาบท่านผู้รู้ได้อย่างไร;ตบ, ตี, เช่น นกทาบปีก, ถาบ ก็ใช้.

ทาบกิ่ง
น. วิธีขยายพันธุ์ต้นไม้แบบหนึ่ง โดยใช้ต้นตอที่เพาะไว้ ตัดให้สูงจากโคนต้นเล็กน้อยในลักษณะแฉลบ แล้วนำไปทาบที่กิ่งของอีกต้นหนึ่งซึ่งปาดให้แฉลบเช่นเดียวกับต้นตอที่จะทาบใช้แถบพลาสติกพันบริเวณที่ทาบให้แน่น. ก. ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเช่นนั้น.

ทาบทาม
ว. หยั่งใจเขาดู, ลองหยั่งเสียงดู. ก. ติดต่อสอบถามเพื่อฟังความเห็นก่อนที่จะตกลงกัน.

ทาม ๑
น. สายที่ผูกปลายตะโกกหรือแอกด้านหนึ่งอ้อมใต้คอวัวหรือควายไปยังอีกด้านหนึ่ง, เชือกหนังทําเป็นปลอกสวมใส่คอช้างที่จับใหม่,สายเชือกหรือหนังที่รั้งโกกหรือพวงมาลัยสวมคอม้าไปผูกกับรถหรือไถ. (เทียบ ป. ทาม ว่า เชือก).

ทาม ๒
ก. ดาม; ลองดู, เลียบเคียง.

ทาม ๓
น. ที่ริมฝั่งลํานํ้า มีนํ้าท่วมเป็นครั้งคราว.

ท่ามกลาง
น. ที่ซึ่งอยู่ระหว่างกลางสิ่งแวดล้อม เช่น อยู่ในท่ามกลางประชาชน. ว. ระหว่างกลางสิ่งแวดล้อม เช่น อยู่ท่ามกลางอันตราย. (ไทยเดิมท่าม ว่า ที่ เช่น ท่ามเหนือ ท่ามใต้).

ทาย ๑
ก. บอกเหตุการณ์หรือความเป็นไปที่จะเกิดในเบื้องหน้า, ทํานาย ก็ว่า.

ทาย ๒
(กลอน) ก. ยก; ถือ เช่น ทายธนู ว่า ถือธนู.

ทาย ๓
น. ป่า. (ป.; ส. ทาว).

ท้าย
น. ส่วนที่อยู่สุดด้านหนึ่ง, ตรงข้ามกับ ด้านหัว เช่น ท้ายเรือ,ตรงข้ามกับ ด้านหน้า เช่น ท้ายวัง, ตรงข้ามกับ ต้น เช่น ท้ายฤดู.

ท้ายเขื่อน
น. ท้ายนํ้า.

ท้ายครัว
(ปาก) ว. ทางภรรยา เช่น เข้าท้ายครัว หมายความว่าเข้าทางภรรยา.

ท้ายโต่ง
น. ท้ายที่สูงโด่งขึ้นไป (ใช้แก่เรือ).

ท้ายทอย
น. ส่วนสุดของกะโหลกศีรษะด้านหลัง, กําด้น.

ท้ายน้ำ
น. บริเวณที่ระบายนํ้าออกทางด้านล่างของตัวเขื่อน, ท้ายเขื่อนก็เรียก.

ท้ายฝน
น. ปลายฤดูฝน.

ท้ายสังข์
น. ท้ายสุดของปืนใหญ่แบบไทย มีลักษณะงอนคล้ายก้นของหอยสังข์.

ทายก
[-ยก] น. ผู้ถวายจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร, ถ้าเป็นเพศหญิงเรียกว่าทายิกา. (ป., ส.).

ทายัช
(แบบ) น. ทรัพย์มรดก. (ป. ทายชฺช; ส. ทายาทฺย).

ทายา
ว. ดี, สําคัญ, ที่ต้องการ, เช่น กูจะให้ขนมของทายา กินอร่อยหนักหนาประสาจน. (สังข์ทอง), ทยา ก็ใช้.

ทายาด
ว. ยวดยิ่ง, ยิ่งยวด, เช่น ทนทายาด, พระญาณสมเด็จทรงทายาด. (ยวนพ่าย).

ทายาท
น. ผู้สืบสันดาน, ผู้สืบสกุล, โดยปริยายหมายถึงผู้รับหรือผู้อยู่ในฐานะที่จะรับตําแหน่งหน้าที่ต่อจากบุคคลอื่น เช่น ทายาททางการเมือง; (กฎ) บุคคลรวมทั้งทารกในครรภ์มารดาซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย ถ้าสิทธินั้นเกิดขึ้นตามกฎหมาย เรียกว่าทายาทโดยธรรม ถ้าสิทธินั้นเกิดขึ้นตามพินัยกรรม เรียกว่าผู้รับพินัยกรรม. (ป., ส.).

ทายาทโดยธรรม
(กฎ) น. ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมายในมรดกของผู้ตาย ได้แก่คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้สืบสันดาน บิดามารดาพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน ปู่ ย่าตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ตามลําดับที่กฎหมายกําหนดไว้.

ทายิกา
ดู ทายก.

ทาร-
[ทาระ-] (แบบ) น. เมีย เช่น ทารทาน คือ การให้เมียเป็นทาน.(ป., ส.).

ทารก
น. เด็กที่ยังไม่เดียงสา, เด็กเล็ก ๆ, เด็กแบเบาะ. (ป., ส.).

ทารพี
[ทาระ-] (กลอน) น. ทัพพี, ทรพี, เช่น จัดแจงข้าวปลาทารพี.(ขุนช้างขุนแผน).

ทาริกา
น. เด็กหญิง. (ป., ส.).

ทารุ
(แบบ) น. ท่อนไม้, ฟืน, ชิ้นไม้. (ป., ส.).

ทารุณ, ทารุณ-
[ทารุนนะ-] ว. ดุร้าย, โหดร้าย, ร้ายกาจ. (ป., ส.).

ทารุณ, ทารุณ-
[ทารุนนะ-] ว. ดุร้าย, โหดร้าย, ร้ายกาจ. (ป., ส.).

ทารุณกรรม
[ทารุนนะกํา] น. การกระทําอย่างโหดร้าย. (ส.).

ทาว
ก. อ้อนวอน, วิงวอน, ขอร้อง, เช่น ต้องทาวกันแล้วทาวกันเล่า.

ท่าว, ทะท่าว
(กลอน) ก. ล้ม, ทบ, ซํ้า, ยอบลง; เดิน; ทอดทิ้ง เช่น ท่าวจักทอดธุระกะว่าฝันเป็นแน่. (นิทราชาคริต).

ท่าว, ทะท่าว
(กลอน) ก. ล้ม, ทบ, ซํ้า, ยอบลง; เดิน; ทอดทิ้ง เช่น ท่าวจักทอดธุระกะว่าฝันเป็นแน่. (นิทราชาคริต).

ท่าวกำลัง
(กลอน) ก. เดินพล.

ท่าวทบระนับ
(กลอน) ก. ล้มหกคะเมนทับกัน.

ท้าว ๑
น. ผู้เป็นใหญ่, พระเจ้าแผ่นดิน, (โดยมากใช้ในบทกลอน); ตําแหน่งบรรดาศักดิ์ข้าราชการฝ่ายใน; (ถิ่น-อีสาน) คําประกอบชื่อผู้ชายที่เป็นเชื้อสายเจ้าหรือขุนนาง.

ท้าวนาง
น. ข้าราชการฝ่ายใน.

ท้าวพญา, ท้าวพระยา
(กลอน) น. กษัตริย์.

ท้าวพญา, ท้าวพระยา
(กลอน) น. กษัตริย์.

ท้าว ๒
(กลอน) ว. อาการสั่นรัว ๆ เช่น ความกลัวตัวสั่นอยู่ท้าวท้าว.(สังข์ทอง).

ทาษ
(โบ) น. ทาส.

ทาส, ทาส-
[ทาด, ทาดสะ-] น. ผู้ที่อุทิศตนแก่สิ่งที่เลื่อมใสศรัทธา เช่น เป็นทาสความรู้, ผู้ที่ยอมตนให้ตกอยู่ในอํานาจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เป็นทาสการพนัน เป็นทาสยาเสพติด เป็นทาสความรัก เป็นทาสเงิน; บ่าวทั่วไป, ผู้ที่ขายตัวลงเป็นคนรับใช้หรือที่นายเงินไถ่ค่าตัวมา เรียกว่าทาสนํ้าเงิน, ผู้ที่เป็นลูกของทาสนํ้าเงิน เรียกว่า ทาสเรือนเบี้ย หรือทาสในเรือนเบี้ย, ทาสที่เอาเงินไปซื้อมา เรียกว่าทาสสินไถ่, ผู้ที่เป็นคนเชลย เรียกว่า ทาสเชลย, ถ้าใช้คู่กันว่า ทาสทาสี ก็หมายความว่า ทาส เป็นบ่าวผู้ชาย และ ทาสี เป็นบ่าวผู้หญิง. (ป., ส.).

ทาส, ทาส-
[ทาด, ทาดสะ-] น. ผู้ที่อุทิศตนแก่สิ่งที่เลื่อมใสศรัทธา เช่น เป็นทาสความรู้, ผู้ที่ยอมตนให้ตกอยู่ในอํานาจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เป็นทาสการพนัน เป็นทาสยาเสพติด เป็นทาสความรัก เป็นทาสเงิน; บ่าวทั่วไป, ผู้ที่ขายตัวลงเป็นคนรับใช้หรือที่นายเงินไถ่ค่าตัวมา เรียกว่าทาสนํ้าเงิน, ผู้ที่เป็นลูกของทาสนํ้าเงิน เรียกว่า ทาสเรือนเบี้ย หรือทาสในเรือนเบี้ย, ทาสที่เอาเงินไปซื้อมา เรียกว่าทาสสินไถ่, ผู้ที่เป็นคนเชลย เรียกว่า ทาสเชลย, ถ้าใช้คู่กันว่า ทาสทาสี ก็หมายความว่า ทาส เป็นบ่าวผู้ชาย และ ทาสี เป็นบ่าวผู้หญิง. (ป., ส.).

ทาสทาน
[ทาดสะ-] น. ทานอย่างเลว คือ อาการที่โยนให้หรือให้โดยไม่เต็มใจ.(ป., ส.).

ทาสน้ำเงิน
ดู น้ำเงิน ๑.

ทาสปัญญา
[ทาดสะ-] น. ความคิดตํ่า. ว. โง่เขลาเบาปัญญา, มีสติปัญญาน้อย,เช่น คนทาสปัญญา. (ป.).

ทาสี
น. ทาสผู้หญิง. (ป., ส.).

ทำ
ก. กระทํา, ประกอบขึ้น, ผลิตขึ้น, สร้างขึ้น, ก่อขึ้น, เช่น ทําเก้าอี้ทําโต๊ะ ทํารองเท้า ทํารัง; ประกอบการงาน เช่น ทํานา ทําสวนทําโป๊ะ; ดําเนินการ, ปฏิบัติงาน, เช่น ทําหน้าที่ประธาน ทําตามคําสั่ง ทําตามกฎหมาย; แต่งให้งาม เช่น ทําผม ทํานัยน์ตา ทําจมูก; คิดและปฏิบัติไปตามกฎเกณฑ์ที่กําหนดไว้ เช่น ทําเลขทําการฝีมือ, ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับการนั้น ๆ เช่น ทําวัตรทําศพ; แสดงเช่น ทําบท ทําเพลง ทําเบ่ง; (ปาก) ศึกษาในระดับปริญญา เช่น ทําปริญญา ทําดอกเตอร์.

ทำกรรม
ก. ทําสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นโทษ, ทํากรรมทําเวรก็ว่า.

ทำการบ้าน
ก. ทํางานหรือทําแบบฝึกหัดตามที่ครูอาจารย์สั่งให้ทํานอกเวลาเรียน.

ทำขวัญ
ก. ทําพิธีเชิญขวัญหรือเรียกขวัญมาอยู่กับตัว เช่น ทําขวัญนาคทําขวัญเรือน; ให้เงินหรือสิ่งของเพื่อปลอบใจหรือเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้อื่น, เสียเงินค่าปรับให้แก่ผู้ถูกทําร้ายหรือถูกหมิ่นประมาท.

ทำครัว
ก. หุงหาอาหาร.

ทำคลอด
ก. ช่วยให้ทารกคลอดจากครรภ์มารดา.

ทำความ
ก. ก่อเหตุขึ้น, ก่อเรื่องขึ้น.

ทำคุณ
ก. ประกอบพิธีเพื่อทําร้ายฝ่ายตรงข้ามโดยใช้เวทมนตร์คาถาเสกสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เข้าไปอยู่ในตัวของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นต้น, ทําคุณทําไสย ก็ว่า.

ทำคุณบูชาโทษ
(สํา) ก. ทําคุณแต่กลับเป็นโทษ, ทําดีแต่กลับเป็นร้าย, มักใช้พูดเข้าคู่กับ โปรดสัตว์ได้บาป.

ทำเจ็บ
(ปาก) ก. ทําให้เดือดร้อนลําเค็ญ, ทำเสียเจ็บ หรือ ทำเอาเจ็บ ก็ว่า.

ทำใจ
ก. ควบคุมใจ.

ทำซ้ำ
(กฎ) ก. คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพจากต้นฉบับ หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใดไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน.

ทำได้, ทำได้ลงคอ
ก. ทําอย่างไม่เกรงใจ.

ทำได้, ทำได้ลงคอ
ก. ทําอย่างไม่เกรงใจ.

ทำตัว
ก. วางตัว, ประพฤติ, เช่น ทําตัวดี ทําตัวไม่ดี.

ทำตา
ก. แสดงความรู้สึกด้วยสายตา เช่น ทําตาเล็กตาน้อย ทําตาขุ่นตาเขียว.

ทำท่า
ก. แสดงกิริยาหรืออาการอย่างใดอย่างหนึ่ง.

ทำที
ก. แสดงกิริยาหรืออาการให้ผู้อื่นสําคัญผิด.

ทำแท้ง
ก. รีดลูก, มีเจตนาทําให้ทารกออกจากครรภ์มารดาก่อนกําหนดและตาย.

ทำโทษ
ก. ลงโทษ.

ทำนาบนหลังคน
(สํา) ก. หาผลประโยชน์ใส่ตนโดยขูดรีดผู้อื่น.

ทำนาออมกล้า ทำปลาออมเกลือ
(สํา) ก. ทําการสิ่งใดถ้ากลัวหมดเปลืองย่อมไม่ได้ผลสมบูรณ์.

ทำนาออมกล้า ทำปลาออมเกลือ
(สํา) ก. ทําการสิ่งใดถ้ากลัวหมดเปลืองย่อมไม่ได้ผลสมบูรณ์.

ทำบาป
ก. ประกอบกรรมชั่ว มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นต้น, ทําบาปทํากรรมก็ว่า.

ทำบุญ
ก. ประกอบกรรมดี มีการเลี้ยงพระ ตักบาตร ถวายจตุปัจจัยแก่พระสงฆ์เป็นต้น, ทําบุญทํากุศล ก็ว่า.

ทำบุญเอาหน้า
(สํา) ก. ทําบุญเพื่ออวดผู้อื่น ไม่ใช่ทําด้วยใจบริสุทธิ์, มักพูดเข้าคู่กับภาวนากันตาย.

ทำปลา
ก. ทําปลาให้สะอาดด้วยการขอดเกล็ด ผ่าท้องเอาไส้พุงออกเป็นต้นให้เหมาะแก่การปรุงอาหาร.

ทำปากทำคอ
ก. จีบปากจีบคอเวลาพูด.

ทำเป็น
ก. แสร้งแสดง เช่น ทําเป็นหลับ; วางท่า เช่น ทําเป็นคุณนาย,ใช้ว่า ทําเป็นว่า ก็มี.

ทำไปทำมา
ก. ในที่สุด, ผลสุดท้าย, เช่น ทําไปทํามากลับได้กําไรทําไปทํามาจวนติดตะราง.

ทำพิษ
(ปาก) ก. ให้ผลร้าย.

ทำไพ่
ก. ละเลงไพ่ทั้งกองให้คละกันแล้วรวบเข้าเป็นกองใหม่หลังจากกินแต่ละตาแล้ว การทําไพ่อาจทําให้เป็นประโยชน์แก่มือใดมือหนึ่งก็ได้.

ทำฟัน
ก. ทําให้ฟันอยู่ในสภาพปรกติหรือใช้การได้ด้วยการอุด ถอนหรือใส่ฟันใหม่ เป็นต้น.

ทำไฟ
ก. เดินสายไฟ; ทําให้เกิดกระแสไฟ เช่น เครื่องทําไฟ.

ทำร้าย
ก. ทําให้บาดเจ็บหรือเสียหาย.

ทำร้ายร่างกาย
(กฎ) น. ชื่อความผิดอาญาฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น เรียกว่าความผิดฐานทำร้ายร่างกาย.

ทำฤทธิ์
ก. ทําพยศหรืออาละวาดเพื่อให้ได้รับการเอาอกเอาใจ (มักใช้แก่เด็ก),ทําฤทธิ์ทําเดช ก็ว่า.

ทำลิง
ก. ทําอาการซุกซนอย่างลิงอย่างค่าง, ทําลิงทําค่าง ก็ว่า.

ทำวัตร
ก. กระทํากิจที่พึงกระทําตามหน้าที่หรือธรรมเนียมเช่นไหว้พระสวดมนต์เช้าคํ่าของพุทธบริษัท, ทําวัตรพระ ก็ว่า; ทําสามีจิกรรมตามธรรมเนียมของพระเณร.

ทำวัตรค่ำ
ก. ไหว้พระสวดมนต์ในตอนเย็นหรือคํ่า.

ทำวัตรเช้า
ก. ไหว้พระสวดมนต์ในตอนเช้า.

ทำเวร
ก. ผลัดเปลี่ยนเวรกันทํางาน โดยเฉพาะทําความสะอาดห้องเรียนของนักเรียน; ก่อเวร, ผูกเวร, ทําเวรทํากรรม ก็ว่า.

ทำเวลา
ก. ทําให้ได้เวลาตามกําหนด, เร่งให้เร็วขึ้น.

ทำสาว
ก. ตบแต่งช่องคลอดให้เหมือนสภาพเดิม.

ทำเสน่ห์
ก. ทําให้เพศตรงข้ามหลงรักด้วยวิธีการทางไสยศาสตร์.

ทำเสียเจ็บ
(ปาก) ก. ทำให้เดือดร้อนลำเค็ญ, ทำเจ็บ หรือ ทำเอาเจ็บ ก็ว่า.

ทำหน้าทำตา
ก. แสดงกิริยาอาการทางหน้าตา เช่น ทําหน้าทําตาล้อหลอก.

ทำหมัน
ก. ทําการคุมกําเนิดโดยกรรมวิธีที่จะไม่ให้ชายหรือหญิงสามารถมีลูกอีกต่อไป.

ทำหูทวนลม
ก. ได้ยินแต่ทําเป็นไม่ได้ยิน.

ทำเหตุ
ก. ก่อเหตุ.

ทำให้, ทำเอา
ก. เป็นเหตุให้ เช่น ทําให้เขาได้ไปเมืองนอก ทําเอาเขายํ่าแย่ไป.

ทำให้, ทำเอา
ก. เป็นเหตุให้ เช่น ทําให้เขาได้ไปเมืองนอก ทําเอาเขายํ่าแย่ไป.

ทำเอาเจ็บ
(ปาก) ก. ทำให้เดือดร้อนลำเค็ญ, ทำเจ็บ หรือ ทำเสียเจ็บ ก็ว่า.

ทำงน
ก. ห่วงใย, ยุ่งใจ. น. ภาระ. (ข. ทํงน่ ว่า หนัก).

ทำนบ
น. สิ่งก่อสร้างที่ปิดกั้นลำน้ำไม่ให้น้ำไหลผ่าน.

ทำนวย ๒
น. ไม้เท้าแขนที่รับเต้า บางทีทําเป็นรูปนาค เช่น แท้ทวยทํานวยน้อม.(สมุทรโฆษ). (แผลงมาจาก ทวย).

ทำนอง
น. ทาง, แบบ, แบบอย่าง, เช่น ทํานองคลองธรรม ทํานองเดียวกัน;ระเบียบเสียงสูงตํ่าซึ่งมีจังหวะสั้นยาว เช่น ทํานองสวด ทํานองเทศน์ทํานองเพลง.

ทำนองเสนาะ
น. วิธีการอ่านออกเสียงอย่างไพเราะตามลีลาของบทร้อยกรองประเภทโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน.

ทำนาย
ก. บอกเหตุการณ์หรือความเป็นไปที่จะเกิดในเบื้องหน้า, ทายก็ว่า. (แผลงมาจาก ทาย).

ทำนุ
ก. บํารุง, อุดหนุน. (แผลงมาจาก ทะนุ).

ทำนุบำรุง
ก. เอาใจใส่ดูแลเลี้ยงดู เช่น ทํานุบํารุงบิดามารดา ทํานุบํารุงบุตรธิดา; ซ่อมแซมรักษา, อุดหนุนให้เจริญขึ้น, เช่น ทํานุบํารุงวัด; ธํารงรักษาไว้ เช่น ทํานุบํารุงศาสนา ทํานุบํารุงบ้านเมือง,ทะนุบํารุง ก็ว่า.

ทำนูล
ก. บอก, กล่าว; ยกขึ้นเทินหัว. (แผลงมาจาก ทูล). (ข.).

ทำเนา
ว. ช่างเถิด, ตามมี.

ทำเนียบ ๑
น. ที่พักทางราชการของผู้มีตําแหน่งสูง เช่น ทําเนียบผู้สําเร็จราชการ,ที่ทําการของคณะรัฐบาล เรียกว่า ทําเนียบรัฐบาล.

ทำเนียบ ๒
ก. เทียบ, เปรียบ. น. การลําดับตําแหน่งหน้าที่ซึ่งวางเป็นระเบียบแบบแผนขึ้นไว้ เช่น ทําเนียบสมณศักดิ์ ทําเนียบราชการ, การแบ่งประเภทช้างม้าเป็นต้นที่วางเป็นระเบียบแบบแผนขึ้นไว้ เช่น ทําเนียบช้าง ทําเนียบม้า. (แผลงมาจาก เทียบ).

ทำเนียบนาม
น. นามต่าง ๆ ที่พระมหากษัตริย์โปรดให้ขนานเป็นทําเนียบไว้ เช่นนามพระราชวัง นามพระที่นั่ง นามประตู นามป้อมตลอดจนถึงนามที่ทางราชการเรียก.

ทำเนียม
ว. เทียม. (โบ) น. ธรรมเนียม. (สามดวง). (แผลงมาจาก เทียม).

ทำมัง
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) น. ชื่อไม้ต้นชนิด Litsea petiolata Hook.f. ในวงศ์Lauraceae ใบและเนื้อไม้มีกลิ่นคล้ายแมงดา, ชะมัง ก็เรียก.

ทำไม
ว. เพราะเหตุไร, เพราะอะไร, เพื่ออะไร. ก. ทําอะไร เช่น ฉันจะทําอย่างนี้ ใครจะทําไม.

ทำลาย
ก. อาการที่ทําให้สิ่งซึ่งเป็นกลุ่มก้อนแตกหักหรือพังกระจัดกระจาย,ทําให้พัง เช่น ทําลายกําแพง, ทําให้ฉิบหาย เช่น ทําลายวงศ์ตระกูล,ทําให้หมดสิ้นไป เช่น ทําลายชื่อเสียง ทําลายหลักฐาน. (แผลงมาจากทลาย).

ทำลายขวัญ
ก. ทําให้เสียขวัญ.

ทำลายสถิติ
ก. สร้างสถิติขึ้นมาใหม่ให้ดีกว่าเหนือกว่าสถิติเดิม.

ทำเล
น. ถิ่นที่, ตำบล, ภูมิที่ตั้ง, (มักใช้แก่แหล่งทำมาหากิน) เช่น ทำเลการค้า.

ทำวน
ก. ห่วงใย, วุ่นวายใจ.

ทิคัมพร
[-พอน] น. ชื่อนิกายในศาสนาเชนหรือเดียรถีย์นิครนถ์ซึ่งประพฤติตนเป็นคนเปลือย, คู่กับ นิกายเศวตัมพร. (ป., ส. ทิคฺ (ทิศ, ฟ้า) + อมฺพร(เครื่องนุ่งห่ม) = ผู้มีฟ้าเป็นเครื่องนุ่งห่ม หมายความว่า ไม่นุ่งผ้า).

ทิฆัมพร
[-พอน] น. ท้องฟ้า. (ป. ทีฆ + อมฺพร).

ทิ้ง
ก. ทําให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ถืออยู่หลุดจากมือด้วยอาการต่าง ๆ, ถ้าด้วยอาการขว้าง เรียกว่า ขว้างทิ้ง, ถ้าด้วยอาการโยน เรียกว่า โยนทิ้ง, ถ้าด้วยอาการเท เรียกว่า เททิ้ง เป็นต้น; สละ เช่น ทิ้งทาน, ละไป เช่น ทิ้งบ้าน ทิ้งเรือน, โยนหรือเทเสียโดยไม่ต้องการ เช่น ทิ้งขยะ, ปล่อยลง เช่น ทิ้งระเบิด, ปล่อยไว้เช่น ทิ้งไว้ให้เย็น, เหลือไว้ เช่น ทิ้งเงินไว้ให้ใช้, เว้น เช่น ทิ้งระยะ ทิ้งช่วง;เรียกแพรหรือผ้าเนื้อหนัก ๆ ลื่น ๆ ที่มีลักษณะถ่วงหรือทิ้งตัวลงว่า ผ้าเนื้อทิ้งหรือ ผ้าทิ้งตัว; โดยปริยายหมายความว่าปล่อยด้วยกิริยาอาการคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ทิ้งลูกทิ้งเมีย ทิ้งบ้าน ทิ้งการเล่าเรียน ทิ้งเพื่อน ทิ้งกันเสียไกลพูดทิ้งไว้ที.

ทิ้งกระจาด
น. ประเพณีทางศาสนาอย่างหนึ่งของจีน โดยนำอาหาร ข้าวสารและเงินใส่กระจาดเล็ก ๆ ทิ้งให้คนยากจนแย่งกันแบบโปรยทานต่อมาใช้ทิ้งติ้วหรือสลากสำหรับนำไปขึ้นของแทน.

ทิ้งขว้าง
ก. ไม่เอาใจใส่ดูแล, พรากหนีไป.

ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ
ก. เอาใจใส่ดูแลบ้างไม่เอาใจใส่ดูแลบ้าง.

ทิ้งจดหมาย
ก. ส่งจดหมายทางไปรษณีย์.

ทิ้งทวน
(ปาก) ก. ทําอย่างไว้ฝีมือ, ทําจนสุดความสามารถ, ไม่ทําอีกต่อไป;ปล่อยฝีมือฝีปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเลิกไป; ฉวยโอกาสทําเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดอํานาจ.

ทิ้งทาน
ก. ให้ทานโดยวิธีหว่านหรือโปรยสตางค์หรือเหรียญ, โปรยทาน ก็ว่า.

ทิ้งท้าย
ก. ปล่อยทีเด็ดตอนลงท้าย.

ทิ้งไพ่
ก. ปล่อยไพ่ตัวที่ไม่ต้องการให้แก่มือล่าง.

ทิ้งฟ้อง
(กฎ) ก. การที่โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จําเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ภายในกําหนด ๗ วัน ภายหลังที่ได้เสนอคําฟ้องแล้ว หรือการที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดําเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกําหนดไว้เพื่อการนั้น โดยได้ส่งคําสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว.

ทิ้งมะพร้าวห้าว
น. ท่ากระโดดนํ้าอย่างหนึ่ง เวลากระโดดงอเข่าทั้ง ๒ ขึ้นมาแล้วเอามือทั้ง ๒ รวบเข่า ทิ้งก้นลงไป, มัดหมู ก็ว่า.

ทิ้งย่อ
ก. กระโดดลงมาแล้วย่อหัวเข่าพร้อมกับเหยียดแขนทั้ง ๒ ไปข้างหน้า.

ทิงเจอร์
น. สารละลายที่ใช้เอทิลแอลกอฮอล์เป็นตัวทําละลาย เช่นทิงเจอร์ไอโอดีน คือ สารละลายที่เกิดจากการละลายผลึกไอโอดีนในเอทิลแอลกอฮอล์. (อ. tincture).

ทิ้งถ่วง
ดู หิงห้อย, หิ่งห้อย.

ทิ้งถ่อน
น. ชื่อไม้ต้นขนาดใหญ่ชนิด Albizia procera Benth. ในวงศ์Leguminosae ใบมน ๆ เล็ก ๆ ดอกสีเหลือง เปลือกใช้ทํายาได้.

ทิ้งทูด
น. ชื่อนกชนิดหนึ่งในจําพวกนกทึดทือ, เท้งทูด ก็ว่า. (พจน. ๒๔๙๓).

ทิช-, ทิชะ
[ทิชะ-] (แบบ) น. ผู้เกิด ๒ ครั้ง คือ นก และพราหมณ์. (ป., ส. ทฺวิช).

ทิช-, ทิชะ
[ทิชะ-] (แบบ) น. ผู้เกิด ๒ ครั้ง คือ นก และพราหมณ์. (ป., ส. ทฺวิช).

ทิชากร
น. ‘ผู้เกิด ๒ ครั้ง’, นก, หมู่นก; พราหมณ์. (ป.).

ทิชาชาติ
น. ‘ผู้เกิด ๒ ครั้ง’, นก, หมู่นก; พราหมณ์. (ป.).

ทิชากร
ดู ทิช-, ทิชะ.

ทิชาชาติ
ดู ทิช-, ทิชะ.

ทิฏฐะ, ทิฐ-
[ทิดถะ-] (แบบ) ว. อันบุคคลเห็นแล้ว, ทันตาเห็น. (ป. ทิฏฺ?; ส. ทฺฤษฺฏ).

ทิฏฐะ, ทิฐ-
[ทิดถะ-] (แบบ) ว. อันบุคคลเห็นแล้ว, ทันตาเห็น. (ป. ทิฏฺ?; ส. ทฺฤษฺฏ).

ทิฐธรรม
(แบบ) น. ภพนี้, ชาตินี้. (ป. ทิฏฺ?ธมฺม).

ทิฏฐานุคติ
(แบบ) น. แบบอย่าง. (ป. ทิฏฺ?านุคติ ว่า ดําเนินตามสิ่งที่ปรากฏ).

ทิฏฐุชุกรรม
(แบบ) น. การทําความเห็นให้ตรง คือ เห็นถูกทาง เช่น เห็นว่าทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว (เป็นข้อหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ ทานมัยสีลมัย ภาวนามัย อปจายนมัย เวยยาวัจจมัย ปัตติทานมัยปัตตานุโมทนามัย ธัมมัสสวนมัย ธัมมเทสนามัย ทิฏฐุชุกรรม).(ป. ทิฏฺฐุชุกมฺม).

ทิฐิ
[ทิดถิ] น. ความเห็น เช่น สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ มิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด; ความอวดดื้อถือดี เช่น เขามีทิฐิมาก. (ป. ทิฏฺ??; ส. ทฺฤษฺฏิ).

ทิด
น. คํานําหน้าชื่อผู้ที่สึกจากพระ เช่น ทิดบุญ ทิดเกิด.

ทิต
(แบบ) ว. รุ่งเรือง, สว่าง. (ป. ทิตฺต).

ทิน ๑
(แบบ) ก. ให้แล้ว. (ป. ทินฺน).

ทิน ๒, ทิน-
[ทินนะ-] (แบบ) น. วัน. (ป., ส.).

ทิน ๒, ทิน-
[ทินนะ-] (แบบ) น. วัน. (ป., ส.).

ทินกร
[ทินนะกอน] น. พระอาทิตย์. (ป., ส.).

ทินศูนย์
[ทินนะ-] น. วันร้าย (ใช้ในตําราหมอดู).

ทินาท
(โหร) น. เวลาตั้งแต่ยํ่ารุ่งถึงเที่ยงวัน.

ทิพ, ทิพ-
[ทิบ, ทิบพะ-] น. สวรรค์, ชั้นฟ้า, เทวโลก; วัน. (ป., ส. ทิว). ว. เป็นของเทวดา เช่น ทิพสมบัติ. (ป. ทิพฺพ; ส. ทิวฺย).

ทิพ, ทิพ-
[ทิบ, ทิบพะ-] น. สวรรค์, ชั้นฟ้า, เทวโลก; วัน. (ป., ส. ทิว). ว. เป็นของเทวดา เช่น ทิพสมบัติ. (ป. ทิพฺพ; ส. ทิวฺย).

ทิพจักขุ
[ทิบพะจักขุ] น. ตาทิพย์ คือ จะดูอะไรเห็นได้ทั้งหมด, เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ป. ทิพฺพจกฺขุ; ส. ทิพฺยจกฺษุ).

ทิพโสต
[ทิบพะโสด] น. หูทิพย์ คือ จะฟังอะไรได้ยินทั้งหมด, เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ป. ทิพฺพโสต; ส. ทิพฺยโศฺรตฺร).

ทิพย-, ทิพย์
[ทิบพะยะ-, ทิบ] ว. เป็นของเทวดา เช่น อาหารทิพย์, ดีวิเศษอย่างเทวดา เช่น ตาทิพย์ หูทิพย์, ดีวิเศษเหนือปรกติธรรมดา เช่น เนื้อทิพย์,ใช้ว่า ทิพ ก็มี. (ส. ทิวฺย; ป. ทิพฺพ).

ทิพย-, ทิพย์
[ทิบพะยะ-, ทิบ] ว. เป็นของเทวดา เช่น อาหารทิพย์, ดีวิเศษอย่างเทวดา เช่น ตาทิพย์ หูทิพย์, ดีวิเศษเหนือปรกติธรรมดา เช่น เนื้อทิพย์,ใช้ว่า ทิพ ก็มี. (ส. ทิวฺย; ป. ทิพฺพ).

ทิพยจักษุ
[ทิบพะยะจักสุ] น. ตาทิพย์ คือ จะดูอะไรเห็นได้ทั้งหมด, เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ส. ทิพฺยจกฺษุ; ป. ทิพฺพจกฺขุ).

ทิพยจักษุญาณ
น. ความรู้ในจุติและเกิดของสัตว์ทั้งหลาย, จุตูปปาตญาณ ก็เรียก.(ส. ทิพฺยจกฺษุ + ป. ?าณ; ป. ทิพฺพจกฺขุ?าณ).

ทิพยญาณ
น. ความรู้เป็นทิพย์.

ทิพยเนตร
น. ตาทิพย์ คือ จะดูอะไรเห็นได้ทั้งหมด. (ส.; ป. ทิพฺพเนตฺต).

ทิพยพยาน
น. พยานที่ศักดิ์สิทธิ์, พยานที่เชื่อถือได้อย่างมั่นคง.

ทิพยมานุษ
น. ครึ่งเทพครึ่งมนุษย์. (ส.).

ทิพยรส
น. รสทิพย์, รสเลิศ.

ทิพยโศรตร
[ทิบพะโสด, ทิบพะยะโสด] น. หูทิพย์ คือ จะฟังอะไรได้ยินทั้งหมด,เป็นอภิญญาอย่าง ๑ ในอภิญญา ๖. (ส. ทิพฺยโศฺรตฺร; ป. ทิพฺพโสต).

ทิพา
(แบบ) น. วัน.

ทิพากร
น. พระอาทิตย์.

ทิม
น. ศาลาแถวหรือห้องแถวสําหรับเป็นที่พักหรือไว้ของในพระราชวังเช่น ทิมตํารวจ ทิมกลอง.

ทิมดาบ
(โบ) น. ทิมที่พวกขุนนางคอยเฝ้าฟังกระแสราชการ.

ทิ่ม
ก. เอาสิ่งที่มีลักษณะยาว ๆ หรือแหลม ๆ กระแทกโดยแรง เช่นเอามีดทิ่มพุง เอานิ้วทิ่มตา.

ทิ่มตำ
ว. อาการที่พูดทับถม ปรักปรํา ซํ้าเติมให้เจ็บใจ เรียกว่า พูดทิ่มตํา.

ทิ่มแทง
ก. ทิ่มให้ทะลุเข้าไป, อาการที่แทงซํ้าหลาย ๆ ครั้ง. ว. อาการที่พูดเสียดสีให้เจ็บใจ เรียกว่า พูดทิ่มแทง.

ทิมทอง
น. ชื่อดาวฤกษ์สตภิสัช.

ทิว ๑
น. แถวหรือแนวแห่งสิ่งที่ติดเนื่องกันไปยาวยืด เช่น ทิวเขา ทิวไม้.

ทิว ๒
น. ชื่อธงที่มีรูปลักษณะคล้ายกระบอก, เทียว ก็ว่า.

ทิว- ๓, ทิวะ
[ทิวะ-] น. วัน; สวรรค์, ชั้นฟ้า, เทวโลก, เช่น ทิวงคต คือ ไปสู่เทวโลกหมายถึง ตาย. (ป., ส.).

ทิว- ๓, ทิวะ
[ทิวะ-] น. วัน; สวรรค์, ชั้นฟ้า, เทวโลก, เช่น ทิวงคต คือ ไปสู่เทวโลกหมายถึง ตาย. (ป., ส.).

ทิวกาล
น. เวลากลางวัน.

ทิวงคต
(ราชา) ก. ไปสู่สวรรค์, ตาย, (ใช้แก่พระยุพราช หรือเจ้าฟ้าซึ่งได้รับการเฉลิมพระยศพิเศษ).

ทิวทัศน์
[ทิวทัด] น. ลักษณะภูมิประเทศที่ปรากฏเห็นตามธรรมชาติ เช่นทิวทัศน์ทุ่งนา ทิวทัศน์ป่าเขา ทิวทัศน์ทางทะเล, เรียกภาพเขียนหรือภาพถ่ายจากทิวทัศน์ว่า ภาพทิวทัศน์.

ทิวส-, ทิวสะ
[ทิวะสะ] (แบบ) น. วัน. (ป., ส.).

ทิวส-, ทิวสะ
[ทิวะสะ] (แบบ) น. วัน. (ป., ส.).

ทิวสภาค
น. ส่วนของวัน. (ป.).

ทิวา
(แบบ) น. วัน. (ป., ส.).

ทิวากร
น. พระอาทิตย์; (กลอน) กลางวัน เช่น ราตรีปักษีเข้าแนบนอนทิวากรเราแนบประจํานาง. (กากี). (ป.).

ทิวากาล
น. เวลากลางวัน.

ทิศ, ทิศา
น. ด้าน, ข้าง, ทาง, เบื้อง, (หมายเอา เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกเป็นต้น). (ส.; ป. ทิส).

ทิศ, ทิศา
น. ด้าน, ข้าง, ทาง, เบื้อง, (หมายเอา เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกเป็นต้น). (ส.; ป. ทิส).

ทิศทาง
น. แนว, ทางที่มุ่งไป.

ทิศาดร
(กลอน) น. ทิศ.

ทิศานุทิศ
น. ทิศน้อยทิศใหญ่. (ส.).

ทิศาปาโมกข์
น. อาจารย์ผู้มีความรู้และชื่อเสียงโด่งดัง.

ที ๑
น. ครั้ง, คราว, หน, เช่น ทีละน้อย ทีละคน; ใช้เป็นลักษณนามบอกจํานวนครั้ง เช่น เฆี่ยน ๓ ที นาฬิกาตี ๕ ที.

ทีใครทีมัน
น. โอกาสของใครก็เป็นของคนนั้น.

ทีเดียว
ว. ฉับพลัน, ทันที, เช่น พูดออกมาทีเดียวนะ; แท้จริง เช่น เก่งทีเดียว.

ทีนี้
น. ต่อนี้ไป เช่น ทีนี้จะไม่ทําอีก.

ทีหลัง
น. ภายหลัง, หลังจากนั้น, ทีหน้าทีหลัง ก็ว่า.

ที ๒
น. ท่าทาง, ชั้นเชิง, โอกาส, เช่น ท่าดีแต่ทีเหลว ได้ทีเสียที.

ทีเด็ด
น. ชั้นเชิงที่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด.

ทีท่า
น. ความเป็นไปของสถานการณ์หรือบุคคลเป็นต้น, ท่าที ก็ว่า.

ทีเล่นทีจริง
(สํา) ก. แสร้งทําเล่น ๆ หรือล้อหลอกเป็นการลองเชิงแต่เมื่อเห็นเขาเผลอตัวหรือไม่ว่าก็เอาจริง, เล่นก็ได้ จริงก็ได้.

ที่
น. แหล่ง, ถิ่น, เช่น ที่ประกอบอาชีพ ที่ทํามาหากิน, สถานที่ เช่นที่ประชุม ที่พัก, ตําแหน่งที่ เช่น เอาแว่นวางไว้ที่โต๊ะ; ที่ดิน เช่นซื้อที่ ขายที่ เช่าที่; ภาชนะ, เครื่องใช้, เช่น ที่บูชา ที่นอน ที่เขี่ยบุหรี่;ลักษณนามบอกสถานที่หรือสิ่งของเป็นชุด ๆ เป็นต้น เช่น ที่นั่ง ๓ที่อาหาร ๓ ที่. ส. คําใช้แทนคํานามหรือข้อความที่อยู่ข้างหน้าเช่น คนที่ขยัน เด็กที่ฉลาด. ว. คํานําหน้าสังขยาบอกลําดับ เช่นที่ ๑ ที่ ๒. บ. ใน, ณ, เช่น อยู่ที่บ้าน.

ที่กัลปนา
(กฎ) น. ที่ซึ่งมีผู้อุทิศแต่ผลประโยชน์ให้วัดหรือพระศาสนา.

ที่จริง
ว. จริง, แท้, แน่นอน. สัน. คําขึ้นต้นประโยคหรือข้อความแสดงถึงความที่ถูกที่ควร, อันที่จริง หรือ ตามที่จริง ก็ว่า.

ที่ดิน
น. ผืนแผ่นดินหรือพื้นดิน; (กฎ) พื้นที่ดินทั่วไป และหมายความรวมถึงภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลํานํ้า ทะเลสาบ เกาะและที่ชายทะเลด้วย.

ที่ดินของรัฐ
(กฎ) น. บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อนุมัติให้บุคคลเข้าอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ ตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ.

ที่ดินมือเปล่า
น. ที่ดินซึ่งผู้ครอบครองยังไม่มีหนังสือสําคัญสําหรับที่ดิน.

ที่ทาง
น. พื้นที่, ที่ดิน.

ที่ทำการ
น. สถานที่ทํางาน.

ที่เท่าแมวดิ้นตาย
(สํา) น. ที่ดินหรือเนื้อที่เล็กน้อย.

ที่แท้
สัน. ที่จริง.

ที่ธรณีสงฆ์
(กฎ) น. ที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด.

ที่นอน
น. ฟูก, เบาะ, เครื่องปูลาดสําหรับนอน, ราชาศัพท์เรียกว่า พระที่.

ที่นั่ง
(ราชา) น. อาคารที่ประทับซึ่งตามปรกติอยู่ในพระราชวัง เช่นพระที่นั่งบรมพิมาน พระที่นั่งอัมพรสถาน, อาคารที่เสด็จออกมหาสมาคม เช่น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยพระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งวโรภาสพิมาน (บางปะอิน), ที่ประทับสําหรับประทับบนพระแท่นราชบัลลังก์ภายใต้เศวตฉัตร เช่น พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ พระที่นั่งภัทรบิฐ, ยานที่ประทับในการเสด็จพระราชดําเนินโดยขบวนแห่ทางบก เช่น พระที่นั่งพุดตานทอง พระที่นั่งราเชนทรยาน, ยานหรือพาหนะที่พระเจ้าแผ่นดินและพระราชินีทรงหรือประทับ เช่น รถพระที่นั่งม้าพระที่นั่ง; ก้น, ที่นั่งทับ, ใช้ว่า พระที่นั่ง.

ที่ปรึกษา
น. ผู้มีหน้าที่ให้ความเห็นแนะนำ.

ที่พึ่ง
น. ผู้คุ้มครองช่วยเหลือ เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก, สิ่งที่อาศัยยึดเป็นหลัก เช่น ได้ตําราเป็นที่พึ่ง, เครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ เช่น ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง.

ที่มั่น
น. ที่ตั้งสําหรับต่อสู้.

ที่มา
น. ต้นเค้า, ต้นกําเนิด.

ที่รัก
น. คนรัก, คําแบบแสดงถึงความสุภาพ ความเคารพ ความนับถือเวลาพูดในที่ชุมนุมชนเป็นต้น เช่น พี่น้องที่รักทั้งหลายหรือในจดหมายที่มีไปถึงผู้ที่คุ้นเคยกัน เช่น แดงที่รัก.

ที่ราชพัสดุ
(กฎ) น. อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด เว้นแต่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังต่อไปนี้ (๑) ที่ดินรกร้างว่างเปล่าและที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดิน (๒) อสังหาริมทรัพย์สำหรับพลเมืองใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ของพลเมืองใช้ร่วมกันเป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวงทะเลสาบ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคลขององค์การปกครองท้องถิ่นไม่ถือว่าเป็นที่ราชพัสดุ.

ที่ราบ
น. ภูมิประเทศที่เป็นที่ราบซึ่งอาจจะราบเรียบหรือมีลักษณะเป็นลูกคลื่นโดยปรกติความสูงตํ่าของพื้นที่ในบริเวณนั้นจะแตกต่างกันไม่เกิน๑๕๐ เมตร.

ที่ราบสูง
น. ที่ราบซึ่งสูงกว่าระดับผิวโลกโดยรอบตั้งแต่ ๓๐๐ เมตรขึ้นไป.

ที่วัด
(กฎ) น. ที่ซึ่งตั้งวัดตลอดจนเขตของวัด.

ที่ว่าการ
น. สถานที่ปฏิบัติราชการระดับอําเภอ เรียกว่า ที่ว่าการอําเภอ.

ที่สุด
น. ปลายสุด. ว. สุดท้าย เช่น ในที่สุด; ลักษณะที่ยิ่งหรือหย่อนกว่าสิ่งอื่น ๆ ทั้งหมดในพวกเดียวกัน เช่น ดีที่สุด ช้าที่สุด.

ที่หมาย
น. ที่ที่มุ่งไปให้ถึง, จุดที่ตั้งใจจะให้บรรลุถึง.

ที่ไหน
น. แห่งใด, แห่งใดแห่งหนึ่ง, แห่งใดก็ตาม, เช่น ไปที่ไหนก็ได้; คําใช้ในข้อความคาดคะเนว่าคงจะไม่เป็นเช่นนั้น เช่นนี้ มีความหมายว่าไฉน, ฉันใด, อย่างไร, เช่น เขาก็เห็นว่าที่ไหนเราจะได้.

ที่ไหนได้
(ปาก) ว. อะไรได้, หาใช่เช่นนั้นไม่, คําใช้แสดงความประหลาดใจไม่พอใจ ปฏิเสธ หรือแย้ง เป็นต้น เช่น ก พูดว่าหนังสือเล่มนี้ราคาถึง๑๐ บาทไหม ข ตอบว่า ที่ไหนได้ ตั้ง ๕๐ บาท.

ทีฆ-
[ทีคะ-] (แบบ) ว. ยาว, นาน, ยั่งยืน. (ป.; ส. ทีรฺฆ).

ทีฆชาติ
น. งู. (ป.).

ทีฆนิกาย
น. ชื่อคัมภีร์นิกายแรกแห่งพระสุตตันตปิฎก แปลว่าหมวดยาวรวบรวมพระสูตรขนาดยาวไว้ในหมวดนี้.

ทีฆสระ
น. สระที่มีเสียงยาว ในภาษาบาลีได้แก่ อา อี อู เอ โอ, ในภาษาสันสกฤตได้แก่ อา อี อู เอ ไอ โอ ฤๅ ฦๅ เอา, ในภาษาไทยได้แก่อา อี อือ อู เอ แอ โอ ออ เออ เอีย เอือ อัว ฤๅ ฦๅ.

ทีฆายุ
(แบบ) ว. อายุยืน. (ป.).

ทีฆายุ
ดู ทีฆ-.

ทีป, ทีปะ
[ทีบ, ทีปะ] (แบบ) น. เกาะ; แสงไฟ. (ป., ส.).

ทีป, ทีปะ
[ทีบ, ทีปะ] (แบบ) น. เกาะ; แสงไฟ. (ป., ส.).

ทีม
น. ชุด, หมู่, คณะ. (อ. team).

ทีรฆ-
[ทีระคะ-] (แบบ) ว. ยาว, นาน, ยั่งยืน. (ส.; ป. ทีฆ).

ทีเอ็นที
น. สารประกอบอินทรีย์ ชื่อเต็มคือ ไทรไนโทรโทลูอีน (trinitrotoluene)มีสูตร C7H5(NO2)3 ลักษณะเป็นของแข็งมีรูปผลึกสีเหลืองอ่อนหลอมละลายที่ ๘๒?ซ. เป็นวัตถุระเบิดชนิดร้ายแรง. (อ. TNT).

ทึก ๑, ทึกทัก
ก. ตู่เอาเป็นของตัว, ถือเอาเป็นจริงเป็นจัง, เหมาเอาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้.

ทึก ๑, ทึกทัก
ก. ตู่เอาเป็นของตัว, ถือเอาเป็นจริงเป็นจัง, เหมาเอาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้.

ทึก ๒
น. นํ้า. (ข.).

ทึ่ง
(ปาก) ก. อยากรู้อยากเห็นเกินกว่าที่ควรจะเป็น (พระราชหัตถเลขาร. ๕ ถึงสมเด็จพระบรมราชินีนาถ); รู้สึกว่าน่าสนใจ, น่าอัศจรรย์ใจ,(ใช้ในทางที่ดี).

ทึ้ง
ก. พยายามดึงของเหนียวหรือสิ่งที่ติดอยู่แน่นแล้ว ๆ เล่า ๆ เช่นทึ้งผม แร้งทึ้งศพ.

ทึดทือ
น. ชื่อนกในวงศ์ Strigidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับนกเค้า ตัวสีนํ้าตาลมีลายกระสีขาว ลําตัวด้านบนและปีกสีเข้มกว่าด้านท้อง ขนคิ้วยาวเห็นได้ชัด ตาสีเหลือง ขาไม่มีขน หากินในเวลากลางคืน ในประเทศไทยมี ๒ ชนิด คือทึดทือพันธุ์เหนือ (Ketupa zeylonensis) และทึดทือมลายู (K. ketupa).

ทึนทึก
ว. จวนแก่, เรียกมะพร้าวที่จวนแก่ว่า มะพร้าวทึนทึก, เรียกสาวใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานว่า สาวทึนทึก, ทึมทึก ก็ว่า.

ทึบ
ว. มีลมอากาศหรือแสงสว่างเข้าออกไม่ได้หรือไม่เพียงพอ เช่นห้องทึบ ผนังทึบ ตู้ทึบ ป่าทึบ, ไม่โปร่งแสง เช่น เป็นแท่งทึบ; ไม่โปร่ง,หนาแน่น, เช่น ลายทึบ; โดยปริยายหมายความว่าโง่มาก เช่นปัญญาทึบ สมองทึบ.

ทึม ๑
น. โรงสําหรับตั้งศพเพื่อประกอบพิธีก่อนเผา เรียกว่า โรงทึม.

ทึม ๒, ทึม ๆ
ว. ครึ้ม, มัวซัว, เช่น ท้องฟ้าทึม สีทึม ๆ.

ทึม ๒, ทึม ๆ
ว. ครึ้ม, มัวซัว, เช่น ท้องฟ้าทึม สีทึม ๆ.

ทึ่ม
(ปาก) ว. ทื่อ, ไม่เฉียบแหลม, โง่.

ทึมทึก
ว. จวนแก่, เรียกมะพร้าวที่จวนแก่ว่า มะพร้าวทึมทึก, เรียกสาวใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานว่า สาวทึมทึก, ทึนทึก ก็ว่า.

ทื่อ
ว. ไม่คม (ใช้แก่ของแบน ๆ ที่มีคมแต่ไม่คม) เช่น มีดทื่อ; ไม่เฉียบแหลมเช่น ปัญญาทื่อ; ไม่มีลับลมคมใน เช่น พูดทื่อ ๆ; นิ่งเฉยอยู่ไม่กระดุกกระดิกเหมือนสิ่งไม่มีชีวิต เช่น แข็งทื่อ, ซื่อ ก็ว่า. ก. รี่เข้าใส่โดยไม่ระมัดระวัง เช่น ทื่อเข้าใส่.

ทุ ๑
ว. คําอุปสรรคในภาษาบาลีและสันสกฤต แปลว่า ชั่ว, ยาก, ลําบาก,เลว, ทราม, เช่น ทุจริต ว่า ความประพฤติชั่ว, ทุกร ว่า ทําได้โดยยาก,ทุปปัญญา ว่า ปัญญาทราม เป็นต้น. (ดู ทุร ประกอบ). (ป.; ส. เดิมเป็น ทุสฺ), ทุ นี้เมื่ออยู่หน้าคําอื่นตามหลักไวยากรณ์ภาษาบาลีและสันสกฤต กําหนดให้เติมตัวสะกดลงตัวหนึ่งเพื่อให้เท่าของเดิม เช่นทุ + คติ เป็น ทุคคติ, ทุ + จริต เป็น ทุจจริต, ตัวสะกดนั้นดูพยัญชนะคําหลังเป็นเกณฑ์ ถ้าพยัญชนะวรรคคําหลังเป็นอักษรสูงหรืออักษรกลางก็ใช้พยัญชนะที่ ๑ แห่งวรรคนั้นสะกด เช่น ทุ + กร เป็น ทุกกร,ทุ + ข เป็น ทุกข, ถ้าเป็นพยัญชนะวรรคคำหลังเป็นอักษรต่ำก็ใช้พยัญชนะที่ ๓ แห่งวรรคนั้นสะกด เช่น ทุ + คติ เป็น ทุคคติ,ทุ + ภาษิต เป็น ทุพภาษิต, อีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าพยัญชนะคําหลังเป็นอักษรตํ่า ก็ใช้เติม ร แทนตัวสะกดได้ทุกวรรค เช่น ทุรชน ทุรพลทุรภิกษ์ ทุรยศ ทุรลักษณ์, หรือเอาสระ อุ ออกเสียก็มี เช่น ทรชนทรพล ทรพิษ ทรยศ ทรลักษณ์, ในวิธีหลังนี้บางมติว่า เอา อุ เป็น ร(ใช้ไปถึงคํา ทรกรรม ด้วย) และเมื่ออยู่หน้าสระก็เติม ร เช่น ทุ +อาจาร เป็น ทุราจาร, ทุ + อาธวา เป็น ทุราธวา.

ทุ ๒
(แบบ) ว. สอง, มักใช้นําหน้าศัพท์อื่น เช่น ทุวิธ ว่า ๒ อย่าง. (ป.).

ทุ ๓
ดู กระทุ.

ทุก ๑, ทุก ๆ
ว. แต่ละหน่วย ๆ ของจํานวนทั้งหมด, ทั้งหมดโดยหมายแยกเป็นหน่วย ๆ, เช่น คนที่เกิดมาแล้วมีปัญญาด้วยกันทุกคน แต่ทุกคนมีปัญญาไม่เท่ากัน ทุก ๆ คนจะต้องช่วยเหลือกัน.

ทุก ๑, ทุก ๆ
ว. แต่ละหน่วย ๆ ของจํานวนทั้งหมด, ทั้งหมดโดยหมายแยกเป็นหน่วย ๆ, เช่น คนที่เกิดมาแล้วมีปัญญาด้วยกันทุกคน แต่ทุกคนมีปัญญาไม่เท่ากัน ทุก ๆ คนจะต้องช่วยเหลือกัน.

ทุกที
ว. อาการที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นหรือลดลงทุกขณะ เช่น ห่างออกไปทุกทีใกล้เข้ามาทุกที.

ทุกพาย
(โบ) ว. ทุกแห่ง เช่น กระทำพุทธประติมาทุกแห่งทุกพาย. (จารึกวัดศรีชุม).

ทุกเมื่อ
ว. ทุกขณะ, ทุกเวลา, ตลอดเวลา, เสมอ, เมื่อใดก็ได้.

ทุกเมื่อเชื่อวัน
ว. ตลอดเวลาไม่ว่างเว้น.

ทุกวันนี้
ว. ขณะนี้, ในปัจจุบันนี้.

ทุกวี่ทุกวัน
(ปาก) ว. ทุกวัน เช่น พูดกรอกหูอยู่ทุกวี่ทุกวัน.

ทุกสิ่งทุกอย่าง
ว. ทั้งหมด.

ทุกหน
ว. ทุกครั้ง.

ทุกหนทุกแห่ง, ทุกแห่ง
ว. ทุกที่ทุกทาง, ทุกตําบล.

ทุกหนทุกแห่ง, ทุกแห่ง
ว. ทุกที่ทุกทาง, ทุกตําบล.

ทุกหย่อมหญ้า
ว. ทุกหนทุกแห่ง.

ทุกหัวระแหง
ว. ทุกแห่งหน.

ทุก ๒
ดู ค้าว.

ทุก- ๓, ทุกะ
[ทุกะ-] (แบบ) น. หมวด ๒. (ป.).

ทุก- ๓, ทุกะ
[ทุกะ-] (แบบ) น. หมวด ๒. (ป.).

ทุกนิบาต
น. ชื่อคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาที่กําหนดด้วยธรรมหรือคาถาที่แบ่งหมวดอย่างละ ๒. (ป.).

ทุกข-, ทุกข์
[ทุกขะ-, ทุก] น. ความยากลําบาก, ความไม่สบายกายไม่สบายใจ.(ป.; ส. ทุะข).

ทุกข-, ทุกข์
[ทุกขะ-, ทุก] น. ความยากลําบาก, ความไม่สบายกายไม่สบายใจ.(ป.; ส. ทุะข).

ทุกขนิโรธ
[ทุกขะนิโรด] น. ความดับทุกข์, เป็นชื่อของอริยสัจข้อที่ ๓. (ป.).

ทุกขลาภ
[ทุกขะลาบ] น. การที่ต้องรับทุกข์เสียก่อนจึงมีลาภ, ลาภที่ได้มาด้วยความทุกข์ยาก, ลาภที่ได้มาแล้วมีทุกข์ติดตามมาด้วย.

ทุกขเวทนา
[ทุกขะเวทะนา] น. ความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจ, ความรู้สึกเจ็บปวดทรมาน. (ป.).

ทุกขสมุทัย
[ทุกขะสะหฺมุไท] น. เหตุให้เกิดทุกข์, เป็นชื่อของอริยสัจข้อที่ ๒. (ป.).

ทุกข์สุข
น. ความเป็นอยู่หรือความเป็นไปของชีวิตในขณะนั้น.

ทุกขารมณ์
น. ความรู้สึกเจ็บปวด, ความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจ.

ทุกขักษัย
[ทุกขักไส] (แบบ) น. การหมดทุกข์, พระนิพพาน. (ส. ทุะข + กฺษย;ป. ทุกฺขกฺขย).

ทุกขารมณ์
ดู ทุกข-, ทุกข์.

ทุกฏ
[ทุกกด] (แบบ) น. ความชั่ว; ชื่ออาบัติจําพวกหนึ่งในอาบัติทั้ง ๗.(ป. ทุกฺกฏ).

ทุกร-
[ทุกกะระ-] (แบบ) น. สิ่งที่ทําได้ยาก. (ป. ทุกฺกร).

ทุกรกิริยา
น. การกระทํากิจที่ทําได้โดยยาก ได้แก่ การทําความเพียรเพื่อบรรลุธรรมวิเศษ; ชื่อพระพุทธรูปปางหนึ่ง นั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้ง ๒ประสานพระอุระ. (พุทธเจดีย์). (ป. ทุกฺกรกิริยา).

ทุกษดร
[ทุกสะดอน] (โบ; กลอน) ว. ทุกข์ยิ่งกว่า. (ป. ทุกฺขตร).

ทุกัง
ดู ทูกัง.

ทุกูล
(แบบ) น. ผ้าอย่างดี, มักใช้ว่า ผ้าทุกูลพัสตร์. (ป., ส.).

ทุคตะ
[ทุกคะตะ] ว. ยากจน, เข็ญใจ. (ป. ทุคฺคต ว่า ถึงความยากแค้น).

ทุคติ
[ทุกคะติ] น. ภูมิที่ถือว่าไปเกิดแล้วมีความทุกข์ความลําบาก, นรก.(ป. ทุคฺคติ).

ทุ่ง ๑
น. ที่ราบโล่ง.

ทุ่ง ๒
น. ขี้. ก. ขี้.

ทุ้ง ๑
ว. ตุง, ตุ่ยออกมา. น. ฝักบัวที่ย้อยลงมา เช่น เปิดนํ้าลงตามทุ้งสหัสธารา. (สิบสองเดือน).

ทุ้ง ๒
ก. กระทุ้ง เช่น ชอบแต่ทุบถองทุ้งให้กุ้งกิน. (มณีพิชัย).

ทุงงะ
(ถิ่น-ปัตตานี) น. ชื่อปลานํ้าจืดขนาดเล็กชนิด Acrossocheilus dukaiในวงศ์ Cyprinidae ลําตัวยาวเรียว แบนข้าง ปากเล็กอยู่ตํ่า บริเวณหัวตอนหน้าหรือก่อนถึงตามีตุ่มเนื้อขนาดเล็กกระจายอยู่ เกล็ดใหญ่มีจุดดําที่โคนครีบหาง พบอาศัยอยู่ตามเขตต้นนํ้าลําธารบริเวณภูเขาทั่วประเทศ ที่ดอยหัวมด ในเขตของภาคเหนือ เรียก แป้งแช่.

ทุงเทง
ดู โทงเทง ๑.

ทุจจิณณะ
(แบบ) ว. ประพฤติชั่วแล้ว, ทําชั่วแล้ว, อบรมไม่ดี. (ป. ทุจฺจิณฺณ).

ทุจริต
[ทุดจะหฺริด] น. ความประพฤติชั่ว, ถ้าเป็นความประพฤติชั่วทางกายเรียกว่า กายทุจริต, ถ้าเป็นความประพฤติชั่วทางวาจา เรียกว่า วจีทุจริต,ถ้าเป็นความประพฤติชั่วทางใจ เรียกว่า มโนทุจริต. ก. โกง เช่น ทุจริตในการสอบ, คดโกง, ฉ้อโกง, เช่น ทุจริตต่อหน้าที่. ว. ไม่ซื่อตรง เช่นคนทุจริต. (ป. ทุจฺจริต).

ทุด
อ. คําที่เปล่งออกมาแสดงความไม่พอใจหรือติเตียน.

ทุตวิลัมพิตมาลา
[ทุตะวิลำพิตะ-] น. ชื่อฉันท์วรรณพฤติ กําหนดด้วย ๔ คณะ คือน ภ ภ ร (ตามแบบว่า ทุตวิลมฺพิตมาห นภา ภรา) ตัวอย่างว่าชินกถาคณนา วนิดาประมาณ พฤศติเพธพิสดาร อดิเรกภิปราย.

ทุติย-
[ทุติยะ-] (แบบ) ว. ที่ ๒, มักใช้นําหน้าศัพท์อื่น เช่น ทุติยดิถี = วัน๒ คํ่า, ทุติยมาส = เดือนที่ ๒, ทุติยวาร = ครั้งที่ ๒, ทุติยสุรทิน =วันที่ ๒. (ป.).

ทุติยาสาฬหะ
[-สานหะ] (แบบ) น. เดือน ๘ ที่ ๒, เดือน ๘ หลัง. (ป.).

ทุทรรศนนิยม, ทุนิยม
น. ทฤษฎีที่ถือว่า โลก ชีวิตและมนุษย์ เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด;การมองโลกในแง่ร้าย. (อ. pessimism).

ทุทรรศนนิยม, ทุนิยม
น. ทฤษฎีที่ถือว่า โลก ชีวิตและมนุษย์ เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด;การมองโลกในแง่ร้าย. (อ. pessimism).

ทุน
น. ของเดิมหรือเงินเดิมที่มีไว้ ลงไว้ กําหนดไว้ จัดตั้งไว้ เพื่อประโยชน์ให้งอกงาม เช่น มีความรู้เป็นทุน มีเงินเป็นทุน; เงินหรือทรัพย์สินอื่น ๆที่ตั้งไว้สําหรับดําเนินกิจการเพื่อหาผลประโยชน์.

ทุนจดทะเบียน
(กฎ) น. จํานวนเงินทุนของบริษัทที่ได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมายและได้กําหนดไว้ในหนังสือบริคณฑ์สนธิของบริษัทโดยแยกออกเป็นหุ้นพร้อมทั้งระบุมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ และจํานวนสูงสุดของหุ้นที่จะออกจําหน่ายได้. (อ. authorized capital).

ทุนทรัพย์
[ทุนซับ, ทุนนะซับ] น. ทรัพย์ที่เป็นทุน, จํานวนทรัพย์ที่ตั้งเป็นทุน(กฎ) จํานวนเงินหรือราคาทรัพย์ที่เรียกร้องกันในคดี.

ทุนนอน
น. เงินทุนประจําที่ได้ดอกผลเสมอ.

ทุนนิยม
น. ระบบเศรษฐกิจที่ยอมให้บุคคลมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพยากรที่เป็นทุนมีเสรีภาพในการผลิต และการค้า. (อ. capitalism).

ทุนรอน
น. ทรัพย์ที่มีเอาไว้ใช้สอยหาผลประโยชน์.

ทุนเรือนหุ้น
(กฎ) น. ทุนจดทะเบียนของบริษัทซึ่งแบ่งออกเป็นหุ้นมีมูลค่าหุ้นละเท่า ๆ กัน. (อ. capital stock).

ทุนสำรอง
(กฎ) น. เงินที่จัดสรรไว้จากเงินกําไรของบริษัทตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท ทุกคราวที่จ่ายเงินปันผล.

ทุนสำรองเงินตรา
(กฎ) น. กองทุนสินทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรักษาไว้เพื่อดํารงไว้ซึ่งเสถียรภาพของเงินตรา.

ทุนหมุนเวียน
(กฎ) น. ทุนที่ตั้งขึ้นเพื่อกิจการซึ่งอนุญาตให้นํารายรับสมทบทุนไว้ใช้จ่ายได้.

ทุ่น
น. สิ่งที่ลอยนํ้าสําหรับให้สิ่งอื่นเกาะหรือเพื่อพยุงสิ่งอื่นให้ลอยนํ้าเช่น ทุ่นแพ ทุ่นทอดสะพาน หรือสําหรับเป็นที่ผูกจอดเรือ เช่นทุ่นสมอ หรือสําหรับเป็นเครื่องหมายในการเดินเรือ เช่น ทุ่นนําร่อง,โดยปริยายหมายถึงพยัญชนะ อ ที่เป็นทุ่นให้สระเกาะ เช่น อา อี อู. ก. ผ่อนหรือช่วยให้สิ้นเปลืองน้อยลง เช่น ทุ่นแรง ทุ่นเวลา ทุ่นสตางค์.

ทุ่นเบ็ด
น. ทุ่นสําหรับผูกสายเบ็ดตกปลา เพื่อเป็นสัญญาณให้รู้ว่าปลากินเบ็ด.

ทุ่นระเบิด
น. เครื่องกีดขวางที่มีอํานาจระเบิด ผูกโซ่ถ่วงให้ลอยประจําอยู่ใต้นํ้าเพื่อทําลายหรือต่อต้านการบุกรุกของฝ่ายศัตรูทางทะเล, ถ้าใช้ฝังพรางไว้บนบก เรียกว่า ทุ่นระเบิดบก, เรียกอาณาบริเวณที่วางทุ่นระเบิดไว้เพื่อป้องกันปิดล้อม หรือจํากัดการเคลื่อนไหวของฝ่ายศัตรูทั้งทางทะเลและทางบกว่า สนามทุ่นระเบิด, เรียกลักษณะการทําลายทุ่นระเบิดที่ศัตรูวางไว้ในทะเลว่ากวาดทุ่นระเบิด.

ทุ่นอวน
น. ทุ่นสําหรับผูกอวนไม่ให้จม.

ทุนนิมิต
ทุนนิมิด] (แบบ) น. ลางร้าย; เครื่องหมายอันชั่วร้าย. (ป. ทุนฺนิมิตฺต).

ทุบ
ก. ใช้ของแข็งเช่นค้อนหรือสิ่งที่มีลักษณะกลม ๆ เป็นต้นตีลงไปบนสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้แตก เช่น ทุบมะพร้าว ทุบอิฐ ทุบหิน หรือเพื่อให้นุ่มให้แหลก เช่น ทุบเนื้อวัว ทุบเนื้อหมู หรือเพื่อให้ตายเช่น ทุบด้วยท่อนจันทน์ ทุบหัวปลา, โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เอากําปั้นทุบหลัง เอามือทุบโต๊ะ.

ทุบตี
ก. ทําร้ายร่างกายด้วยการทุบ ตี เตะ ต่อย เป็นต้น.

ทุบหม้อข้าว
(สํา) ก. ตัดอาชีพ, ทําลายหนทางทำมาหากิน.

ทุบทู
น. เครื่องบังตัวป้องกันอาวุธของโบราณชนิดหนึ่ง.

ทุปปัญญา
[ทุบ-] (แบบ) น. ปัญญาทราม. (ป.).

ทุพพรรณ
[ทุบ-] (แบบ) ว. มีสีไม่งาม, มีผิวไม่งาม. (ป. ทุพฺพณฺณ; ส. ทุรฺวรฺณ).

ทุพพล
[ทุบพน] (แบบ) ว. มีกําลังน้อย, อ่อนแอ, ท้อแท้, ทุรพล ก็ว่า.(ป.; ส. ทุรฺพล).

ทุพพลภาพ
[ทุบพนละพาบ] ว. หย่อนกําลังความสามารถที่จะประกอบการงานตามปรกติได้.

ทุพภิกขภัย
[ทุบพิกขะไพ] น. ภัยอันเกิดจากข้าวยากหมากแพงหรือการขาดแคลนอาหารในบ้านเมือง. (ป.).

ทุพภิกขันดร, ทุพภิกขันดรกัป
[ทุบพิกขันดอน, ทุบพิกขันดะระกับ] น. ระยะเวลาที่กําหนดไว้ว่าเป็นตอนที่ขาดแคลนอาหาร, คู่กับ สัตถันดรกัป คือ ระยะเวลาที่ฆ่าฟันกันไม่หยุดหย่อน. (ป.).

ทุพภิกขันดร, ทุพภิกขันดรกัป
[ทุบพิกขันดอน, ทุบพิกขันดะระกับ] น. ระยะเวลาที่กําหนดไว้ว่าเป็นตอนที่ขาดแคลนอาหาร, คู่กับ สัตถันดรกัป คือ ระยะเวลาที่ฆ่าฟันกันไม่หยุดหย่อน. (ป.).

ทุม, ทุม-
(แบบ) น. ต้นไม้. (ป.).

ทุม, ทุม-
(แบบ) น. ต้นไม้. (ป.).

ทุมราชา
[ทุมมะ-] น. พญาไม้, ชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งใช้ทํายาได้ ใช้ว่า ไม้โพ ก็มี.(พจน. ๒๔๙๓).

ทุ่ม
ก. เอาของหนัก ๆ ทิ้งลงไป เช่น เอาก้อนหินทุ่มลงไปในนํ้า, ทิ้งทับลง,ทิ้งถมลง, โดยปริยายหมายถึงอาการที่คล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น ทุ่มเงิน;ตี เช่น กระทุ่มดั่งทุ่มกร ตีอก เรียมฤๅ. (ตะเลงพ่าย). น. วิธีนับเวลาตามประเพณีสําหรับ ๖ ชั่วโมงแรกของกลางคืน ตั้งแต่ ๑๙ นาฬิกาถึง ๒๔ นาฬิกา เรียกว่า ๑ ทุ่ม ถึง ๖ ทุ่ม, แต่ ๖ ทุ่ม นิยมเรียกว่าสองยาม.

ทุ่มตลาด
ก. นําสินค้าจํานวนมากออกขายในราคาที่ตํ่ากว่าราคาปรกติ; (กฎ)นําสินค้าเข้ามาจําหน่ายในประเทศในราคาที่ตํ่ากว่าราคาปรกติของสินค้านั้น อันก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กิจการอุตสาหกรรมภายในประเทศ. (อ. dumping).

ทุ่มเถียง
ก. เถียงกันรุนแรงอย่างทะเลาะ.

ทุ่มเท
ก. ยอมเสียสละให้อย่างล้นเหลือหรือเต็มกําลังความสามารถ เช่นทุ่มเทเงินทอง ทุ่มเทกําลังความคิด.

ทุ้ม
ว. ไม่แหลม, ตํ่าแต่มีความนุ่มนวลไม่แกร่งกร้าว, (ใช้แก่เสียง). น. เรียกระนาดที่มีเสียงตํ่ากว่าระนาดเอก แต่มีเสียงนุ่มนวลกว่ามีไม้นวม ๒ อันสําหรับตีว่า ระนาดทุ้ม.

ทุมโน
[ทุมมะโน] (แบบ; กลอน) ก. เสียใจ เช่น จะทุมโนโทมนัสน้อยใจไปไยนะน้องหญิง. (ม. ร่ายยาว ชูชก). (ป.).

ทุย
ว. กลมรีอย่างผลมะตูม; เรียกผลมะพร้าวที่เจริญเติบโตตามปรกติจนเปลือกแห้ง รูปรี ๆ กะลาลีบ นํ้าหนักเบาเพราะไม่มีเนื้อและนํ้าว่ามะพร้าวทุย นิยมตัดครึ่งท่อนเพื่อทํากราดวงถูบ้านเป็นต้น; เป็นคําเรียกควายที่มีเขาสั้นหรือหงิกว่า ควายทุย.

ทุ้ย
ก. พูดเดาส่ง, พูดพุ่งส่ง.

ทุร-
[ทุระ-] ว. คําประกอบหน้าคําศัพท์ หมายความว่า ชั่ว, ยาก, ลําบาก,น้อย, ไม่มี, เช่น ทุรค ว่า ที่ไปถึงยาก, ทางลําบาก. (ส.).

ทุรกันดาร
ว. ที่ไปมาลําบากมาก, ที่ห่างไกลความเจริญ.

ทุรคม
ก. ไปลําบาก, ไปถึงยาก. (ส.).

ทุรชน
น. ทรชน, คนชั่วร้าย. (ส.).

ทุรชาติ
น. ชาติชั่ว. (ส.).

ทุรพล
ว. มีกําลังน้อย, อ่อนแอ, ท้อแท้, ทุพพล ก็ว่า. (ส.).

ทุรภิกษ์
น. การอัตคัดเสบียง. (ส.).

ทุรลักษณ์
ว. มีลักษณะไม่ดี; มีเครื่องหมายชั่ว. (ส.).

ทุรศีลธรรม
น. การกระทำผิดศีลธรรมอันดีของประชาชน. (อ. immoral).

ทุรน
(กลอน) ก. เดือดร้อน, ดิ้นรน, เช่น จะทุรนเดือดแด. (นิทราชาคริต).

ทุรนทุราย
ก. กระวนกระวาย, กระสับกระส่าย, ดิ้นรนจะให้พ้นจากทรมาน.

ทุรัถยา
[-รัดถะยา] (แบบ) น. ทางไกล. (พงศ. เลขา).

ทุรัศ
(กลอน) ว. ไกล เช่น ทุรัศกันดาร. (ส.; ป. ทูร).

ทุราคม
น. การถึงลําบาก, การอยู่ทางไกล. (ป.).

ทุราจาร
น. ความประพฤติชั่วช้าเลวทรามในที่ซึ่งไม่ควร. (ป.).

ทุราธวา
[ทุราทะวา] (กลอน) น. ทางลําบาก, ทางทุรกันดาร. [ส. ทุรธฺวา,ทุรฺ- (ยาก, ลำบาก) + อธฺวนฺ (ทางไกล)].

ทุเรศ
(ปาก) คําพูดแสดงความรู้สึกเมื่อประสบสิ่งที่ขัดหูขัดตาหรือเป็นที่น่าสมเพชเป็นต้น.

ทุเรียน
น. ชื่อไม้ต้นชนิด Durio zibethinus L. ในวงศ์ Bombacaceaeผลเป็นพู ๆ มีหนามแข็งเต็มทั่วลูก เนื้อมีรสหวานมัน มีหลายพันธุ์เช่น กบ ก้านยาว กําปั่น ทองย้อย หมอนทอง.

ทุเรียนแขก
ดู ทุเรียนเทศ.

ทุเรียนเทศ
น. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Annona muricata L. ในวงศ์Annonaceae ผลมีหนามขรุขระ รสหวานอมเปรี้ยว กินได้,ทุเรียนแขก ก็เรียก.

ทุลักทุเล
ว. อาการที่เป็นไปอย่างขลุกขลัก ยุ่งยาก วุ่นวาย ไม่เป็นระเบียบ.

ทุเลา
ก. ค่อยยังชั่ว เช่น ไข้ทุเลา; ผ่อนผัน เช่น ขอทุเลาไปอีกสัก ๒-๓ วัน.

ทุวิธะ
(แบบ) ว. ๒ อย่าง. (ป.).

ทุศีล
ว. ล่วงละเมิดศีลหรือวินัย (มักใช้แก่นักบวชนักพรต). (ส.; ป. ทุสฺสีล).

ทุษฐ-
[ทุดถะ-] ก. ประทุษร้าย. (ส.; ป. ทุฏฺ?).

ทุส-, ทุสสะ
[ทุดสะ-] (แบบ) น. ผ้า เช่น กฐินทุสทาน ว่า ถวายผ้ากฐิน. (ป. ทุสฺส).

ทุส-, ทุสสะ
[ทุดสะ-] (แบบ) น. ผ้า เช่น กฐินทุสทาน ว่า ถวายผ้ากฐิน. (ป. ทุสฺส).

ทุสสีล
[ทุดสีน] (แบบ) ว. ทุศีล. (ป.).

ทู ๑
(กลอน) ว. สอง เช่น ลูกเสือสนองคําโคทู. (เสือโค).

ทู ๒
(๑) ชื่อปลาทะเลชนิด Rastrelliger brachysoma ในวงศ์ Scombridaeตัวยาวเรียว แบนข้างเป็นรูปกระสวย คอดหางแคบปากกว้างเอียงขึ้นเล็กน้อย มีครีบหลัง ๒ ตอน ตอนที่ ๒ อยู่ตรงข้ามกับครีบก้น โดยต่างก็มีครีบย่อย ๕ อัน เรียงต่ออยู่ข้างท้าย เกล็ดเล็กบาง ข้างหลังสีนํ้าเงินชิดโคนครีบหลังตอนแรกมีจุดสีดํา ๓-๖ จุดเรียงอยู่ ๑ แถว ข้างท้องสีขาวเงิน อาศัยรวมกันเป็นฝูงใหญ่ใกล้ผิวนํ้า. (๒) ดู ลัง ๒.

ทูโม่ง
ดู ลัง ๒.

ทู่
ว. ไม่แหลม (ใช้แก่ของที่มีลักษณะยาวแหลม แต่ขาดความแหลมไปเพราะความสึกกร่อนด้วยการใช้เป็นต้น) เช่น ดินสอทู่ เข็มทู่.

ทู้
ก. ยอมอยู่ในอํานาจ.

ทูกัง
น. ชื่อปลาทะเลชนิด Arius leiotetocephalus ในวงศ์ Ariidaeไม่มีเกล็ด มีหนวด ส่วนหน้าของครีบหลังและครีบอกมีก้านครีบเป็นเงี่ยง จัดอยู่ในพวกปลากดขนาดใหญ่ แต่แตกต่างจากปลาชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน โดยมีกระดูกบริเวณท้ายทอยเป็นแผ่นกลมรีใหญ่กว่าชนิดอื่น ๆ ทั้งหมด อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลหรือนํ้ากร่อยโดยเฉพาะบริเวณปากแม่นํ้า, ทุกัง ก็เรียก.

ทู่ซี้
(ปาก) ก. ทนไปจนกว่าจะตาย.

ทูต
น. ผู้นําข้อความไปแจ้งทั้ง ๒ ฝ่าย, ผู้รับใช้ไปเจรจาแทน, ผู้สื่อสาร,ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทนไปยังต่างประเทศ เพื่อเจรจาหรือเจริญสันถวไมตรีเป็นทางราชการ. (ป.).

ทูตานุทูต
น. ทูตใหญ่น้อย, คณะทูต. (ป.).

ทูน ๑
ก. เทิน, เอาของไว้บนศีรษะ, เช่น เอาของทูนหัว.

ทูนหัว
น. คำพูดแสดงความรักใคร่หรือยกย่อง เช่น พ่อทูนหัวแม่ทูนหัว.

ทูน ๒
ว. ชิดทางใน (บอกควายในเวลาไถนา).

ทูน้ำจืด
ดู นวลจันทร์ทะเล.

ทูบ
น. ไม้แม่แคร่เกวียนที่ยื่นออกไปติดกับแอก.

ทูม
ก. บวม, อูม, ในคําว่า คางทูม หมายถึงโรคที่ทําให้คางบวม.

ทูมทาม
ว. เทิบทาบ.

ทูร-
[ทูระ-] ว. คําประกอบหน้าคําศัพท์ หมายความว่า ไกล เช่นทูรบถทูรมรรคา ว่า ทางยาว, ทางไกล. (ป.).

ทูล
ก. บอก, กล่าว, (ใช้แก่เจ้านาย). (ข.).

ทูลกระหม่อม ๑
น. คําสําหรับเรียกเจ้าฟ้าซึ่งมีพระราชชนนีเป็นอัครมเหสีหรือมีพระราชชนนีเป็นพระราชธิดาในพระมหากษัตริย์รัชกาลใดรัชกาลหนึ่ง.

ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
(ราชา) ก. ถวาย (ใช้แก่ของที่ยกได้ที่ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนีสมเด็จพระยุพราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และสมเด็จพระบรมราชกุมารี),ในการเขียนใช้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย หรือ ทูลเกล้าฯ ถวาย ก็ได้.

ทูลกระหม่อม ๑
ดูใน ทูล.

ทูลกระหม่อม ๒
น. ชื่อปูน้ำจืดชนิด Thaipotamon chulabhorn ในวงศ์ Potamidaeกระดองสีม่วงเข้มคล้ายสีเปลือกมังคุด ขาและขาก้ามสีเหลืองอมส้มปลายก้ามและขาสีขาว ขุดรูอยู่ พบในป่าดูนลำพัน อำเภอนาเชือกจังหวัดมหาสารคาม.

ทูเลียม
น. ธาตุลําดับที่ ๖๙ สัญลักษณ์ Tm เป็นโลหะ ลักษณะเป็นของแข็งหลอมละลายที่ ๑๕๔๕?ซ. (อ. thulium).

ทูษก
[ทู-สก] (แบบ) น. ผู้ประทุษร้าย. (ส.; ป. ทูสก).

Related Posts

Leave a Reply

© 2026 Ninenovel - Theme by WPEnjoy

Discover more from Ninenovel TV Drama Series

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading