ฉ ๑
พยัญชนะตัวที่ ๙ นับเป็นพวกอักษรสูง
ฉ ๒
[ฉอ, ฉ้อ, ฉะ] ว. หก, สําหรับประกอบหน้าศัพท์อื่น. (ป.).
ฉกษัตริย์
[ฉ้อกะสัด, ฉอกะสัด] น. กษัตริย์ ๖ พระองค์, ชื่อกัณฑ์ที่ ๑๒ ของมหาชาติ.
ฉกามาพจร, ฉกามาวจร
[ฉะกามาพะจอน, ฉะกามาวะจอน] น. สวรรค์ ๖ ชั้น ได้แก่ ๑. จาตุมหาราชหรือจาตุมหาราชิกหรือจาตุมหาราชิกา ๒. ดาวดึงส์ ๓. ยามา ๔. ดุสิต๕. นิมมานรดี ๖. ปรนิมมิตวสวัตดี. (ป. ฉ + กาม + อวจร).
ฉกามาพจร, ฉกามาวจร
[ฉะกามาพะจอน, ฉะกามาวะจอน] น. สวรรค์ ๖ ชั้น ได้แก่ ๑. จาตุมหาราชหรือจาตุมหาราชิกหรือจาตุมหาราชิกา ๒. ดาวดึงส์ ๓. ยามา ๔. ดุสิต๕. นิมมานรดี ๖. ปรนิมมิตวสวัตดี. (ป. ฉ + กาม + อวจร).
ฉทวาร
[ฉะทะวาน] น. ทวารทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ.
ฉทานศาลา
[ฉ้อทานนะสาลา] น. ศาลาเป็นที่ทําทาน ๖ แห่ง, บางทีเขียนว่าศาลาฉทาน.
ฉศก
[ฉอสก] น. เรียกปีจุลศักราชที่ลงท้ายด้วยเลข ๖ เช่น ปีชวดฉศกจุลศักราช ๑๓๔๖.
ฉก ๑
ก. ฉวยหรือชิงเอาโดยเร็ว; สับ, โขก, เช่น งูฉก.
ฉกจวัก
[-จะหฺวัก] ก. ชูหัวขึ้นแผ่พังพานทําท่าจะฉก (ใช้แก่งู).
ฉกฉวย
ก. ยื้อแย่งเอาไปต่อหน้า.
ฉกชิง
ก. แย่งชิงเอาไปซึ่งหน้า.
ฉก ๒
น. ชื่อปาล์มชนิด Arenga westerhoutii Griff. วงศ์ Palmae ขึ้นตามป่าดิบชื้นทางภาคใต้ใบด้านล่างเป็นคราบสีเทา ไม่ใคร่หักหรือพับจั่นเป็นพวงห้อย ออกผลเป็นทะลายใหญ่, รังกับ หรือ รังไก่ ก็เรียก.
ฉกรรจ์
[ฉะกัน] ว. ห้าวหาญ เช่น ใจฉกรรจ์, แข็งแรงสมบูรณ์ เช่น วัยฉกรรจ์ชายฉกรรจ์, รุนแรงอาจถึงตาย เช่น แผลฉกรรจ์.
ฉกรรจ์ลำเครื่อง
(โบ) น. ทหารที่เลือกคัดและแต่งเครื่องรบพร้อมที่จะเข้ารบได้ทันทีเช่น พลฉกรรจ์ลำเครื่องแสนหนึ่ง ช้างเครื่องแปดร้อย. (พงศ. เลขา).
ฉกาจ, ฉกาจฉกรรจ์
[ฉะกาด, ฉะกาดฉะกัน] ว. เก่งกาจ, ดุร้าย, กล้าแข็ง.
ฉกาจ, ฉกาจฉกรรจ์
[ฉะกาด, ฉะกาดฉะกัน] ว. เก่งกาจ, ดุร้าย, กล้าแข็ง.
ฉง
ดู กระฉง.
ฉงน
[ฉะหฺงน] ก. สงสัย, ไม่แน่ใจ, แคลงใจ.
ฉงาย ๑
[ฉะหฺงาย] ก. สงสัย.
ฉงาย ๒
[ฉะหฺงาย] ว. ไกล, ห่าง. (ข.).
ฉทึง
[ฉะ-] น. แม่น้ำ เช่น ฉทึงธารคีรีเหวผา. (ดุษฎีสังเวย), ใช้ว่า จทึง ชทึงชรทึง สทิง สทึง หรือ สรทึง ก็มี. (ข. สฺทึง ว่า คลอง).
ฉนวน ๑
[ฉะหฺนวน] น. ทางเดินซึ่งมีเครื่องกําบัง ๒ ข้าง สําหรับพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายฝ่ายในเสด็จขึ้นลงหรือเข้าออก. ก. กําบัง, คั่น, กั้น.
ฉนวน ๒
[ฉะหฺนวน] น. วัตถุที่ไฟฟ้าหรือความร้อนผ่านไม่ได้สะดวก, วัตถุที่ไม่เป็นตัวนําไฟฟ้า หรือความร้อน. (อ. insulator).
ฉนวน ๓
[ฉะหฺนวน] น. ดินแดนที่มีทางออกทะเลหรือที่ทําให้ดินแดนถูกแยกออกเป็น ๒ ฟาก. (อ. corridor).
ฉนวน ๔
[ฉะหฺนวน] น. ชื่อไม้ต้นขนาดกลางชนิด Dalbergia nigrescens Kurzในวงศ์ Leguminosae เนื้อไม้อ่อน ไม่ทนทาน, สนวน หรือ ชนวน ก็เรียก.
ฉนัง
[ฉะหฺนัง] น. หม้อ, โบราณเขียนเป็น ฉนงง ก็มี เช่น ฉนงงบ่อมาทนนสายแสบท้อง. (กำสรวล). (ข.).
ฉนาก
[ฉะหฺนาก] น. ชื่อปลาทะเลขนาดใหญ่ในสกุล Pristis วงศ์ Pristidae เป็นปลากระดูกอ่อน จัดอยู่ในอันดับ Rajiformes มีเหงือก ๕ คู่อยู่ใต้ส่วนหัวบริเวณปลายสุดของหัวมีแผ่นกระดูกยื่นยาวมาก ขอบทั้ง ๒ ข้างมีซี่กระดูกแข็งคล้ายฟันเรียงห่างกันอย่างสม่าเสมอข้างละ ๑ แถวโดยตลอด ชนิด P. cuspidatus มี ๒๓-๓๕ คู่, ชนิด P. microdon มี ๑๗-๒๐ คู่.
ฉนำ
[ฉะหฺนํา] น. ปี. (ข.).
ฉบบ
[ฉะ-] น. แบบ, เล่มหนังสือ, เรื่อง. (ข. จฺบาบ่).
ฉบัง
[ฉะ-] น. ชื่อกาพย์ชนิดหนึ่ง บทละ ๑๖ คํา แบ่งเป็น ๓ วรรค วรรคที่ ๑และ ๓ มี ๖ คำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำ เช่น ไว้ปากไว้วากย์วาที ไว้วงศ์กระวีไว้เกียรติ์และไว้นามกร. (สามัคคีเภท). (ข. จฺบำง).
ฉบัด
[ฉะ-] (กลอน) ว. ชัด, สันทัด, ทันทีทันใด, เช่น เจ้าช้างจึ่งรู้ฉบัด. (ลอ),เร่งยอมนุญาตเยาวฉบัด. (สรรพสิทธิ์). (ข. จฺบาส่).
ฉบับ
[ฉะ-] น. หนังสือเรื่องเดียวกันซึ่งมีข้อความหรือสํานวนแตกต่างกันเป็นต้นเช่น พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ต้นเดิมของหนังสือที่พิมพ์หรือเขียน เรียกว่า ต้นฉบับ; ลักษณนามเรียกหนังสือเล่มหรือหนังสือเป็นแผ่นที่ถือว่าเป็นหน่วยหนึ่ง ๆ เช่น จดหมาย ๓ ฉบับ สลากกินแบ่ง ๕ ฉบับหนังสือสัญญา ๒ ฉบับ. (ข. จฺบาบ่).
ฉพีสติม-
[ฉะพีสะติมะ-] (แบบ) ว. ที่ ๒๖ เช่น ฉพีสติมสุรทิน ว่า วันที่ ๒๖ (แห่งเดือนสุริยคติ). (ป.).
ฉม
น. กลิ่นหอม, เครื่องหอม.
ฉมบ
[ฉะมบ] น. ผีผู้หญิงที่ตายในป่าและสิงอยู่ในบริเวณที่ตาย มีรูปเห็นเป็นเงา ๆ แต่ไม่ทําอันตรายใคร เช่น อนึ่งเปนสัจว่าเปนฉมบจะกละกะสือแลมาฟ้องร้องเรียนแก่มุขลูกขุนก็ดี ๒๐. (สามดวง), ชมบ หรือ ทมบ ก็ว่า.(ข. ฉฺมบ ว่า หมอตําแย).
ฉมวก
[ฉะหฺมวก] น. เครื่องมือแทงปลาเป็นต้น มีง่ามเป็น ๑, ๓ หรือ ๕ ขา ที่ปลายขาทำเป็นเงี่ยง มีด้ามยาว. (ข. จฺบูก).
ฉมวย
[ฉะหฺมวย] (กลอน) ก. ฉวย, จับ; ได้. ว. แม่น, ขลัง.
ฉม่อง
[ฉะหฺม่อง] น. คนตีฆ้อง เช่น พานรนายฉม่องว่องไว คุมคนธรรพ์ไปประจานให้ร้องโทษา. (คําพากย์).
ฉมัง
[ฉะหฺมัง] ว. แม่น เช่น มือฉมัง, ขลัง เช่น เป่ามนตร์ฉมัง.
ฉมัน
[ฉะหฺมัน] น. สมัน.
ฉมา
[ฉะมา] น. แผ่นดิน. (ป.; ส. กฺษมา).
ฉมำ
[ฉะหฺมํา] ว. แม่น, ไม่ผิด, ขลัง.
ฉล
[ฉะละ, ฉน] น. ความฉ้อโกง. ก. โกง. (ป., ส.).
ฉลวย
[ฉะหฺลวย] ว. สวยสะโอดสะอง.
ฉลวยฉลาด
ว. ปัญญาดีงาม.
ฉลอง ๑
[ฉะหฺลอง] ก. ทําบุญหรือบูชาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นงานเอิกเกริกเพื่อแสดงความปีติยินดี เช่น ฉลองพระ ฉลองหนังสือ ฉลองอายุ, จัดงานเอิกเกริกเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ เช่น ฉลองปริญญา, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ เฉลิม เป็น เฉลิมฉลอง.
ฉลอง ๒
[ฉะหฺลอง] ก. แทน, ทดแทน, เช่น ฉลองคุณ.
ฉลองศรัทธา
(ปาก) ก. ตอบแทนเต็มที่.
ฉลอง ๓
[ฉะหฺลอง] ก. จำลอง, รอง, แทน, ช่วย.
ฉลองได
(ราชา) น. ไม้เกาหลัง.
ฉลองพระกรน้อย
(ราชา) น. ชื่อเสื้อชั้นในที่แขนต่อแถบรัดคู่กับฉลองพระองค์ทรงประพาส,พระกรน้อย ก็ว่า.
ฉลองพระเนตร
(ราชา) น. แว่นตา.
ฉลองพระบาท
(ราชา) น. รองเท้า.
ฉลองพระศอ
(ราชา) น. สร้อยนวม.
ฉลองพระหัตถ์
(ราชา) น. ช้อนส้อม, ตะเกียบ, มีดสำหรับโต๊ะอาหาร, ใช้ว่า ฉลองพระหัตถ์ช้อนส้อม ฉลองพระหัตถ์ตะเกียบ ฉลองพระหัตถ์มีด.
ฉลองพระองค์, ฉลององค์
(ราชา) น. เสื้อ.
ฉลองพระองค์, ฉลององค์
(ราชา) น. เสื้อ.
ฉลอง ๔
[ฉะหฺลอง] (โบ) ก. ข้าม ในคำว่า ท่าฉลอง คือ ท่าสำหรับข้าม. (ข. ฉฺลง).
ฉลอม
[ฉะหฺลอม] น. ชื่อเรือต่อชนิดหนึ่ง คล้ายเรือกระแชง หัวท้ายงอนเรียวกลาง ป่องตัวเรือเป็นเหลี่ยม กระดานข้างเรือเป็นทับเกล็ด นิยมใช้ตามหัวเมืองชายทะเลแถบปากอ่าวสำหรับบรรทุกสินค้าหรือหาปลา สมัยโบราณเวลาเกิดศึกสงครามก็จะถูกเกณฑ์ไปใช้ในราชการทัพด้วยอาจติดใบหรือไม่ก็ได้.
ฉลอมท้ายญวน
น. ชื่อเรือใบเดินทะเลรูปท้ายตัด ใช้ทางทะเลด้านตะวันออก.
ฉลัก
[ฉะหฺลัก] ก. สลัก, แกะให้เป็นลวดลาย. (ข. ฉฺลาก่ ว่า สลัก).
ฉลับ
[ฉะหฺลับ] (กลอน) ก. สลับ เช่น แล่นลล้าวฉลับพล. (สมุทรโฆษ).
ฉลาก
[ฉะหฺลาก] น. สิ่งเช่นติ้ว ตั๋ว หรือแผ่นกระดาษเล็ก ๆ เป็นต้น ซึ่งทําเป็นเครื่องหมายกําหนดไว้เนื่องในการเสี่ยงโชคเสี่ยงทายเป็นต้น; ป้ายบอกชื่อยา ใช้ปิดขวดยารักษาโรค เรียกว่า ฉลากยา; สลาก ก็ว่า; (กฎ) รูปรอยประดิษฐ์ เครื่องหมายหรือข้อความใด ๆ ที่แสดงไว้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุยา อาหาร หรือผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ฉลากยา ฉลากเครื่องสําอาง.
ฉลากบาง
น. ชื่อเรือชนิดหนึ่ง.
ฉลาง
[ฉะหฺลาง] น. ชื่อชนชาติเดิมพวกหนึ่ง อยู่ทางทะเลด้านตะวันตกของแหลมมลายู, ชาวน้ำ หรือ ชาวเล ก็เรียก. (ม. ว่า ซะลัง); ชื่อผ้าที่มีลายชนิดหนึ่ง เรียกว่า ผ้าลาย ฉลาง เช่น พวกโขลนเลวลายฉลางกับริ้วญวน.(ขุนช้างขุนแผน).
ฉลาด ๑
[ฉะหฺลาด] ว. เฉียบแหลม, ไหวพริบดี, ปัญญาดี. (ข. ฉฺลาต, ฉฺลาส).
ฉลาดเฉลียว
ว. มีปัญญาและไหวพริบดี, เฉลียวฉลาด ก็ว่า. (ข. ฉฺลาตเฉฺลียว,ฉฺลาสเฉฺลียว).
ฉลาด ๒
[ฉะหฺลาด] ดู สลาด.
ฉลาม
[ฉะหฺลาม] น. ชื่อปลาทะเลหลายวงศ์ในอันดับ Lamniformes เป็นปลากระดูกอ่อน เหงือกส่วนใหญ่มี ๕ คู่อยู่ข้างส่วนหัว แฉกบนของหางยกสูงขึ้นและยาวมาก ตัวผู้ขอบในของครีบท้องขยายใหญ่มีแท่งอวัยวะสืบพันธุ์ เรียกว่า เดือย บางชนิดเป็นปลาผิวน้า เช่น ฉลามหนู (Scoliodonsorrakowvah), ฉลามเสือเสือทะเล พิมพา หรือตะเพียนทอง (Galeocerdocuvieri) บางชนิดอยู่สงบตามพื้นท้องทะเล เช่น ฉลามกบ หรือ ฉลามหิน(Chiloscyllium griseum) บางชนิดอยู่ในน้ำลึกมาก เช่น ฉลามน้ำลึก(Squalus fernandinus) บางชนิดขนาดใหญ่มาก เช่น ฉลามวาฬ (Rhincodontypus) บางชนิดหัวแผ่แบน เรียก ฉลามหัวค้อน หรือ อ้ายแบ้ เช่น ชนิดSphyrna leweni.
ฉลามเสือ
ดู พิมพา.
ฉลาย
[ฉะหฺลาย] ก. สลาย, แตกพัง, ทลาย, ละลาย.
ฉลิว
[ฉะหฺลิว] น. เฉลว.
ฉลีก
[ฉะหฺลีก] (กลอน) ก. ฉีก, ทําให้ขาดจากกัน; แยกออกจากกัน.
ฉลุ
[ฉะหฺลุ] ก. ปรุ, สลัก.
ฉลุลาย
ก. ฉลุให้เป็นลาย, ลายที่ฉลุแล้ว เรียกว่า ลายฉลุ.
ฉลุกฉลวย
[ฉะหฺลุกฉะหฺลวย] ว. รวดเร็ว.
ฉลู
[ฉะหฺลู] น. ชื่อปีที่ ๒ ของรอบปีนักษัตร มีวัวเป็นเครื่องหมาย. (ข. ฉฺลูว).
ฉวย
ก. คว้า จับ หรือหยิบเอาโดยเร็ว. สัน. ถ้า, แม้.
ฉวยฉาบ
(กลอน) ก. จิกหรือหยิบแล้วบินหรือพาไป เช่น ฉวยฉาบคาบนาคีเป็นเหยื่อ. (เห่เรือ).
ฉวะ
[ฉะวะ] (แบบ) น. ร่างสัตว์หรือคนที่ตายแล้ว, ซากศพ. (ป.; ส. ศว).
ฉวัดเฉวียน
[ฉะหฺวัดฉะเหฺวียน] ก. อาการที่บินวนเวียนไปมาอย่างผาดโผนเช่น บินฉวัดเฉวียน, แล่นเร็วอย่างผาดโผน เช่น ขับรถฉวัดเฉวียน. ว. วนเวียน. (ข. ฉฺวาต่เฉวียล).
ฉวาง
[ฉะหฺวาง] น. วิธีเลขชั้นสูงของโบราณอย่างหนึ่ง. (ข. ฉฺวาง) ก. ขวางเช่น อันว่า พยัคฆราช อันฉวางมรรคาพระมัทรี. (ม. คําหลวง มัทรี).
ฉวี
[ฉะหฺวี] น. ผิวกาย. (ป., ส. ฉวิ).
ฉ้อ
ก. โกง เช่น ฉ้อทรัพย์.
ฉ้อโกง
(กฎ) น. ชื่อความผิดอาญาฐานหลอกลวงผู้อื่นโดยทุจริต ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยการหลอกลวง ดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามหรือทําให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิเรียกว่า ความผิดฐานฉ้อโกง.
ฉ้อฉล
ก. ใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากล่าวเพื่อให้เขาหลงผิด.
ฉ้อราษฎร์บังหลวง
ก. การที่พนักงานเจ้าหน้าที่เก็บเงินจากราษฎรแล้วไม่ส่งหลวงหรือเบียดบังเงินหลวง.
ฉอก
ว. แหว่ง, เว้า, (ใช้กับลักษณะของผม) ในคําว่า ผมฉอก, กระฉอก ก็ใช้.
ฉ่อง
ว. ข้างล่างแคบข้างบนกว้าง คือ ตีนสอบ เช่นพูดว่า เรือนหลังนี้ตีนมันฉ่องเข้าไปนัก. (ดิกชนารีไทย). ก. กระจ่าง เช่น ฉ่องพระโฉม; ส่อง.เช่น คันฉ่อง
ฉอด ๆ
ว. อาการที่พูดหรือเถียงไม่หยุดปาก เช่น พูดฉอด ๆ เถียงฉอด ๆ.
ฉ่อย
น. ชื่อเพลงสําหรับว่าแก้กันระหว่างชายกับหญิง เป็นเพลงที่นิยมว่าปากเปล่าโดยอาศัยปฏิภาณเป็นสําคัญ เมื่อว่าจบบทแล้ว ลูกคู่จะรับพร้อมกันว่า ชา ฉา ชา ฉาด ชา หน่อยแม่.
ฉอเลาะ
ว. พูดออดอ้อนหรือแสดงกิริยาทํานองนั้นเพื่อให้เขาเอ็นดูเป็นต้น (มักใช้เฉพาะเด็กหรือผู้หญิง).
ฉะ ๑
ก. ฟันลงไป; (ปาก) คําใช้แทนกริยาได้หลายอย่างแล้วแต่คําห้อมล้อมเช่น ฉะปาก หมายความว่า ต่อยปาก, ฉะข้าว หมายความว่า กินข้าว.
ฉะหน้าโรง
น. วิธีของเพลงทำนองหนึ่ง.
ฉะ ๒
คำกร่อนของคำหน้าซึ่งซ้ำกับคำหลังในคำที่มี ฉ เป็นพยัญชนะต้นในบทกลอน เช่น ฉาดฉาด กร่อนเป็น ฉะฉาด ฉ่ำฉ่ำ กร่อนเป็น ฉะฉ่ำ มีคำแปลอย่างเดียวกับคำเดิมนั้น และมีความหมายในทางย้ำหรือเน้นคำ.
ฉะกะ
ก. ระกะ เช่น โกมุทอุบลบานฉะกะ. (อนิรุทธ์).
ฉะฉาด
(กลอน) ว. ฉาด, เสียงอย่างเสียงของแข็งกระทบกัน.
ฉะฉาน
ว. อาการที่พูดห้าวหาญและชัดถ้อยชัดคํา, ฉาดฉาน ก็ใช้.
ฉะฉ่ำ
(กลอน) ว. ฉ่า, ชุ่มชื้น.
ฉะฉี่
(กลอน) ว. ฉี่, เสียงดังอย่างเสียงของที่ทอดน้ำมัน.
ฉะเฉื่อย
(กลอน) ว. เฉื่อย, ช้า, เรื่อย ๆ, ไม่รีบร้อน.
ฉะต้า
(โบ) อ. ชะต้า.
ฉะนั้น
ว. ฉันนั้น, เช่นนั้น, อย่างนั้น, ดังนั้น, ดั่งนั้น, เพราะฉะนั้น, เพราะเหตุนั้น.
ฉะนี้
ว. ฉันนี้, เช่นนี้, อย่างนี้, ดังนี้, ดั่งนี้, เพราะฉะนี้, เพราะเหตุนี้.
ฉะอ้อน
ก. แสดงกิริยาวาจาเพื่อให้เขาเมตตา, ชะอ้อน ก็ใช้. ว. กล้องแกล้ง,แน่งน้อย, รูปเล็กบาง, ชะอ้อน ก็ใช้.
ฉักกะ
(แบบ) น. หมวด ๖ คือ รวมสิ่งละหก ๆ. (ป.).
ฉัฐ
[ฉัดถะ] (แบบ) ว. ที่ ๖. (ป. ฉฏฺ?).
ฉัด
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ก. เตะ.
ฉัตร ๑, ฉัตร-
[ฉัด, ฉัดตฺระ-] น. เครื่องสูงชนิดหนึ่ง มีรูปคล้ายร่มที่ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ชั้นบนมีขนาดเล็กกว่า ชั้นล่างลดหลั่นกันไปโดยลําดับ สําหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือเชิญเข้ากระบวนแห่เป็นเกียรติยศ. (ส. ฉตฺร; ป. ฉตฺตว่า ร่ม); ส่วนที่ต่อจากปุ่มฆ้องเป็นฐานแผ่ออกไปแล้วงองุ้มลงมาเป็นขอบโดยรอบอย่างฉัตร; ชื่อดาวฤกษ์อารทรา.
ฉัตร ๑, ฉัตร-
[ฉัด, ฉัดตฺระ-] น. เครื่องสูงชนิดหนึ่ง มีรูปคล้ายร่มที่ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ชั้นบนมีขนาดเล็กกว่า ชั้นล่างลดหลั่นกันไปโดยลําดับ สําหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือเชิญเข้ากระบวนแห่เป็นเกียรติยศ. (ส. ฉตฺร; ป. ฉตฺตว่า ร่ม); ส่วนที่ต่อจากปุ่มฆ้องเป็นฐานแผ่ออกไปแล้วงองุ้มลงมาเป็นขอบโดยรอบอย่างฉัตร; ชื่อดาวฤกษ์อารทรา.
ฉัตรบรรณ
[ฉัดตฺระบัน] น. ต้นสัตบรรณ.
ฉัตรมงคล
[ฉัดตฺระ] น. พระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร ทําในวันซึ่งตรงกับวันบรมราชาภิเษก.
ฉัตรสามชั้น
[ฉัด-] น. ชื่อกลบทชนิดหนึ่ง ตัวอย่างว่า หวนสวาทโหยถวิลโหยสวาทหวนครวญคะนึงคะเนนึกคะนึงครวญ ใจเศร้าโศกแสนกําสรวลโศกเศร้าใจ.
ฉัตร ๒
[ฉัด] น. ไม้เล็ก ๆ ซึ่งจัดไว้ที่วงฆ้องระหว่างลูกฆ้อง.
ฉัททันต์
(แบบ) น. ชื่อช้างตระกูล ๑ ใน ๑๐ ตระกูลเรียกว่า ฉัททันตหัตถี กายสีขาวบริสุทธิ์ดั่งสีเงินยวง แต่ปากและเท้าสีแดง. (ดู กาฬาวก); ชื่อสระใหญ่สระ๑ ในสระทั้ง ๗ ในป่าหิมพานต์. (ป.).
ฉัน ๑
ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด พูดกับผู้ที่เสมอกันหรือผู้ใหญ่พูดกับผู้น้อย, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
ฉัน ๒
ก. กิน (ใช้แก่ภิกษุสามเณร).
ฉัน ๓
ว. เสมอเหมือน, เช่น, อย่าง, เช่น ฉันญาติ.
ฉันใด
ว. อย่างไร, อย่างใด, เช่นใด. ส. อย่างใด, เช่นใด, (เป็นคำที่ใช้เข้าคู่กับคำฉันนั้น ซึ่งเป็นคํารับ).
ฉันนั้น
ส. อย่างนั้น, เช่นนั้น, (เป็นคำรับใช้เข้าคู่กับคำ ฉันใด).
ฉัน ๔
ว. มีแสงกล้า, มีแสงพุ่งออกไป, เช่น พระสุริฉัน.
ฉันท- ๑, ฉันท์ ๑
[ฉันทะ] น. ชื่อคําประพันธ์ประเภทหนึ่งที่วางคํา ครุ ลหุ เป็นแบบต่าง ๆ. (ป.).
ฉันท- ๑, ฉันท์ ๑
[ฉันทะ] น. ชื่อคําประพันธ์ประเภทหนึ่งที่วางคํา ครุ ลหุ เป็นแบบต่าง ๆ. (ป.).
ฉันทลักษณ์
[ฉันทะลัก] น. ลักษณะแบบแผนคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง, ชื่อตำราไวยากรณ์ตอนที่ว่าด้วยลักษณะของคำประพันธ์.
ฉันทวิลาส
[ฉันทะวิลาด] น. ชื่อเพลงทำนองหนึ่ง. (ดึกดําบรรพ์).
ฉันทศาสตร์
[ฉันทะสาด] น. ตำราว่าด้วยการแต่งฉันท์ทั้งที่เป็นมาตราพฤติและวรรณพฤติ เป็นศิลปศาสตร์อย่างหนึ่งในศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ. (ส.).
ฉันท- ๒, ฉันท์ ๒, ฉันทะ
น. ความพอใจ, ความรักใคร่, ความชอบใจ, ความยินดี; ความร่วมความคิดความเห็นกัน เช่น ลงมติเป็นเอกฉันท์, ความไว้เนื้อเชื่อใจเช่น มอบฉันทะ. (ป.).
ฉันท- ๒, ฉันท์ ๒, ฉันทะ
น. ความพอใจ, ความรักใคร่, ความชอบใจ, ความยินดี; ความร่วมความคิดความเห็นกัน เช่น ลงมติเป็นเอกฉันท์, ความไว้เนื้อเชื่อใจเช่น มอบฉันทะ. (ป.).
ฉันท- ๒, ฉันท์ ๒, ฉันทะ
น. ความพอใจ, ความรักใคร่, ความชอบใจ, ความยินดี; ความร่วมความคิดความเห็นกัน เช่น ลงมติเป็นเอกฉันท์, ความไว้เนื้อเชื่อใจเช่น มอบฉันทะ. (ป.).
ฉันทา
(กลอน) ก. ลําเอียงเพราะรักใคร่ชอบใจ เช่น พระแก่วันชันษากว่าข้านี้นึกว่าพี่น้องกันไม่ฉันทา. (อภัย).
ฉันทาคติ
น. ความลำเอียงเพราะความรักใคร่ชอบใจ เป็นอคติ ๑ ในอคติ ๔ ได้แก่ฉันทาคติ โทสาคติ ภยาคติ และโมหาคติ. (ป. ฉนฺท + อคติ).
ฉันทานุมัติ
[ฉันทานุมัด] น. ความเห็นชอบตามโดยความพอใจ, การได้รับมอบหมายด้วยความเต็มใจ. (ป. ฉนฺท + อนุมติ).
ฉันทา
ดู ฉันท- ๒, ฉันท์ ๒, ฉันทะ.
ฉันทาคติ
ดู ฉันท- ๒, ฉันท์ ๒, ฉันทะ.
ฉันทานุมัติ
ดู ฉันท- ๒, ฉันท์ ๒, ฉันทะ.
ฉันวุติ
[ฉันนะวุดติ] ว. เก้าสิบหก เช่น เป็นที่หมายฉันวุติโรค. (สิบสองเดือน).(ป. ฉนฺนวุติ).
ฉับ, ฉับ ๆ
ว. อาการที่พูดหรือฟันเป็นต้นอย่างเร็ว เช่น ฟันฉับ พูดฉับ ๆ; เสียงดังเช่นนั้น.
ฉับ, ฉับ ๆ
ว. อาการที่พูดหรือฟันเป็นต้นอย่างเร็ว เช่น ฟันฉับ พูดฉับ ๆ; เสียงดังเช่นนั้น.
ฉับพลัน
ว. ทันทีทันใด, ทันทีทันควัน.
ฉับไว
ว. รวดเร็ว.
ฉับฉ่ำ
(กลอน) ว. ไพเราะ, เสนาะหู, เช่น ละครก็ฟ้อนร้อง สุรศัพทกลับขาน ฉับฉ่ำที่ตำนานอนิรุทธกินรี. (บุณโณวาท).
ฉัพพรรณรังสี
[ฉับพันนะ-] (แบบ) น. รัศมี ๖ ประการ คือ ๑. นีล เขียวเหมือนดอกอัญชัน๒. ปีต เหลืองเหมือนหรดาลทอง ๓. โลหิต แดงเหมือนตะวันอ่อน ๔. โอทาตขาวเหมือนแผ่นเงิน ๕. มัญเชฐ สีหงสบาทเหมือนดอกเซ่งหรือหงอนไก่๖. ประภัสสร เลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก. (ปฐมสมโพธิ). (ป. ฉพฺพณฺณรํสี).
ฉัยยา
(กลอน) น. ผู้หญิง, นางผู้มีโฉมงาม, เขียนเป็น ไฉยา ก็มี เช่น เมื่อนั้น นางรจนาไฉยา แลเห็นสมเด็จพระมารดา กัลยาออกมารับทันที. (บทละครสังข์ทอง). (ดู ชายา ๒).
ฉ่า
ว. เสียงน้ำมันเดือดเมื่อเวลาทอดของ; เสียงลูกคู่เพลงร้องรับจังหวะพ่อเพลงแม่เพลง; เสียงอื้ออึง เช่น จะชุมฉ่าชายจะมาก. (ม. ร่ายยาวชูชก); เสียงน้ำดังเช่นนั้น เช่น พรายสายชลฉ่าเพียง สินธุ์สวรรค์.(เฉลิมพระเกียรติพระนารายณ์).
ฉาก
น. เครื่องบังหรือเครื่องกั้น มีหลายชนิด ใช้ตั้ง แขวน หรือพับได้, เครื่องประกอบเวทีละครเพื่อให้ดูสมจริงตามเนื้อเรื่อง เช่น ฉากป่า ฉากเมือง;เครื่องสําหรับวัดมุมซึ่งมี ๙๐ องศา, มุมซึ่งกางได้ ๙๐ องศา เรียกว่ามุมฉาก, ลักษณนามเรียกตอนย่อยของละครในองก์หนึ่ง ๆ หรือตอนหนึ่งของละครที่เปิดม่านหน้าเวทีครั้งหนึ่ง ๆ เช่น ละคร ๓ ฉาก.
ฉากแข็ง
น. ฉากตั้ง.
ฉากญี่ปุ่น
น. เครื่องบังตาที่ประกอบด้วยแผ่นพับหลายแผ่น.
ฉากตั้ง
น. ฉากละครที่ทําเป็นรูปต่าง ๆ แล้วนํามาตั้งไว้, ฉากแข็ง ก็เรียก.
ฉากทิ้ง
น. ฉากลิเกละครเป็นต้นเขียนเป็นภาพต่าง ๆ แขวนทิ้งไว้กับที่ อาจชักรอกขึ้นลงได้, ฉากอ่อน ก็เรียก.
ฉากน้อย, ฉากใหญ่
น. ท่าละครชนิดหนึ่ง.
ฉากน้อย, ฉากใหญ่
น. ท่าละครชนิดหนึ่ง.
ฉากบังเพลิง
น. ฉากพับได้ที่ติดไว้กับเสาเมรุทั้ง ๔ ด้าน ใช้สําหรับกั้นบังในเวลาเผาศพชั้นโกศเท่านั้น, ถ้าเป็นเมรุธรรมดาและเป็นศพข้าราชการ ใช้ลายเถาไม้,ถ้าเป็นพระศพพระราชวงศ์ ใช้ฉากรูปเทวดา.
ฉากอ่อน
น. ฉากทิ้ง.
ฉาก ๒
(ปาก) ก. หลบ, เลี่ยง เช่น ฉากหนี.
ฉาง
น. สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่สําหรับเก็บข้าวหรือเกลือเป็นต้น.
ฉ่าง
ก. เสี่ยงทายว่าใครจะเป็นผู้ขึ้นต้น, ลองดูว่าท่าไหนจะดี, (โดยมากใช้สําหรับเล่นลูกเต๋าหรือไพ่). ว. เสียงดังเช่นเสียงม้าล่อ.
ฉ่าฉาว
ว. เกรียวกราว, เลื่องลือ, อื้ออึง.
ฉาด
ว. เสียงดังเช่นนั้นอย่างเสียงดังเมื่อตบหน้าโดยแรงเป็นต้น.
ฉาดฉาน
ว. อาการที่พูดห้าวหาญและชัดถ้อยชัดคํา, ฉะฉาน ก็ใช้.
ฉาตกภัย
[ฉาตะกะไพ] น. ภัยที่เกิดจากความแห้งแล้ง, ภัยที่เกิดจากข้าวยากหมากแพง.(ป. ฉาต, ฉาตก, ว่า หิว, อิดโรยเพราะการอดอาหาร).
ฉาทนะ
[ฉาทะนะ] น. เครื่องปิดคลุม, เครื่องกําบัง, หนัง, การซ่อน, การบัง, เช่นท้าวก็แรงสุกลพัสตรฉาทน อนนขาวตระดาษดุจสังข์ โสดแล. (ม. คําหลวงนครกัณฑ์). (ป., ส.).
ฉาน ๑
น. ข้างหน้า เช่น ธงฉาน; ลาน เช่น ตัดหน้าฉาน.
ฉาน ๒
(ถิ่น-ปักษ์ใต้) ส. ฉัน, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
ฉาน ๓
ก. แตก, กระจาย, ซ่าน, เช่น แตกฉานซ่านเซ็น. ว. มีแสงกล้า, มีแสงพุ่งออกไป, สว่าง, กระจ่างแจ้ง, จ้า, เช่น แสงฉาน ปัญญาแตกฉาน; ฉาดเช่น ขวิดควิ้วอยู่ฉาน ๆ. (ม. ร่ายยาว กุมาร).
ฉาน ๔
น. ชื่อเพลงไทยทำนองหนึ่ง.
ฉาน ๕
น. ชื่อรัฐหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศพม่า ติดต่อกับทางภาคเหนือของประเทศไทย, ไทยใหญ่ ก็เรียก.
ฉาบ ๑
น. เครื่องตีประกอบจังหวะชนิดหนึ่ง ทําด้วยโลหะรูปร่างเป็นแผ่นกลมคล้ายจานแต่มีปุ่มนูนขึ้นตรงกลาง เจาะรูตรงกลางปุ่มไว้ร้อยเชือกหรือเส้นหนังสําหรับถือตี.
ฉาบ ๒
ก. ทา เกลือก หรือเคลือบแต่ผิว ๆ เช่น ฉาบปูน ฉาบกล้วย.
ฉาบหน้า
(ปาก) ก. เสแสร้งเพื่อให้เข้าใจว่ามีสถานะดีกว่าที่เป็นจริง.
ฉาบฉวย
ว. ชั่วครั้งชั่วคราว, ขอไปที, ไม่จริงจัง, เช่น ทําอย่างฉาบฉวย.
ฉาปะ
(แบบ) น. ลูกสัตว์, แผลงเป็น จาปะ ก็มี. (ป.; ส. ศาว).
ฉาย ๑
น. เงา, ที่ร่ม; ราชาศัพท์เรียกกระจกส่องหน้าว่า พระฉาย. (ป., ส. ฉายา).
ฉาย ๒
ก. ส่องแสงออกไป; (ปาก) กรายให้เห็น เช่น หล่อนฉายไปฉายมาทั้งวัน.
ฉายเฉิด
ว. งาม, สดใส.
ฉายซ้ำ
(ปาก) ก. กระทำซ้ำ ๆ เช่น เขามักฉายซ้ำเรื่องเก่า ๆ.
ฉายหนัง
(ปาก) ก. ฉายแสงผ่านฟิล์มภาพยนตร์ให้ปรากฏภาพเคลื่อนไหวบนจอ.
ฉาย ๓
ก. เกลี่ยให้เสมอ, กระจายให้เสมอ, เช่น ฉายดิน.
ฉายา ๑
น. เงา, ร่มไม้. (ป.); ชื่อที่พระอุปัชฌาย์ตั้งให้เป็นภาษาบาลีเมื่ออุปสมบท,ชื่อตั้งให้กันเล่น ๆ หรือตามลักษณะที่หมายรู้กันในหมู่คณะ. (ป., ส.).
ฉายาลักษณ์
(ราชา) น. รูปถ่าย.
ฉายา ๒
(กลอน; ปาก) น. ผู้หญิง, นางผู้มีโฉมงาม, เช่น ฉายามิใคร่จะจากไป.(มโนห์รา).
ฉาว
ว. อื้ออึง, เอิกเกริก, เกรียวกราว.
ฉาวโฉ่
ว. อื้ออึง, เกรียวกราวขึ้น, รู้กันทั่วไป, (ใช้แก่ข่าวที่ไม่ดีไม่งาม), โฉ่ฉาว ก็ว่า.
ฉ่ำ
ว. ชุ่มชื้น, ชุ่มน้ำในตัว.
ฉำฉา ๑
น. ชื่อเรียกไม้เนื้ออ่อน โดยมากเป็นพวกไม้สนที่ใช้ทําหีบบรรจุของมาจากต่างประเทศ.
ฉำฉา ๒
(ถิ่น-พายัพ) น. ต้นก้ามปู. (ดู ก้ามปู).
ฉำเฉง
น. มูลฝิ่นครั้งที่ ๓. (จ. ซำเฉง).
ฉำแฉะ
ว. เฉอะแฉะ; อืดอาดล่าช้า.
ฉิ่ง ๑
น. เครื่องตีกำหนดจังหวะชนิดหนึ่ง ทําด้วยโลหะหล่อหนา รูปร่างกลมคล้ายถ้วยเจาะรูตรงกลางไว้ร้อยเชือกให้เป็นคู่กันสําหรับถือตีบอกจังหวะเข้ากับดนตรี; ชื่อเพลงไทยประเภทหนึ่ง.
ฉิ่งตรัง
น. ชื่อเพลงไทยทํานองหนึ่ง. (ดึกดําบรรพ์).
ฉิ่ง ๒
ว. เก, เฉ, ไม่ตรง, (ใช้แก่แขนขา) เช่น ขาฉิ่ง แขนฉิ่ง.
ฉิน ๑
ก. ติ, ติเตียน, เช่น สามสิ่งนี้โหดให้ โทษแท้คนฉิน. (โลกนิติ), มักใช้เข้าคู่กับคํา ติ เป็น ติฉิน.
ฉิน ๒
(กลอน) ว. ฉัน, เช่น, คล้าย, เหมือน, เช่น ทิพฉายฉวงฉินฉัตร ใบชรอัดอรชร. (ม. คำหลวง วนประเวสน์).
ฉิน ๓
ว. ฉัน, มีแสงกล้า, มีแสงที่พุ่งออกไป; งาม, มักใช้เข้าคู่กับคํา โฉม เป็นฉินโฉม หรือโฉมฉิน เช่น ฉินโฉมเฉกช่างวาด. (ม. คําหลวง ทานกัณฑ์).
ฉินท-, ฉินท์
[ฉินทะ-] (แบบ) ก. ตัด, ขาด, ทําลาย. (ป., ส.).
ฉินท-, ฉินท์
[ฉินทะ-] (แบบ) ก. ตัด, ขาด, ทําลาย. (ป., ส.).
ฉินทฤกษ์
[ฉินทะเริก] น. ฤกษ์ตัดจุก.
ฉิบ
ว. อาการที่หายไปหรือจากไปเร็วเกินคาด.
ฉิบหาย
ก. สูญหมด, เสียหมด, หมดเร็ว, ป่นปี้, โดยปริยายใช้เป็นคําด่า คําแช่งหมายความเช่นนั้น. (ปาก) ว. มาก เช่น เก่งฉิบหาย.
ฉิมพลี
[ฉิมพะลี] น. ไม้งิ้ว. (ป. สิมฺพลิ; ส. ศาลฺมลิ).
ฉิว
ว. เร็วเรื่อยไปไม่ขาดสาย เช่น ลมพัดฉิว, เร็วไม่มีติดขัด เช่น แล่นฉิวเดินฉิว; คล่อง, สะดวก. ก. รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที.
ฉี่
(ปาก) ก. ถ่ายปัสสาวะ. น. ปัสสาวะ. ว. เสียงดังเช่นนั้นอย่างเสียงของที่ทอดน้ำมัน; อย่างยิ่ง เช่น เงียบฉี่ ร้อนฉี่.
ฉีก
ก. ขาดแยกออกจากกันหรือทําให้ขาดหรือแยกออกจากกัน เช่น ผ้าฉีกฉีกผ้า ฉีกทุเรียน,โดยปริยายหมายความว่า แยกสิ่งที่เป็นคู่หรือเป็นสํารับออกจากกัน เช่น ฉีกตองไพ่.
ฉีกคำ
ก. แยกพยางค์ของคำให้อยู่คนละวรรคหรือคนละบรรทัด มักใช้ในคำประพันธ์.
ฉีกแนว
ก. แหวกแนว.
ฉีกหน้า
ก. ทําให้ได้รับความอับอาย.
ฉีด
ก. ใช้กําลังอัดหรือดันให้ของเหลวอย่างน้ำพุ่งออกจากช่องเล็ก ๆ.
ฉีดยา
ก. เอายาฉีดเข้าไปในร่างกายทางใต้ผิวหนัง ทางกล้ามเนื้อ หรือทางเส้นเลือด.
ฉุ
ว. มีเนื้อไม่แน่น, ใช้แก่ อ้วน หรือ บวม เป็น อ้วนฉุ บวมฉุ.
ฉุก
ก. อาการที่เกิดขึ้นโดยพลัน, มักใช้เข้าคู่กับคำอื่น เช่น ฉุกคิด ฉุกใจ.
ฉุกคิด
ก. คิดขึ้นมาทันที, คิดได้ในขณะนั้น, บังเอิญคิดได้.
ฉุกใจ
ก. สะดุดใจ.
ฉุกเฉิน
ว. ที่เป็นไปโดยปัจจุบันทันด่วนและจะต้องรีบแก้ไขโดยฉับพลัน เช่นเหตุฉุกเฉิน, ที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร เช่น ภาวะฉุกเฉิน สถานการณ์ฉุกเฉิน.
ฉุกละหุก
ก. สับสนวุ่นวายเพราะมีเรื่องเกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วนโดยไม่คาดฝัน.
ฉุด
ก. ออกแรงลากหรือคร่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป หรือรั้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้น หรือดึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้.
ฉุน
ว. แรง, กล้า, (ใช้แก่กลิ่นและรส) เช่น บุหรี่ฉุน เหล้าฉุน. ก. รู้สึกชักโกรธขึ้นมาทันที. (ข. ฉุรฺ).
ฉุนเฉียว
ว. ฉุนจัด, โกรธง่าย, โกรธเร็ว, เฉียวฉุน ก็ว่า.
ฉุบ
ว. อาการที่แทงเข้าไปโดยเร็ว เช่น เขาใช้เหล็กแหลมแทงฉุบเข้าไป.
ฉุป, ฉุป
[ฉุบ, ฉุปะ-] น. การรบกัน, สงคราม, การสัมผัสถูกต้อง; เถาวัลย์; ลม.(ส., ป.).
ฉุป, ฉุป
[ฉุบ, ฉุปะ-] น. การรบกัน, สงคราม, การสัมผัสถูกต้อง; เถาวัลย์; ลม.(ส., ป.).
ฉุปศาสตร์
[ฉุปะสาด] น. วิชาว่าด้วยการสงคราม. (ส.).
ฉุย
ว. อาการที่กลิ่นโชยมากระทบจมูก; อาการของควันที่พลุ่งขึ้นมาเรื่อย ๆเช่น ควันฉุย; คล่องแคล่ว เช่น เดินฉุย.
ฉุยฉาย
น. ชื่อเพลงร้องและท่ารําแบบหนึ่ง. ว. กรีดกราย.
ฉุยฉายเข้าวัง
น. ท่าละครท่าหนึ่ง.
ฉู่
ว. โฉ่, ฟุ้ง, (ใช้แก่กลิ่นเหม็น); เสียงแมลงวันซึ่งตอมสิ่งของอยู่มาก ๆ.
ฉู่ฉี่ ๑
น. ชื่อแกงอย่างหนึ่ง คล้ายแกงคั่ว มีน้ำแกงข้น, ถ้าไม่มีน้ำแกง เรียกว่าฉู่ฉี่แห้ง.
ฉู่ฉี่ ๒
ดู จี่ ๒.
ฉูด
ว. อาการที่พุ่งหรือไปโดยเร็ว เช่น น้ำพุ่งฉูด เรือแล่นฉูด.
ฉูดฉาด
ว. จ้ากว่าปรกติ อาจทําให้รู้สึกบาดตา (ใช้แก่สีบางสี).