ตอนที่ 14: พระพุทธศาสนา เรื่อง วิธีเจริญกรรมฐาน 40 กอง และวิปัสสนา

“สมาธิ” เป็นเรื่องของการฝึกอบรมจิตในขั้นลึกซึ้ง เป็นเรื่องละเอียดปราณีต ทั้งในแง่ที่เป็นเรื่องของจิตและ อันเป็นของละเอียด และในแง่การปฏิบัติที่มีรายละเอียดกว้างขวางซับซ้อน ซึ่งลักษณะของจิตที่เป็นสมาธินั้น มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 3 ประการ คือ มีความบริสุทธิ์ 1 มีความตั้งมั่น 1 และมีความว่องไวควรแก่การงาน 1 เมื่อจิตที่มีองค์ประกอบเช่นนี้แล้ว จึงเหมาะแก่การเอาไปใช้ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการพิจารณาสภาวะธรรมให้เกิดความรู้แจ้งตามความเป็นจริง จนหลุดพ้นจากกิเลสและทุกข์ทั้งปวงอันเป็นจุดหมายสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา

วิธีเจริญกรรมฐาน 40 กอง สามารถแบ่งออกเป็น 7 หมวด ดังนี้                                                              หมวดที่ 1: หมวดกสิน 10 เป็นการทำสมาธิด้วยวิธีการเพ่ง กล่าวคือ

  1. ปฐวีกสิน คือการเพ่งไปที่ ธาตุดิน
  2. อาโปกสิณ คือการเพ่งไปที่ ธาตุน้ำ
  3. เตโชกสิณ คือการเพ่งไปที่ ธาตุไฟ
  4. วาโยกสิน คือการเพ่งไปที่ ธาตุลม
  5. นีลกสิน คือการเพ่งไปที่ สีเขียว
  6. ปีตกสิน คือการเพ่งไปที่ สีเหลือง
  7. โลหิตกสิณ คือการเพ่งไปที่ สีแดง
  8. โอฑาตกสิณ คือการเพ่งไปที่ สีขาว
  9. อาโลกกสิณ คือการเพ่งไปที่ แสงสว่าง
  10. อากาศกสิณ คือการเพ่งไปที่ อากาศ

หมวดที่ 2: หมวดอสุภกรรมฐาน 10 เป็นการตั้งอารมณ์ไว้ให้เห็นว่า ไม่มีอะไรสวยงาม งดงาม มีแต่สิ่งสกปรกโสโครก น่าเกลียด โดยพิจารณา ดังนี้

  1. อุทธุมาตกอสุภ ร่างกายของคนและสัตว์ที่ตายไปแล้ว นับแต่วันตายเป็นต้นไป มีร่างกายบวมขึ้น พองไปด้วยลม ขึ้นอืด
  2. วินีลกอสุภ  วีนีลกะ แปลว่า สีเขียว  เป็นร่างกายที่มีสีเขียว สีแดง สีขาว คละปนระคนกัน คือ มีสีแดงในที่มีเนื้อมาก มีสีขาวในที่มีน้ำเหลืองน้ำหนองมาก มีสีเขียวในที่มีผ้าคลุมไว้ ฉะนั้นตามร่างกายของผู้ตาย จึงมีสีเขียวมาก 
  3. วิปุพพกอสุภกรรมฐาน  เป็นซากศพที่มีน้ำเหลืองไหลอยู่เป็นปกติ
  4. วิฉิททกอสุภ คือซากศพที่มีร่างกายขาดเป็นสองท่อนในท่ามกลางกาย 
  5. วิกขายิตกอสุภ เป็นร่างกายของซากศพที่ถูกยื้อแย่งกัดกิน
  6. วิกขิตตกอสุภ  เป็นซากศพที่ถูกทอดทิ้งไว้จนส่วนต่าง ๆ กระจัดกระจาย มีมือ แขน ขา ศีรษะ กระจัดพลัดพรากออกไปคนละทาง
  7. หตวิกขิตตกอสุภ  คือ ซากศพที่ถูกสับฟันเป็นท่อนน้อยและท่อนใหญ่
  8. โลหิตกอสุภ คือ ซากศพที่มีเลือดไหลออกเป็นปกติ
  9. ปุฬุวกอสุภ  คือ ซากศพที่เต็มไปด้วยตัวหนอนคลานกินอยู่
  10. อัฏฐิกอสุภ คือ ซากศพที่มีแต่กระดูก

หมวดที่ 3: อนุสสติกรรมฐาน 10 – คำว่า “อนุสสติ” แปลว่า ตามระลึกถึง เมื่อเลือกปฏิบัติให้พอเหมาะแก่จริต จะได้ผลเป็นสมาธิมีอารมณ์ ตั้งมั่นได้รวดเร็ว

  1. พุทธานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึง คุณพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์
  2. ธัมมานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึง คุณพระธรรมเป็นอารมณ์
  3. สังฆานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึง คุณพระสงฆ์เป็นอารมณ์
  4. สีลานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึง คุณศีลเป็นอารมณ์
  5. จาคานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึง ผลของการบริจาคเป็นอารมณ์
  6. เทวตานุสสติเป็นกรรมฐาน ระลึกถึง ความดีของเทวดาเป็นอารมณ์
  7. มรณานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึง ความตายเป็นอารมณ์
  8. กายคตานุสสติกรรมฐาน  เหมาะแก่ผู้ที่หนักไปในจาคะจริต
  9. อานาปานานุสสติกรรมฐาน เหมาะแก่ผู้ที่หนักไปในโมหะ และวิตกจริต
  10. อุปสมานุสสติกรรมฐาน  ระลึกความสุขในพระนิพพานเป็นอารมณ์

หมวดที่ 4: หมวดอาหาเรปฏิกูลสัญญา

  1. อาหาเรปฏิกูลสัญญา คือ การเพ่งอาหารให้เห็นเป็นของน่าเกลียด บริโภคเพื่อบำรุงร่างกาย ไม่บริโภคเพื่อสนองกิเลส

หมวดที่ 5: หมวดจตุธาตุววัฏฐาน

  1.  จตุธาตุววัฏฐาน 4 พิจารณาร่างกายประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ

หมวดที่ 6: หมวดพรหมวิหาร 4
คำว่า “พรหมวิหาร” แปลว่า ธรรมเป็นที่อยู่ของพรหม
พรหม แปลว่า ประเสริฐ
ดังนั้น “พรหมวิหาร 4” จึงแปลว่า คุณธรรม 4 ประการ ที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นผู้ประเสริฐ ได้แก่

  1. เมตตา – คุมอารมณ์ไว้ตลอดวัน  ให้มีความรัก อันเนื่องด้วยความปรารถนาดี ไม่มีอารมณ์เนื่องด้วยกามารมณ์ เมตตาสงเคราะห์ผู้อื่นให้พ้นทุกข์
  2. กรุณา – ความสงสารปรานี มีประสงค์จะสงเคราะห์แก่ทั้งคนและสัตว์
  3. มุทิตา –  มีจิตชื่นบาน พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่มีจิตริษยาเจือปน 
  4. อุเบกขา – มีอารมณ์เป็นกลางวางเฉย

หมวดที่ 7: อรูปฌาณ 4
เป็นการปล่อยอารมณ์ ไม่ยึดถืออะไร มีผลทำให้จิตว่าง มีอารมณ์เป็นสุขประณีต ในฌานที่ได้ ผู้จะเจริญอรูปฌาณ 4 ต้องเจริญฌานในกสินให้ได้ฌาณ 4 เสียก่อน แล้วจึงเจริญอรูปฌาณจนจิตเป็นอุเบกขารมณ์ คือ

  1. อากาสานัญจายตนะ ถือ อากาศเป็นอารมณ์ จนวงอากาศเกิดเป็นนิมิตย่อใหญ่เล็กได้ ทรงจิตรักษาอากาศไว้ กำหนดใจว่าอากาศหาที่สุดมิได้ จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
  2. วิญญาณัญจายตนะ กำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้ ทิ้งอากาศและรูปทั้งหมด ต้องการจิตเท่านั้น จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
  3. อากิญจัญญายตนะ กำหนดความไม่มีอะไรเลย อากาศไม่มี วิญญาณก็ไม่มี ถ้ามีอะไรสักหน่อยหนึ่งก็เป็นเหตุของภยันตราย ไม่ยึดถืออะไรจนจิตตั้งเป็นอุเบกขารมณ์
  4. เนวสัญญานาสัญญายตนะ ทำความรู้สึกตัวเสมอว่า ทั้งที่มีสัญญาอยู่ก็ทำเหมือนไม่มี ไม่รับอารมณ์ใด ๆ จะหนาว ร้อนก็รู้แต่ไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย ปล่อยตามเรื่อง เปลื้องความสนใจใด ๆ ออกจนสิ้น จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์ 

Related Posts

Leave a Reply

© 2024 Ninenovel - Theme by WPEnjoy

Discover more from Ninenovel

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading