ชัยมงคลคาถา (บทพาหุง ฯ) “เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชตีเมืองจันทบุรีได้แล้วก็ทรงเล็งเห็นว่า สงครามกู้ชาติต่อจากนี้ไปจะต้องหนักหนาและยืดยาว จึงทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระยอดธงแบบศรีอยุธยาขึ้น แล้วนิมนต์พระเถระทั้งหลายมาสวดบทพาหุงมหากาบรรจุไว้ในองค์พระ และพระองค์ก็ทรงเจริญรอยตาม พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยการเจริญพาหุงมหากา จึงบันดาลให้ทรงกู้ชาติสำเร็จ” พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะ สาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะ เสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เม * ชะยะมังคะลานิ มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะ สัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะ มักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา… Read more
นิทานเซน : ถ้าจะรักก็จงรักอย่างเปิดเผย โดย พุทธทาสภิกขุ นิทานเรื่องที่ ๕ เรื่อง “If love, love openly” ถ้าจะรัก ก็จงรักอย่างเปิดเผย. ในวัดนิกาย เซ็น อีกเหมือนกัน มีภิกษุ อยู่หลายสิบรูป และมี นักบวชผู้หญิง ที่เรียกว่า nun อยู่คนหนึ่ง ชื่อ เอฉุ่น รวมอยู่ด้วย เอฉุ่น เป็นหญิง ที่สวยมาก… Read more
นิทานเซน : ความเชื่อฟัง โดย พุทธทาสภิกขุนิทานเรื่องที่สี่ เรียกว่า เรื่อง “ความเชื่อฟัง” ธฺยานาจารย์ชื่อ เบ็งกะอี เป็นผู้มีชื่อเสียงในการเทศนาธรรม คนที่มาฟังท่านนั้น ไม่ใช่เฉพาะแต่ในวงของ พวกนิกายเซ็น พวกนิกายอื่น หรือคนสังคมอื่น ก็มาฟังกัน ชนชั้นไหนๆ ก็ยังมาฟัง เพราะว่า ท่านไม่ได้เอาถ้อยคาในพระคัมภีร์ หรือในหนังสือ หรือ ในพระไตรปิฎกมาพูด แต่ว่าคาพูดทุกคานั้น มันหลั่งไหลออกมาจากความรู้สึกในใจของท่านเองแท้ๆ ผลมันจึงเกิดว่า คนฟังเข้าใจ หรือชอบใจ แห่กันมาฟัง… Read more
นิทานเซน : อย่างนั้นหรือ โดย พุทธทาสภิกขุนิทานที่ สาม ชื่อเรื่อง “Is that so?” ท่านลองแปลเอาเองว่า อย่างไรมัน ก็คล้ายๆ กับว่า “อย่างนั้นหรือ?” นิทานที่สามนี้ เล่าว่า ณ สานักเซ็น ของอาจารย์ เฮ็กกูอิน ซึ่งเป็นวัดที่เลื่องลือมาก เป็นเหมือนกับว่า เป็นที่พึ่งของหมู่บ้าน ที่ร้านชาใกล้ๆ วัดนั้น มีหญิงสาวสวยคนหนึ่ง เป็นลูกเจ้าของร้าน ทีนี้ โดยกะทันหัน… Read more
นิทานเซน : เพชรที่หาได้จากโคลนในถิ่นสลัม โดย พุทธทาสภิกขุ เรื่องที่สอง เรื่อง เพชรที่หาได้จากโคลนในถิ่นสลัม อาตมา ต้องขอใช้คาอย่างนี้ เพราะไม่ทราบว่า จะใช้คาอย่างไรดี ที่จะให้รวดเร็ว และสั้นๆ ท่านจะรู้สึกอย่างไร ก็ตามใจ ที่จะต้อง ใช้คาอย่างนี้ “เพชรที่หาพบจากโคลนในถิ่นสลัม” เรื่องนี้ก็เล่าว่า อาจารย์แห่งนิกายเซ็นชื่อ กูโด เป็นอาจารย์ของพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ่นในสมัยนั้น ท่านอาจารย์องค์นี้ชอบเที่ยวไปไหนคนเดียวโดดๆ อย่างนักบวชเร่ร่อนแบบปริพาชก ไม่ค่อยได้อยู่กับวัดวาอาราม ครั้งหนึ่ง ท่านเดินทางไปยังตาบลอีโด เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของท่านที่จะมีแก่คนอื่น ท่านได้ผ่านตาบล… Read more
นิทานเซน : น้าชาล้นถ้วย โดย พุทธทาสภิกขุ เรื่องที่หนึ่ง ซึ่งไม่อยากจะเว้นเสีย ทั้งที่ เคยเอ่ยถึงแล้ว วันก่อน คือ เรื่อง น้าชาล้นถ้วย คือว่า อาจารย์ แห่งนิกายเซ็น ชื่อ น่าอิน เป็น ผู้มีชื่อเสียง ทั่วประเทศ และ โปรเฟสเซอร์ คนหนึ่ง เป็น โปรเฟสเซอร์ ที่มีชื่อเสียง ทั่วประเทศ ไปหา อาจารย์น่าอิน… Read more
เซน คือ… “อย่ายึดเอาข้อสรุปใดเป็นคาตอบ” เซน คือ อะไร? สงสัยกันมาก สงสัยกันมานาน อ่านมาก็มาก ฟังมาก็มาก แต่เล้วเซน คืออะไร? จะศึกษาเซนจากประวัติศาสตร์ จากรากศัพท์ นั่นก็ไม่ใช่เซน เซนคือปรัชญาหรือ? ก็ไม่ใช่อีก ถ้าจะให้เรียกเห็นจะเรียกว่าเซนคือธรรมนั่นแหละ พอฟังได้หน่อย เข้าถึงเซน คือเข้าถึงธรรม แล้วขยายความต่อไปว่าธรรมนี้รวมทุกสิ่ง ทั้งนิพพาน ฯลฯ อะไรก็ตามใจ สิ่งที่พวกเซนเขามุ่งหมายกันนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาทั่วๆ ไปที่บางคนเข้าใจ เพราะพวกเขาไม่สนใจเรื่องนรก-สวรรค์อะไรเลย แม้ว่าจะจัดว่าเป็นฝักใฝ่ทางศาสนาก็ตาม หากแต่เขามุ่งไปให้ไกลกว่านั้นมากนัก… Read more
รัตนสูตร (ยังกิญจิ) คือ พระธรรมบท ปรากฎในอรรถกถารัตนสูตร เดิม กรุงเวสาลี นครหลวงแห่งแคว้นวัชชี มั่งคั่งด้วยข้าวปลาธัญญาหาร อาณาประชาราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุข จวบจนคราวหนึ่งในสมัยพุทธกาล เกิดฝนแล้งขาดแคลนอาหารถึงขนาดคนยากจนอดตาย ซากศพถูกทิ้งเกลื่อน พวกอมนุษย์ได้กลิ่น ก็พากันเข้าไปทำอันตรายซ้ำเติมทำให้คนตายมากขึ้น อหิวาตกโรคก็เกิดระบาด ทำให้คนตายเหลือที่จะคณานับ นครเวสาลีประสบภัย ๓ ประการพร้อมกัน คือ ทุพภิกขภัย (ข้าวยากหมากแพง) อมนุษย์ภัย (ผีรบกวน) และโรคภัย (เกิดอหิวาตกโรค) ชาวเมืองชวนกันร้องทุกข์ต่อพระราชาว่า การเกิดภัยร้ายแรงนี้ชะรอยผู้ครองรัฐจะประพฤติมิชอบ จึงเกิดยุคเข็ญเช่นนี้… Read more
รัตนสูตร (รัตนปริต) ว่าด้วยรัตนทั้ง ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ สวดเพื่อปัดเป่าอุปัทวันตรายให้หมดไป – youtube รัตนสูตร รัตนปริตร (รัตนสูตร) เป็นบทสวดเพื่อป้องกันภัย ๓ ประการ ๑. โรคภัย ๒. อมนุษย์ ๓. ความทุกข์ยาก ประวัติของพระปริตร พระปริตรแปล ว่าเครื่องคุ้มครอง คือป้องกันอันตรายภายนอก มีโจร ยักษ์ สัตว์เดรัจฉาน และป้องกันอันตรายภายใน… Read more
1 – Tiger’s Nest Monastery, perched precariously on the edge of a 3,000-feet-high cliff in Paro Valley, is one of the holiest places in Bhutan. 2 – Wat Rong Khun… Read more
Êvam me sutamThus I have heard:Êkam samayam bhagavâOn one occasion the Blessed OneSâvatthiyam viharati Jetavanewas dwelling at the monastery ofAnâtha-pindikassa ârâmeAnathapindika in Jeta’s Grove, near Savatthi.Atha kho aññâtarâ devatâWhen the… Read more
หนังสือวิปัสสนานุบาลเล่มนี้ ชี้ให้เห็นว่าวิปัสสนาที่ดีนั้น เริ่มต้นต้องสร้างพื้นฐานอันมั่นคงให้กับสติเสียก่อน คือเอาสติไปผูกอยู่กับลมหายใจที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่เรากลับหลงไม่รู้อยู่ชั่วนาตาปีนี่เอง จากนั้นชี้ให้เห็นว่าวิปัสสนาที่ได้ผล และทำให้เกิดกำลังใจเป็นอันดีนั้น ควรแก้ปัญหาให้คุณได้เช่นถ้าเป็นโรคเครียด คิดมาก ฟุ้งซ่านไม่หยุด ก็จะสบายขึ้น คิดน้อยลง ยุติความฟุ้งซ่านได้ตามปรารถนา ไม่เห็นเหตุผลใดๆว่าจะต้องหวงความคิดไว้หรือกักขังให้ความคิดคงค้างอยู่ในหัวอย่างเปล่าประโยชน์ทำไม แล้วลงเอยคือชี้ให้เห็นว่าถ้าสามารถเห็นปฏิกิริยาทางใจทั้งปวงโดยความเป็นสภาวะเกิดขึ้นตั้งอยู่ แล้วต้องดับลงเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนน่ายึดมั่นถือมั่นสักอย่าง ความจริงอย่างที่สุดคือความว่างอย่างที่สุด เกิดแล้วหาย เกิดแล้วหาย เกิดแล้วหาย ทั้งหมดทั้งสิ้น เห็นได้อย่างนี้นับว่าคุณเริ่มทำวิปัสสนาเต็มขั้นแล้ว บางคนอาจคิดว่าหนังสือเล่มนี้มีไว้ให้นักเรียนอนุบาลทางวิปัสสนา เพราะฉะนั้นไม่มีทางทำวิปัสสนาเต็มขั้นได้แต่ขอบอกว่าแท้จริงคุณจะเป็นนักเรียนอนุบาลวิปัสสนา หรือเป็นนักวิปัสสนาเต็มขั้นนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้กี่รอบ หรือจะต้องไขว่คว้าหาอ่านหนังสือเล่มอื่นสักกี่เล่มเกณฑ์ตัดสินอยู่ที่จิตของคุณเอง ว่าเห็นกายใจนี้ตามจริงหรือไม่หากเห็นเป็นขณะๆ อย่างต่อเนื่องว่าทุกสิ่งในกายใจนี้เกิดขึ้นแล้วต้องดับลงเป็นธรรมดาทั้งสิ้น… Read more
อยู่ในเมือง คนมีอาชีพหาเงินทองเลี้ยงปากเลี้ยงท้องครองชีวิตปกติธรรมดานั้น ที่จะไม่เกิดเรื่องกระทบใจเลย เป็นอันว่าหมดหวัง แต่การที่จำเป็นต้องมีเรื่องกระทบใจนั้นเอง ทำให้เราหวังใหม่ได้ว่าจะใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือวิปัสสนา เพราะหลักการหนึ่งของวิปัสสนานั้น คือให้ดูว่าปฏิกิริยาทางใจเป็นของเกิดขึ้นชั่วคราว เกิดแล้วต้องดับลงเป็นธรรมดา บังคับบัญชาให้อยู่หรือไปทันใจไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่สมบัติของเรา ต่างจากหลอดไฟที่กดปุ่มก็สว่างขึ้นหรือมืดลงตามปรารถนาถ้าไม่มีเรื่องกระทบใจให้เกิดปฏิกิริยาทางใจ ก็แปลว่าขาดเครื่องมือเจริญวิปัสสนาในส่วนนี้ไปฉะนั้นแทนที่จะหน้าหม่นทนรับเรื่องกระทบ ก็ขอให้ดีใจในความเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่ได้เครื่องมือแบบนี้มา ตามหลักวิปัสสนา คุณต้องทราบว่าปฏิกิริยาทางใจไม่ใช่ของเกิดขึ้นลอยๆ เพราะมันไม่มีตัวตนอยู่ก่อน แต่เป็นผลที่เกิดจากการกระทบกันระหว่างใจกับ ‘อะไรอย่างหนึ่ง’ ที่เป็นต่างหากจากใจ อย่างเช่นอักษรบรรทัดปัจจุบันนี้จัดเป็นเครื่องกระทบใจชนิดหนึ่ง ตราบใดที่สายตาคุณยังกวาดไปเรื่อย และรู้เห็นว่าหนังสือพูดอะไรกับคุณ คุณจะเข้าใจคำว่า ‘อะไรอย่างหนึ่ง’ ที่เป็นต่างหากจากใจนั้นได้ชัดขึ้น ถ้าทราบว่า แม้แต่ระลอกความคิดหนึ่งๆก็ถือเป็นสิ่งกระทบใจ นี่คือความจริง ความคิดเป็นต่างหากจากใจ… Read more
เกือบทุกคนมีปมปัญหาที่แก้ไม่ตก ในที่นี้จะไม่มุ่งปมปัญหาภายนอกอันได้แก่เรื่องราวต้นสายปลายเหตุของความทุกข์ใจ แต่จะพูดถึง ‘นิสัยทางจิต’ อันเป็นปมปัญหาภายใน ซึ่งหากแก้ได้แม้ปมปัญหาภายนอกจะรุมเร้ารุนแรงสักแค่ไหน ก็ทำให้ทุกข์ใจได้ไม่มาก หรือถึงแม้ทำให้ทุกข์ใจได้มากก็ไม่ขาดสติขนาดทำเรื่องเลวร้ายเยี่ยงคนจำนนจนตรอกทั้งหลาย นิสัยทางจิตที่ทำให้ทุกข์แรง รวมทั้งบั่นทอนสุขภาพกายสุขภาพจิตขนาดที่ควรจัดเป็น ‘โรคทางใจ’ มีอยู่ ๕ ข้อ เรียงตามระดับความเป็นอันตรายอันเริ่มเข้าขั้นวิกฤติในโลกปัจจุบันได้ดังนี้ ๑) โรคบ้ากาม หมกมุ่นขนาดขาดความยับยั้งชั่งใจก่ออาชญากรรมทางเพศได้๒) โรคอาฆาต คั่งแค้นจุกอกจนวูบเผลอก่อคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญได้๓) โรคช่างท้อ หดหู่เซื่องซึมจนเข้าขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ๔) โรคคิดมาก เคร่งเครียดกระทั่งหลุดโลกจนเป็นบ้าได้๕) โรคขี้ลังเล จับจดจับฉ่ายจนทำอะไรไม่ประสพความสำเร็จสักอย่าง ถ้าใครมีข้อใดข้อหนึ่งเป็นโรคประจำตัว จะเห็นอยู่กับตนเองว่าแม้ยังไม่เกิดโทษรุนแรงขั้นสูงสุดดังกล่าวแต่ละข้อ อย่างน้อยก็ก่อทุกข์ก่อโศกให้คุณมากบ้าง น้อยบ้าง… Read more
การทำวิปัสสนาให้ต่อเนื่องนั้น พระพุทธเจ้าแนะนำให้รู้ลมหายใจบ่อยๆ เพราะลมหายใจเป็นของที่ต้องเกิดขึ้นตลอด ๒๔ ชั่วโมง และเป็นของไม่มีมลทิน ยิ่งรู้มากจึงยิ่งมีสติมากบทที่แล้วคุณได้ฝึกหายใจกันแบบสดๆ อ่านหนังสือไปด้วยรู้ลมหายใจไปด้วย ซึ่งคุณก็จะพบว่าเป็นเรื่องง่าย เพราะมีข้อความกระตุ้นให้ย้อนเข้ามารู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ปัญหาคือหลังจากละสายตาจากหนังสือไป ก็จะไม่มีข้อความกระตุ้นเตือนใดๆอีก คุณต้องมีกำลังใจมากพอจะเตือนตนเอง จึงจะอยู่รอดปลอดภัยบนเส้นทางวิปัสสนาได้ อีกปัญหาของมือใหม่ คือถ้าพยายามไปรู้ลมหายใจมากๆแล้วจะเครียด อึดอัด หรือกระทั่งปวดหัวไปเลย สำหรับบทนี้จะเป็นอุบายเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะเริ่มฝึกรู้ลมหายใจได้อย่างง่ายดายเป็นธรรมชาติที่สุด กับทั้งปิดกั้นช่องทางที่จะทำให้เกิดความเครียด สับสน ท้อแท้ลงเสีย นั่นคือเราจะฝึกรู้ลมหายใจแบบไม่ต่อเนื่อง นานๆทีรู้ที อาศัยนาฬิกาปลุก (สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ภายในเว็บ) เทคโนโลยียุคเราถ้าใช้ดีๆก็มีคุณทุกอย่างไป ไม่เว้นแม้กระทั่งการทำวิปัสสนา ขอให้ซื้อนาฬิกาข้อมือ หรือนาฬิกาดิจิตอลแบบพกพาไปไหนมาไหนได้ไว้สักเรือน… Read more
บทนี้เรามายกระดับสติขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยวิธีสังเกตลมหายใจที่ต่างไปนั่นเอง คุณไม่ต้องลำบากลำบนฝึกดัดตัวแบบโยคะให้ยุ่งยาก เพียงแค่ทราบว่าจะสังเกตลมหายใจอย่างไรก็พอเอาเดี๋ยวนี้เลยก็แล้วกัน ถ้าให้ถามตัวเองว่าลมหายใจสุดท้ายที่ผ่านมาเป็นสั้นหรือยาว หากตอบไม่ถูกแปลว่าสติของคุณไม่อยู่ที่ลมหายใจ และมีความโน้มเอียงว่าจะเป็นลมสั้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากสติของคุณใช้ไปในการตามอ่านข้อความบนหน้าหนังสือนั่นเอง แต่มาถึงตรงนี้จะเห็นว่าทันทีที่มีข้อความสะกิดให้สังเกต ลมหายใจของคุณจะยาวขึ้นทันที ทั้งที่ยังไม่ได้ละสายตาไปจากหน้าหนังสือ ทั้งนี้เพราะเมื่อมีอะไรมากระตุ้นให้เกิดสติระลึกถึงลมหายใจ สตินั้นจะปรุงแต่งลมให้ยาวขึ้นโดยอัตโนมัติตรงนี้ขอให้สังเกตด้วยว่าในทางกลับกันคนเราจะมีสติรู้ลมหายใจก็ต่อเมื่อลมยาวเท่านั้น แต่ลมสั้นไม่ค่อยรู้หรือไม่รู้เอาเลย ระหว่างที่อ่านบรรทัดนี้คุณหายใจเข้ายาวหรือว่าสั้น? ยาวคือรู้สึกบอกตัวเองว่ามันลากยาวอาจจะเท่ากับหรือมากกว่าเมื่อครู่ส่วนสั้นคือรู้สึกว่าหดลงจนสังเกตยาก หากถูกถามแล้วลากลมหายใจเข้าลึกขึ้นกว่าปกติก็ไม่เป็นไร แต่เอาแค่ทีเดียว อย่าพยายามหายใจลึกๆติดกันหลายๆที เพราะการฝืนหายใจลึกๆหรือถี่ๆไม่ใช่การยกระดับสติแต่เป็นการกดคุณภาพสติให้ตกต่ำลง เมื่อทราบว่าย่อหน้าที่แล้วหายใจยาวหรือสั้น ลองถามตัวเองอีกทีว่าระหว่างอ่านย่อหน้านี้ยังยาวอยู่หรือไม่อย่าเสียใจถ้าสั้นลง อย่าดีใจถ้ายาวขึ้น เพราะแนวปฏิบัตินี้ไม่มีอะไรผิดหรือถูก มีแต่เห็นว่ากำลังปรากฏอะไรให้สังเกตรู้ตามจริงเท่านั้น จะเห็นว่าคุณอาจพักการอ่านชั่วแวบเล็กๆเพื่อรู้ลมหายใจได้โดยสายตาแทบไม่ต้องละไปจากหน้ากระดาษแต่อย่างใด กล่าวคือเมื่อรู้ลมหายใจ สติอาจขาดไปจากตัวหนังสือและความหมายที่มากับตัวหนังสือชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่พอรู้ลมเสร็จสายตาก็กลับมาจดจ่อกับข้อความต่อได้อีก และสามารถรู้เนื้อความในหนังสือสืบเนื่องกันเป็นสายน้ำด้วย… Read more
นักวิปัสสนาที่ดีจะเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งหมายความว่าถ้าใครอ่านบทที่ ๑ไปแล้ว และตอนนี้คุณตอบได้ว่าวิปัสสนาคืออะไรเหมือนที่สรุปไว้ตอนท้ายของบท ก็ถือว่าคุณออกเดินก้าวแรกแล้วเรียบร้อย คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจว่าการทำวิปัสสนาคือการนั่งหลับตาปั้นหน้าขรึม หรือการเดินจงกรมที่ข้างกำแพงวัด อันนั้นเป็นเพียงภาพส่วนย่อยที่อาจจะเด่นหน่อย ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด วิปัสสนาที่แท้จริงของผู้ช่ำชองนั้น อาจทำกันขณะกำลังนั่งเอาตะเกียบพุ้ยข้าวเข้าปากก็ได้หรือหลังจากเพิ่งแหกปากหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสร็จก็ได้หรือกระทั่งน้ำตาอาจจะยังไม่ขาดสายก็ได้เมื่อใดมีสติรู้ตามจริงขึ้นมาว่าสิ่งที่กำลังปรากฏมีความไม่เที่ยง เป็นของที่บังคับดังใจไม่ได้ เมื่อนั้นเองที่เรากำลังอยู่ในวิปัสสนาม ลองนึกถึงคำว่า ‘ได้สติ’ ดู คำนี้ทำให้คุณนึกถึงอะไร? ขอให้เอาตัวอย่างจากชีวิตประจำวันของตัวเอง บางคนอาจนึกถึงการเหม่อลอยขณะขับรถ ก่อนจะเหม่อจนพารถตกถนนก็เกิดสติว่ากำลังขับรถเลิกวาดวิมานในอากาศหรือหมกมุ่นครุ่นคิดถึงเรื่องนอกถนนเสียได้ เป็นต้น ที่บรรทัดนี้ของหนังสือเล่มนี้ขอให้คุณนึกให้ออกว่าการ ‘ได้สติ’ สำหรับคุณหมายถึงสิ่งใด มันอาจหมายถึงการรู้สึกตัวว่าขณะนี้คุณกำลังอ่านหนังสือ และตั้งคำถามถามตนเองอยู่ก็ได้ แต่ในขณะที่คุณได้สติรู้สึกว่ากำลังขับรถ หรือได้สติรู้สึกว่ากำลังถูกถามให้ย้อนคิด คุณยังไม่รู้ว่าจะดูตรงไหน จึงจะเห็นว่ามันเป็นของไม่เที่ยง… Read more
ถ้าจะเอาเป็นคำแปล วิปัสสนาแปลได้หลายแบบ แต่ถ้าถามว่าวิปัสสนาคืออะไร เอาคำตอบชนิดสื่อใจถึงใจ ก็ต้องว่าวิปัสสนาคือ ‘เห็นตามจริง’ ลองนึกดู คำว่า ‘เห็นตามจริง’ ทำให้คุณมีปฏิกิริยาทางความรู้สึกเป็นอย่างไร? คุณนึกถึงอะไรจากการอ่านคำว่า ‘เห็นตามจริง’ บ้าง? หนังสือเล่มนี้เขียนเป็นภาษาไทย คุณอ่านภาษาไทยออก นี่คือข้อเท็จจริงที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ฉะนั้นถ้าบอกว่าคุณกำลัง ‘คิดเป็นภาษาไทย’ ก็ย่อมถูกต้องตามจริง ใครเข้าใจว่าตัวเองกำลังคิดเป็นภาษาไทย ก็ขอแสดงความยินดีด้วย คุณเข้าใจถูกแล้ว คุณกำลังเห็นตามจริงแล้ว แต่ถ้าถามว่า ‘คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า?’ ตรงนี้อาจเริ่มยากกว่าคำถามข้อก่อน เพราะมันขึ้นอยู่กับมุมมองว่าคุณถือตัวเองเป็นคนชาติไหน ถ้ามีใครบังคับให้คุณยอมรับว่าเป็นไทย ในขณะที่ใจอยากคิดว่าเป็นคนจีนหรือมีเชื้อสายจีนเข้มข้นกว่า อย่างนี้แปลว่าต้องนั่งเถียงกันแล้ว และไม่ว่าใครจะงัดเอาเหตุผลหรือหลักฐานสนับสนุนความคิดตัวเองมายันกันยกใหญ่ปานใด… Read more
พระมหาโมคคัลลานะ เมื่ออุปสมบทได้ 7 วัน ได้ไปทำความเพียรอยู่ที่ป่าใกล้บ้านกัลป์ลาวาลมุตตาคาม แขวงมคธ ถูกถีนมิทธารมณ์ คือ ความง่วงเหงาเข้าครอบงำ ไม่สามารถจะทำความเพียรได้ ขณะนั้น พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ ณ สวนเภสกลาวัน ซึ่งเป็นสถานที่ให้เหยื่อแก่เนื้อ ใกล้เมืองสุงสุมารคิรี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นภัคคะ ทรงทราบด้วยพระญาณว่าพระโมคคัลลานะ โงกง่วงอยู่ จึงทรงทำปาฏิหาริย์ให้เห็นปรากฏ ประหนึ่งว่าเสด็จประทับอยู่ตรงหน้า ทรงแสดงอุบายสำหรับระงับความง่วงแก่เธอตามลำดับ ดังนี้ 1. โมคคัลลานะ เมื่อเธอมีสัญญาอย่างใดแล้ว เกิดความง่วงขึ้น เธอจงทำไว้ในใจซึ่งสัญญาอย่างนั้นให้มาก… Read more
ดังมีใจความว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหา วิหาร ณ กรุงสาวัตถี ในเวลานั้นพระสารีบุตรเถระเจ้ามีความประสงค์ว่าจักทูลถามพระพุทธเจ้าให้ทรง แสดงธรรมประกาศอานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ให้ทราบทั่วถึงกันแก่พุทธบริษัทพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าทูลถามแก่พระผู้มีพระ ภาคเจ้าว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตรศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้วเมื่อตายไปแล้วก็จักรได้เสวย ราชสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ใช่แต่เท่านั้น เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชามีอนุภาพอีก ๙ อสงไขย ต่อจากนั้นก็ได้เสวยสมบัติในตระกูลต่าง ๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี… Read more