คำกริยา (Verbs)ภาษาจีนกลาง 动词 (dòng cí)
คำกริยา (Verb) 动词 (dòngcí) เช่น
吃, 想, 爱, 要求 ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับภาษาไทยเช่นกัน โดยมีลักษณะดังนี้
3.1) ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง ในภาษาจีนนั้นรูปประโยคบอกเล่ามีลักษณะเหมือนภาษาไทย และภาษาอังกฤษ คือมีโครงสร้าง ประธาน-กริยา-กรรม (Subject-Verb-Object)
ตัวอย่างประโยค
同学学习中文 tóngxué xuéxí zhōngwén นักเรียนเรียนภาษาจีน
ในที่นี้คำ 学习 xuéxí – เรียน เป็นคำกริยาครับ
ทำให้เป็นรูปปฏิเสธได้โดยใช้คำ 不 bù – ไม่ นำหน้า
我不明白 wǒ bù míngbái – ผมไม่เข้าใจ
ในที่นี้คำ 明白 míngbái – เข้าใจเป็นคำกริยา
ใช้ปัจจัย 了 le เพื่อทำให้เป็นรูปอดีตได้
孩子起来了 háizǐ qǐlái le – เด็กน้อยตื่นแล้ว
ในที่นี้คำ 起来 qǐlái – ตื่นนอน เป็นคำกริยา
โดยส่วนใหญ่สามารถมีกรรมตามหลัง
我读课文 wǒ dú kè wén – ผมอ่านบทเรียน
ในที่นี้ำคำ 读 dú อ่าน เป็นคำกริยา
ตัวอย่างคำกริยา
| คำศัพท์ | พินอิน | คำอ่าน | ความหมาย |
| 说 | shuō | ซัว | พูด |
| 写 | xiě | เสี่ย | เขียน |
| 喝 | hē | เฮอ | ดื่ม |
| 读 | dú | ตู๋ | อ่าน |
| 吃 | chī | ชือ | กิน |
| 听 | tīng | ทิง | ฟัง |
| 停 | tíng | ถิง | หยุด |
| 脱 | tuō | ทัว | ถอด |
| 跑 | pǎo | เผ่า | วิ่ง |
| 穿 | chuān | ชวน | สวม,ใส่ |
| 走 | zǒu | โจ่ว | เดิน |
| 睡 | shuì | ซุ่ย | นอน |
| 骑 | qí | ฉี | ขี่ |
| 画 | huà | ฮว่า | วาด |
| 踢 | tī | ที | เตะ |
| 找 | zhǎo | เจ่า | หา |
| 跳 | tiào | เที่ยว | กระโดด |
| 分 | fēn | เฟิน | แบ่ง |
| 坐 | zuò | จั้ว | นั่ง |
| 给 | gěi | เก่ย | ให้ |
| 站 | zhàn | จ้าน | ยืน |
| 缝 | fèng | เฟิ่ง | เย็บ |
| 擦 | cā | ชา | ลบ |
| 摆 | bǎi | ไป่ | วาง |
| 洗 | xǐ | สี่ | ล้าง,ซัก |
| 煎 | jiān | เจียน | ทอด |
| 煮 | zhǔ | จู่ | ต้ม |
| 贴 | tiē | เทีย | ติด |
| 教 | jiào | เจี้ยว | สอน |
| 剪 | jiǎn | เจี่ยน | ตัด |
4. คำกริยาช่วย 助动词 (zhùdòngcí)
คำกริยาช่วย 助动词 (zhùdòngcí) เช่น 会, 能, 可以, 应该, 得(děi), 要 ใช้เพื่อขยายกริยาแท้หรือคุณศัพท์(ที่ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง)ของประโยค
4.1) คำกริยาแสดงความเป็นไปได้ เช่น
能 (néng) สามารถ
能够 (nénggòu) สามารถ, อาจจะ
会 (huì) สามารถ
可以 (kěyǐ) สามารถ
可能 (kěnèng) เป็นไปได้
ตัวอย่างประโยค 1
我能写汉语文
wǒ néng xiě hàn yǔ wén
ฉันเขียนคำจีนได้
ตัวอย่างประโยค 2
他可能喜欢你
tā kě néng xǐhuan nǐ
เขาอาจชอบเธอ
4.2) คำกริยาแสดงความจำเป็น เช่น
应该 (yīnggāi) ควร
应当 (yīngdāng) ควรจะ
该 (gāi) ควร
要 (yào) ต้อง
ตัวอย่างประโยค 1
现在, 你应该走吃饭了
xiànzài, nǐ yīnggāi zǒu chī fàn lē
ตอนนี้เธอน่าจะไปกินข้าวได้แล้วนะ
4.3) คำกริยาแสดงความแน่ใจหรือบังคับ ด้วยเหตุผล เช่น
必须 (bìxu) จำเป็นต้อง
得 (děi) จะต้อง
ตัวอย่างประโยค 1
我必须回家了
wǒ bǐxu huí jiǎ le
ฉันต้องกลับบ้านแล้วละ
4.4) คำกริยาแสดงความต้องการ เช่น
要 (yào)
想 (xiǎng)
愿意 (yuànyì)
敢 (gǎn)
肯 (kěn)
准 (zhǔn)
ตัวอย่างประโยค 1
你要永远在我的心中
nǐ yào yǒngyuǎn zài wǒ dē xīn zhōng
เธอจะสถิตอยู่กลางใจฉันตลอดกาล
กลุ่มคำกริยาช่วยที่กล่าวมาข้างต้นนี้มีคุณสมบัติที่เหมือนกัน คือ
สามารถใช้ 不 (bù) วางไว้ข้างหน้าเพื่อทำให้เป็นรูปปฏิเสธได้ เช่น
我不能够用它
wǒ bù nénggōu yòng tā
ผมใช้มันไม่เป็น
ใช้รูปประโยค บอกเล่า-ปฏิเสธ เพื่อใช้เป็นประโยคคำถามได้ เช่น
你要不要走?
nǐ yào bù yào zǒu
เธอจะไปหรือไม่?
ใช้คำเหล่านี้ตอบคำถามข้อ 2 ได้โดยไม่ต้องพูดประโยคเต็ม เช่น
你要不要走?
nǐ yào bù yào zǒu ; 要 yào
เธอจะไปหรือไม่ไป? ไปสิ
*** ไม่สามารถใช้คำปัจจัย 了, 着, 过 ขยายคำกริยาวิเศษเหล่านี้ได้, ไม่สามารถซ้ำคำได้, ไม่สามารถมีคำนามตามหลังได้(ถ้ากลุ่มคำเหล่านี้ปรากฎอยู่ในลักษณะดังกล่าว คำคำนั้นไม่ใช่คำกริยาช่วย)
*** สามารถใช้ร่วมกันหลายๆ คำในประโยคเดียวได้เช่น 我可能要走你家