ความหมายคณาเภสัช
คณาเภสัช คือ การจัดหมวดหมู่ตัวยาหลายสิ่งหลายอย่าง
เป็นการศึกษาให้รู้จักพิกัดยา เพราะตัวยาตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไปนำมารวมกัน
สามารถเรียกเป็นชื่อเดียว เรียกเป็นคำตรงตัวยา และเรียกเป็นคำศัพท์ได้
การจัดคณาเภสัชนี้ หากได้รับการรับรองให้เป็นตำรา
เพื่อการศึกษาองคนรุ่นหลังจะต้องมีการประชุมเพื่อตั้งชื่อใหม่
ใช้เรียกชื่อหมู่ยานั้นๆ เป็นอย่างเดียวกัน ตามคำศัพท์หรือคำตรงต่อไป
การจัดหมวดหมู่ตัวยา เป็นกลุ่ม เป็นพวก ก็เพื่อความสะดวกแก่การจดจำ หรือเขียนตำรา ที่เรียกว่า “พิกัดยา” คือ การจำกัด หมายถึง “จำกัดจำนวน”
ซึ่งจะเป็นจำนวนของสิ่งใดก็ตาม
ที่ได้จำกัดจำนวนไว้แล้วจะเพิ่มหรือจะลดจำนวนที่จำกัดของสิ่งของนั้นไม่ได้
ในจำนวนที่จำกัดไว้ดังนี้ จึงสมมุตินามเรียกว่า พิกัด
ถ้าจะนำไปใช้จำกัดสิ่งใด ก็เติมนามของสิ่งนั้นเข้าข้างท้ายคำว่าพิกัด เช่น
พิกัดยา พิกัดอายุ พิกัดเดือน และพิกัดสมุฏฐาน เป็นต้น
สำหรับในพิกัดยาต่างๆ นั้น ตัวยาแต่ละสิ่งในพิกัดเดียวกัน
ยังได้จำกัดส่วนหรือน้ำหนักของตัวยาไว้เท่า ๆ กัน เว้นแต่ในหมวดมหาพิกัด
ซึ่งจำกัดส่วนของตัวยาไว้ไม่เท่ากัน
แต่ก็อยู่ในขอบเขตของจำนวนที่ได้จำกัดไว้
และในการที่จะใช้น้ำหนักของยาที่คิดเป็นส่วนนี้
ถ้าจะทำเป็นยาต้มใช้น้ำหนักส่วนละ 1 บาท ถ้าจะทำเป็นผงใช้น้ำหนักส่วนละ 1
สลึง ถ้าจะทำเป็นยาดองใช้น้ำหนัก ส่วนละ 1 เฟื้อง
และถ้าจะทำเป็นยาแทรกก็ให้แทรกกึ่งส่วน
การจัดตั้งพิกัดยาขึ้นมานั้น ก็เพื่อสะดวกในการจดจำและเขียนตำรา
ตลอดถึงความสะดวกในการปรุงยาและการที่จัดตั้งเป็นพิกัดแต่ละอย่างนั้น
ก็มิได้ตั้งขึ้นตามความพอใจ แต่ผู้ที่จัดตั้งยาแต่แรกนั้น
จะต้องมีหลักในการพิจารณา โดยอาศัยหลักดังนี้
คณาเภสัช คือ การจัดหมวดหมู่ตัวยาหลายสิ่งหลายอย่าง
เป็นการศึกษาให้รู้จักพิกัดยา เพราะตัวยาตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไปนำมารวมกัน
สามารถเรียกเป็นชื่อเดียว เรียกเป็นคำตรงตัวยา และเรียกเป็นคำศัพท์ได้
การจัดคณาเภสัชนี้ หากได้รับการรับรองให้เป็นตำรา
เพื่อการศึกษาองคนรุ่นหลังจะต้องมีการประชุมเพื่อตั้งชื่อใหม่
ใช้เรียกชื่อหมู่ยานั้นๆ เป็นอย่างเดียวกัน ตามคำศัพท์หรือคำตรงต่อไป
การจัดหมวดหมู่ตัวยา เป็นกลุ่ม เป็นพวก ก็เพื่อความสะดวกแก่การจดจำ หรือเขียนตำรา ที่เรียกว่า “พิกัดยา” คือ การจำกัด หมายถึง “จำกัดจำนวน”
ซึ่งจะเป็นจำนวนของสิ่งใดก็ตาม
ที่ได้จำกัดจำนวนไว้แล้วจะเพิ่มหรือจะลดจำนวนที่จำกัดของสิ่งของนั้นไม่ได้
ในจำนวนที่จำกัดไว้ดังนี้ จึงสมมุตินามเรียกว่า พิกัด
ถ้าจะนำไปใช้จำกัดสิ่งใด ก็เติมนามของสิ่งนั้นเข้าข้างท้ายคำว่าพิกัด เช่น
พิกัดยา พิกัดอายุ พิกัดเดือน และพิกัดสมุฏฐาน เป็นต้น
สำหรับในพิกัดยาต่างๆ นั้น ตัวยาแต่ละสิ่งในพิกัดเดียวกัน
ยังได้จำกัดส่วนหรือน้ำหนักของตัวยาไว้เท่า ๆ กัน เว้นแต่ในหมวดมหาพิกัด
ซึ่งจำกัดส่วนของตัวยาไว้ไม่เท่ากัน
แต่ก็อยู่ในขอบเขตของจำนวนที่ได้จำกัดไว้
และในการที่จะใช้น้ำหนักของยาที่คิดเป็นส่วนนี้
ถ้าจะทำเป็นยาต้มใช้น้ำหนักส่วนละ 1 บาท ถ้าจะทำเป็นผงใช้น้ำหนักส่วนละ 1
สลึง ถ้าจะทำเป็นยาดองใช้น้ำหนัก ส่วนละ 1 เฟื้อง
และถ้าจะทำเป็นยาแทรกก็ให้แทรกกึ่งส่วน
การจัดตั้งพิกัดยาขึ้นมานั้น ก็เพื่อสะดวกในการจดจำและเขียนตำรา
ตลอดถึงความสะดวกในการปรุงยาและการที่จัดตั้งเป็นพิกัดแต่ละอย่างนั้น
ก็มิได้ตั้งขึ้นตามความพอใจ แต่ผู้ที่จัดตั้งยาแต่แรกนั้น
จะต้องมีหลักในการพิจารณา โดยอาศัยหลักดังนี้
- รสยาจะต้องไม่ขัดกัน
- สรรพคุณจะต้องเสมอหรือคล้ายคลึงกัน
ด้วยสาเหตุสองประการดังกล่าวมานี้
จึงจะรวมตัวยาเข้าเป็นพิกัดเดียวกันได้ พิกัดยาต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นมานั้น
มีเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะให้สะดวก
จึงได้ตั้งนามขึ้นมาใช้เรียกพิกัดยาแต่ละอย่าง เป็นชื่อตรงบ้าง
เรียกชื่อเป็นศัพท์บาลีบ้าง ในคำศัพท์บาลีนั้น ถ้าแปลออกเป็นภาษาไทยแล้ว
ก็จะได้ใจความไปตามจำนวนและสรรพคุณของพิกัดยานั้น
พิกัดยา ได้กำหนดแบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ
- จุลพิกัด หมายถึง การจำกัดจำนวนตัวยาน้อยชนิด
โดยมากเป็นตัวยาที่มีชื่อเรียกอย่างเดียวกัน
แต่จะมีข้อแตกต่างจากถิ่นที่เกิด ต่างกันที่สี ต่างกันที่ชนิด
ต่างกันที่ขนาด ต่างกันที่รส เป็นต้น - พิกัด หมายถึง
การจำกัดจำนวนตัวยาตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป
รวมเรียกเป็นชื่อเดียวกันจะเป็นคำตรงหรือคำศัพท์ โดยที่ตัวยาที่นำมารวมกัน
ต้องใช้น้ำหนักเสมอภาค คือ ขนาดน้ำหนักเท่ากัน - มหาพิกัด หมายถึง การจำกัดจำนวนตัวยาหลายสิ่ง
รวมเรียกเป็นชื่อเดียวกัน
แต่ตัวยาแต่ละอย่างในมหาพิกัดมีน้ำหนักไม่เท่ากันเพราะเหตุว่ามหาพิกัดนี้
ท่านสงเคราะห์เอาไปแก้ตามสมุฏฐานต่างๆ คือ ใช้แก้ในกองฤดู กองธาตุกำเริบ
หย่อน และพิการ โรคแทรกโรคตาม
คณาเภสัช
- หัวข้อที่ 1 ความหมายคณาเภสัช
- หัวข้อที่ 2 จุลพิกัด
- หัวข้อที่ 3 พิกัด
- หัวข้อที่ 4 มหาพิกัด
จุลพิกัด คือ จำกัดตัวยาน้อยอย่าง
หรือพิกัดที่เรียกชื่อตรงตามตัวยา มักจะเป็นตัวยาอย่างเดียวกัน
หรือส่วนมากมีตัวยาเพียง 2 อย่างเท่านั้น แต่เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน
ต่างกันที่ขนาด ต่างกันที่สี ต่างกันที่รส ต่างกันที่ชนิด (เพศผู้ –
เพศเมีย) ต่างกันจากถิ่นที่เกิด ตัวอย่างเช่น
หรือพิกัดที่เรียกชื่อตรงตามตัวยา มักจะเป็นตัวยาอย่างเดียวกัน
หรือส่วนมากมีตัวยาเพียง 2 อย่างเท่านั้น แต่เป็นตัวยาชนิดเดียวกัน
ต่างกันที่ขนาด ต่างกันที่สี ต่างกันที่รส ต่างกันที่ชนิด (เพศผู้ –
เพศเมีย) ต่างกันจากถิ่นที่เกิด ตัวอย่างเช่น
1. พวกที่ต่างกันที่ขนาด มีดังนี้
- กระพังโหมทั้ง 2 คือ กระพังโหมน้อย กระพังโหมใหญ่
- ข่าทั้ง 2 คือ ข่าเล็ก ข่าใหญ่
- ตับเต่าทั้ง 2 คือ ตับเต่าน้อย ตับเต่าใหญ่
- เปล้าทั้ง 2 คือ เปล้าน้อย เปล้าใหญ่
- เร่วทั้ง 2 คือ เร่วน้อย เร่วใหญ่
- ส้มกุ้งทั้ง 2 คือ ส้มกุ้งน้อย ส้มต้มกุ้งใหญ่
2. พวกที่ต่างกันที่สี มีดังนี้
- การบูรทั้ง 2 คือ การบูรดำ การบูรขาว
- กะเพราทั้ง 2 คือ กะเพราแดง กะเพราขาว
- กระดูกไก่ทั้ง 2 คือ กระดูกไก่ดำ กระดูกไก่ขาว
- กระวานทั้ง 2 คือ กระวานดำ กระวานขาว
- หัวกระดาดทั้ง 2 คือ หัวกระดาดแดง หัวกระดาดขาว
- ต้นก้างปลาทั้ง 2 คือ ต้นก้างปลาแดง ต้นก้างปลาขาว
- กำมะถันทั้ง 2 คือ กำมะถันแดง กำมะถันเหลือง
- ขี้กาทั้ง 2 คือ ขี้กาแดง ขี้กาขาว
- ขอบชะนางทั้ง 2 คือ ขอบชะนางแดง ขอบชะนางขาว
- แคทั้ง 2 คือ แคแดง แคขาว
- จันทน์ทั้ง 2 คือ จันทน์แดง จันทน์ขาว
- เจตมูลเพลิงทั้ง 2 คือ เจตมูลเพลิงแดง เจตมูลเพลิงขาว
- เทียนทั้ง 2 คือ เทียนแดง เทียนขาว
- บัวหลวงทั้ง 2 คือ บัวหลวงแดง บัวหลวงขาว
- ผักเป็ดทั้ง 2 คือ ผักเป็ดแดง ผักเป็นขาว
- ผักแพวทั้ง 2 คือ ผักแพวแดง ผักแพวขาว
- ฝ้ายทั้ง 2 คือ ฝ้ายแดง ฝ้ายขาว
- พริกไทยทั้ง 2 คือ พริกไทยดำ พริกไทยาว (ล่อน)
- เถามวกทั้ง 2 คือ เถามวกแดง เถามวกขาว
- ละหุ่งทั้ง 2 คือ ละหุ่งแดง ละหุ่งขาว
- สัตตบงกชทั้ง 2 คือ สัตตบงกชแดง สัตตบงกชขาว
- หางไหลทั้ง 2 คือ หางไหลแดง หางไหลขาว
3. พวกที่ต่างกันที่รส มีดังนี้
- มะขามทั้ง 2 คือ มะขามเปรี้ยว มะขามหวาน
- มะขามเทศ 2 คือ มะขามเทศฝาด มะขามเทศมัน
- มะปรางทั้ง 2 คือ มะปรางเปรี้ยว มะปรางหวาน
- มะเฟืองทั้ง 2 คือ มะเฟืองเปรี้ยว มะเฟืองหวาน
4. พวกที่ต่างชนิดกัน (เพศผู้ – เพศเมีย) มีดังนี้
- กระพังโหมทั้ง 2 คือ กระพังโหมตัวผู้ กระพังโหมตัวเมีย
- เกลือทั้ง 2 คือ เกลือตัวผู้ เกลือตัวเมีย
- ตำแยทั้ง 2 คือ ตำแยตัวผู้ ตำแยตัวเมีย
- เบี้ยทั้ง 2 คือ เบี้ยตัวผู้ เบี้ยตัวเมีย
- ผักปอดทั้ง 2 คือ ผักปอดตัวผู้ ผักปอดตัวเมีย
- มะยมทั้ง 2 คือ มะยมตัวผู้ มะยมตัวเมีย
- หมากทั้ง 2 คือ หมากผู้ หมากเมีย
- ศิลายอนทั้ง 2 คือ ศิลายอนตัวผู้ ศิลายินตัวเมีย
5. พวกที่ต่างกันที่ถิ่นที่เกิด มีดังนี้
- กระท้อนทั้ง 2 คือ กระท้อนบ้าน กระท้อนป่า
- กะทือทั้ง 2 คือ กะทือบ้าน กะทือป่า
- หัวข้าวเย็นทั้ง 2 คือ หัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้
- ขี้เหล็กทั้ง 2 คือ ขี้เหล็กบ้าน ขี้เหล็กป่า
- เขาวัวทั้ง 2 คือ เขาวัวบ้าน เขาวัวป่า
- ชะมดทั้ง 2 คือ ชะมดเช็ด ชะมดเชียง
- ชะเอมทั้ง 2 คือ ชะเอมเทศ ชะเอมไทย
- ชำมะเรียงทั้ง 2 คือ ชำมะเรียงบ้าน ชำมะเรียงป่า
- ชุมเห็ดทั้ง 2 คือ ชุมเห็ดเทศ ชุมเห็ดไทย
- หญ้าเกล็ดหอยทั้ง 2 คือ หญ้าเกล็ดหอยเล็ก หญ้าเกล็ดหอยใหญ่
- ดีเกลือทั้ง 2 คือ ดีเกลือไทย ดีเกลือฝรั่ง
- ปรงทั้ง 2 คือ ปรงบ้าน ปรงป่า
- ประยงค์ทั้ง 2 คือ ประยงค์บ้าน ประยงค์ป่า
- ผักหวานทั้ง 2 คือ ผักหวานบ้าน ผักหวานป่า
- มะระทั้ง 2 คือ มะระขี้นก มะระจีน
- ยอทั้ง 2 คือ ยอบ้าน ยอป่า
- สลอดทั้ง 2 คือ สลอดบก สลอดน้ำ
- แสมทั้ง 2 คือ แสมสาร แสมทะเล
- สะเดาทั้ง 2 คือ สะเดาบ้าน สะเดาป่า
- สีเสียดทั้ง 2 คือ สีเสียดแขก สีเสียดไทย
- หัศคุณทั้ง 2 คือ ทัศคุณเทศ หัศคุณไทย
- อบเชยทั้ง 2 คือ อบเชยเทศ อบเชยไทย
