๑. การมีความรู้ความเข้าใจในสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง เพื่อประโยชน์ในการปรับตัวและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง ว่าสิ่งใดควรปรับ ควรปรับที่ใดอย่างไรเป็นต้น ๒. การปรับตัวเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการดำรงอยู่ โดย:- ก. พัฒนาองค์ประกอบภายในทางด้านร่างกาย ให้มีความสามารถและความพร้อมในการดำรง ด้วยดี เช่น ให้เจริญเติบโต แข็งแรงมีสุขภาพดี เป็นต้น ข. พัฒนาองค์ประกอบภายในทางด้านจิตใจ ให้แข็งกล้าสามารถยิ่งขึ้น เช่น มีสติปัญญามากขึ้น มีคุณธรรมอื่น ๆ เช่น เมตตา กรุณา สูงขึ้นเป็นต้น. ๓. การรู้จักเกี่ยวข้องสัมพันธ์ตลอดจนปรับสิ่งแวดล้อมให้เป็นประโยชน์แก่ตน โดย:-… Read more
ท่านพระกังขาเรวตะ เกิดในตระกูลอันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เป็นอันมากในพระนครสาวัตถี เดิมชื่อว่า เรวตะ เป็นคนมีศรัทธา วันหนึ่งในเวลาหลังภัตตาหาร มหาชนชวนกันไปสู่พระเชตวันมหาวิหารเพื่อจะฟังพระธรรมเทศนา เรวตุนั้นก็ได้ไปกับมหาชน ครั้นถึงแล้วได้นั่งอยู่ท้ายสุดของบริษัท พระบรมศาสดาตรัสเทศนาอนุปุพพิกถา พรรณนาถึงทานการให้เป็นต้น ในเวลาจบเทศนา เรวตะบังเกิดความเลื่อมใส มีความปรารถนาจะบวชในพระธรรมวินัย ครั้นได้อุปสมบทเป็นภิกษุสมความประสงค์แล้ว ก็อุตส่าห์เรียนพระกรรมฐานในสำนักของพระบรมศาสดาเป็นผู้ไม่ประมาท บำเพ็ญเพียรในกรรมฐานจนได้สำเร็จโลกิยฌาน กระทำฌานที่ตนได้แล้วนั้นให้เป็นบาท เจริญวิปัสสนากรรมฐานสืบไปกระทั่งได้สำเร็จพระอรหัตตผลในที่สุด ท่านพระเรวตะนั้น มักบังเกิดความสงสัยในกัปปิยวัตถุ คือ สิ่งของที่ถูกต้องตามพระพุทธบัญญัติ เป็นของควรแก่บรรพชิตพึงบริโภคใช้สอยอยู่เนือง ๆ เมื่อท่านได้กัปปิวัตถุอันใดมาแล้ว ก็ให้คิดสงสัยอยู่ต่อเมื่อพิจารณาเห็นว่าเป็นของควรแก่บรรพชิตโดยถ่องแท้ แล้วจึงบริโภคใช้สอยกัปปิยวัตถุนั้น ด้วยเหตุนี้คำว่า… Read more
พระราชาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระเจ้ากาสิกราช ครองเมืองชื่อว่า พาราณสี มีพระมเหสี พระนามว่า จันทรเทวี พระราชาไม่มีพระราชโอรสที่จะครองเมืองต่อจากพระองค์ จึงโปรดให้ พระนางจันทรเทวีทำพิธีขอพระโอรสจากเทพเจ้า พระนางจันทรเทวีจึงทรงอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าได้รักษาศีล บริสุทธิ์ตลอดมา ขอให้บุญกุศลนี้บันดาลให้ข้าพเจ้ามีโอรสเถิด” ด้วยอานุภาพแห่งศีลบริสุทธิ์ พระนางจันทรเทวีทรงครรภ์ และประสูติพระโอรสสมดังความปราถนา พระโอรส มีรูปโฉม งดงามยิ่งนัก ทั้งพระราชาพระมเหสี และประชาชนทั้งหลาย มีความยินดีเป็นที่สุด พระราชาจึงตั้งพระนามโอรสว่า เตมีย์ แปลว่า เป็นที่ยินดีของคนทั้งหลาย บรรดาพราหมณ์ผู้รู้วิชาทำนายลักษณะบุคคล ได้กราบทูล… Read more
ชาดก คือ ? ขอยกคำอธิบายด้วยข้อมูลในพระไตรปิฏก ดังนี้ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ สุตตันตปิฎกที่ ๑๙ ขุททกนิกายชาดก ภาค ๑ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ เป็นภาคแรกของชาดก ได้กล่าวถึงคำสอนทางพระพุทธศาสนา อันมีลักษณะเป็นนิทานสุภาษิต แต่ในตัวพระไตรปิฎกไม่มีเล่าเรื่องไว้ มีแต่คำสุภาษิต รวมทั้งคำโต้ตอบในนิทานเรื่องละเอียดมีเล่าไว้ในอรรถกถา คือหนังสือที่แต่งขึ้นอธิบายพระไตรปิฎกอีกต่อหนึ่ง คำว่า ชาตก หรือ ชาดก แปลว่า ผู้เกิด คือเล่าถึงการที่พระพุทธเจ้าทรงเวียนว่ายตายเกิด ถือเอากำเนิดในชาติต่างๆ ได้พบปะผจญกับเหตุการณ์ดีบ้างชั่วบ้าง… Read more
พระวินัยปิฏก หมายถึง คำสอนของพระพุทธเจ้าในส่วนที่เป็น กฎ ระเบียบ ข้อห้าม และข้อบังคับ ที่ทรงบัญญัติไว้เป็นระเบียบประจำสำหรับภิกษุสงฆ์ ดุจกฏหมายอันเป็นระเบียบของบ้านเมือง ทรงบัญญัติไว้ต่อเมื่อมีเหตุการณ์อันประพฤติไม่สมควร ก็ทรงบัญญัติเพื่อความสำรวมระวังต่อไป และปรับโทษแก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด เรื่องนี้มีปรากฏในคัมภีร์พระวินัยเองว่า พระสารีบุตรได้ทูลขอให้ทรงบัญญัติสิกขาบท แต่พระพุทธองค์ตรัสว่า ยังไม่ถึงเวลาอันสมควรตราบใดที่ยังไม่มีเหตุจำเป็นต้องบัญญัติเกิดขึ้น ตราบนั้นจะยังบัญญัติไม่ได้ก่อน ปรากฏว่าในปฐมโพธิกาลนั้น ยังไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัย ต่อพ้นปฐมโพธิกาลแล้วเข้าเขตมัชฌิมโพธิกาลนับแต่ตรัสรู้พ้นอายุกาลประมาณ 20 พรรษาล้วงแล้ว. Read more
๑. มหาวิภังค์ ภาค ๑ ว่าด้วยปาราชิก สังฆาทิเสส อนิยต (สิกขาบทในพระปาติโมกข์ฝ่าภิกษุสงฆ์ ) ๒. มหาวิภังค์ ภาค ๒ ว่าด้วยสิกขาบทเกี่ยวกับอาบัติเบาของภิกษุ (ครบทปฏิบัติในเสขิยวัตร ๗๕ ซึ่งว่าโดยเครื่องนุ่งห่ม การฉันภัตตาหาร เป็นต้น ฯ ๔. ๔.ความหมายต่างๆ ในคัมภีร์พระวินัย มหาวิภังค์ ภาค ๑ว่าด้วยปาราชิก สังฆาทิเสส อนิยต (สิกขาบทในพระปาติโมกข์ฝ่าภิกษุสงฆ์ )มหาวิภังค์… Read more
อาทิพรหมจริยกาสิกขา คือ หลักการศึกษาในฝ่ายบทบัญญัติ หรือข้อปฏิบัติซึ่งเป็นส่วนเบื้องต้นของพรหมจรรย์ของสงฆ์ สำหรับป้องกันความประพฤติเสียหายอันเป็นอาบัติหนัก ได้แก่ อาบัติปาราชิกเป็นต้น คือสิกขาบททั้ง ๒๒๗ ข้อที่มาในพระปาติโมกข์ ข้อปฏิบัติดังกล่าวนี้เป็นข้อปฏิบัติที่ภิกษุณีต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจเป็นเหตุเคลื่อนจากสมณเพศ คือ ขาดจากความเป็นภิกษุได้ อภิสมาจาริกาสิกขา คือ หลักการศึกษาในฝ่ายขนบธรรมเนียมที่จะชักนำความประพฤติ ความเป็นอยู่ของภิกษุสงฆ์ ให้ดีงามมีคุณค่ายิ่งขึ้นไป เช่น ข้อปฏิบัติในเสขิยวัตร ๗๕ ซึ่งว่าโดยเครื่องนุ่งห่ม การฉันภัตตาหาร เป็นต้น ฯ Read more
พระพุทธดำรัสเกี่ยวกับ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ณ ประเทศ อินเดีย – เนปาล (India – Nepal) ณ พระแท่นบรรทม หรือเตียงปรินิพพานนั้นเอง พระพุทธองค์ได้ทรงปรารถเรื่องรา่วต่างๆ หลายเรื่องกับพระอานนท์พุทธอุปัฎฐากรวมทั้งเรื่อง สังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล จากในมหาปรินิพพานสูตร พอสรุปได้ดังนี้ ครั้งนั้นพระอานนท์เถรเจ้าได้กราบทูลพระองค์ว่า ในกาลก่อนภิกษุทั้งหลายที่ได้แยกย้ายกันไปจำพรรษาอยู่ตามชนบทในทิศต่างๆ เมื่อสิ้นไตรมาศครบ ๓ เดือนตามวินัยนิยมหรืออกพรรษาแล้ว ข้าพระองค์ทั้งหลายก็ย่อมจะเดินทางมาเฝ้าพระองค์เป็นอาจิณวัตร ก็เพื่อจะได้เห็นจะได้เข้าใกล้ จะได้อุปัฎฐากพระองค์… Read more
ทรงเปิดประชุมจาตุรงคสันนิบาต ในตอนบ่ายแห่งวันเพ็ญเดือนมาฆะวันนั้นขณะที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากถ้ำสูกรขตา ข้างเขาคิชฌกูฏมาถึงพระเวฬุวันวิหารพระสงฆ์อรหันต์สาวกจำนวน ๑,๒๕๐ องค์ ก็ได้มาชุมนุม พร้อมกันเฉพาะพระพักตร์ต่างองค์ต่างมุ่งมาเฝ้าพระพุทธองค์ในเวลาเดียวกัน ซึ่งการประชุมสงฆ์ครั้งนี้ประกอบด้วยองค์ ๔ จึงเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต คือ (๑.) วันนั้นเป็นวันมาฆปุณณมี วันอุโบสถขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน มาฆะ (๒.) พระอริยสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ องค์ มาประชุมกันโดยมิได้มีการนัดหมาย (๓.) พระอริยสงฆ์ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖ (๔.) พระอริยสงฆ์ทั้งนั้น ล้วนเป็นเอหิภิกขุคือ ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธองค์เอง… Read more
ทรงแสวงหาโมกขธรรม และทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ต่อมาพระสิทธัตถะได้เสด็จออกจากอนุปิยอัมพวัน แคว้นมัลละ แล้วไปยังที่ต่างๆ จนถึงเขตกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อแสวงหาโมกขธรรม (ความพ้นทุกข์) ครั้งเสด็จเข้าไปอบรมศึกษาใน สำนักอาฬารดาบส กาลามโคตร และสำนักอุทกดาบสรามบุตร ทรงเห็นว่าลัทธิของ ๒ สำนักนั้นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ใด จึงทรงอำลาจากสำนักดาบสทั้งสองนั้น เสด็จจารึกแสวงหาโมกขธรรมต่อไปจนถึง ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม อันมีแม่น้ำเนรัญชราไหลผ่าน ได้ประทับอยู่ในป่า ณ ตำบลนี้ ทรงเริ่มบำเพ็ญทุกรกิริยา โดยประการต่างๆ อย่างเคร่งครัด แต่ก็ไม่ทรงพบทางพ้นทุกข์ได้ ในเวลานั้น พวกปัญจวัคคีย์ คือ… Read more
ทรงโปรดชาวเมืองพาราณสีต่อมา เมื่อประทับจำพรรษาอยู่ที่ป่าอิสิปนะมฤคทายวัน อันเป็นพรรษาแรกนั้นเอง พระพุทธองค์ก็ได้ทรงแสดงอนุปทาพิกถาโปรดกุลบุตรชื่อ “ยสะ” ซึ่งเป็นบุตรเศรษฐีชาวเมืองพาราณสีให้ได้บรรลุ พระอรหันตตผล สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ได้อุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา นับเป็นพระอรหันต์องค์ที่ ๗ ในโลก ทั้งได้ทรงแสดงโปรดเศรษฐีบิดาพระยสะให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก และ นับเป็นอุบาสกคนแรกในพระพุทธศาสนาที่ถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ทั้งได้โปรดมารดาและภรรยาของท่านยสะให้เลื่อมใส ได้ประกาศตนเป็นอุบาสิกา ซึ่งเป็นอุบาสิกาคู่แรกในพระพุทธศาสนาที่ถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ต่อแต่นั้นมา ๒-๓ วัน พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมโปรดบุตรเศรษฐีเมืองพาราณสี ผู้เป็นสหายของท่านยสะทั้ง ๔ คน ชื่อ วิมละ สุพาหุ ปณณชิ… Read more
พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา เป็น ศาสนาแห่งความรู้ เพราะเกิดจากพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระบรมศาสดาองค์สำคัญยิ่งพระองค์หนึ่งของโลก พระพุทธเจ้านั้นเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางมหามายา มีประวัติความเป็นมาปรากฎตาม หลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างชัดแจ้ง พระประวัติของพระพุทธองค์นั้นพึงทราบโดยสังเขปดังต่อไปนี้ ชาติภูมิ ทางภาคเหนือสุดของชมพูทวีป (อินเดียโบราณ) มีรัฐที่อุดมสมบูรณ์รัฐหนึ่งชื่อ”สักกะ”หรือ”สักกชนบท”ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำโรหิณี ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในประเทศเนปาล กรุงกบิลพัสดุ์เป็นเมืองหลวงของรัฐนี้ กษัตริย์ศากยวงศ์ทรงปกครองรัฐนี้สืบต่อกันมาโดยลำดับ จนถึงรัชสมัยของพระเจ้าสีหนุ ซึ่งมีพระนางกัญจนาเป็นพระอัครมเหสี ต่อมา พระเจ้าสีหนุได้ทรงจัดให้พระราชโอรสองค์ใหญ่พระนามว่า สุทโธทนะ ได้อภิเษกสมรสกับพระนางมหามายา พระราชธิดาของพระเจ้าอัญชนะ และพระนางยโสธราอัครมเหสีแห่งกรุงเทวะทหะ โดยทรงประกอบพระราชพิธีขึ้น ณ อโศกอุทยาน กรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อพระเจ้าสีหนุสวรรคตแล้ว… Read more
ความหมายของคำว่า ศาสนา คำว่า “ศาสนา” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “สาสนํ” ถ้าเป็นภาษาบาลีว่า “สาสนํ” มีความหมายตามรูปศัพท์ว่า “คำสั่งสอน” ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Religion” ซึ่งมีศัพท์เดิมมาจากภาษาละตินว่า Religis คำนี้นักปราชญ์ทางภาษาศาสตร์ได้สันนิษฐานว่ามาจากคำ ๒ คำ คือ Relegere ซึ่งแปลว่า การปฏิบัติต่อ หรือการเกี่ยวข้องด้วยความระมัดระวัง และ Religare ซึ่งแปลว่า ผูกพัน เพราะฉะนั้นคำว่า Religion จึงมีความหมายตามรูปศัพท์ว่า การปฏิบัติต่อ… Read more
“พระฉัพพรรณรังสีที่แผ่จากพระกายพระพุทธเจ้า” ฉัพพรรณรังสี คือแสงสว่างที่พวยพุ่งออกจากจุดกลางเป็นรัศมี ๖ ประการ ซึ่งเปล่งออกจากพระสรีรกายของพระพุทธเจ้า คือ ๑. นีละ เขียวเหมือนดอกอัญชัน ๒. ปีตะ เหลืองเหมือนหรดาลทอง ๓. โลหิตตะ ขาวเหมือนแผ่นเงิน ๕. มัญเชฏฐะ สีหงสบาทเหมือนดอกเซ่งหรือหงอนไก่ ๖. ปภัสสระ เลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก สีทั้ง ๖ นี้ไม่ได้พุ่งออกเป็นสี ๆ ดังที่แยกไว้นี้ แต่แผ่ออกมาพร้อมกันในหนังสือปฐมสมโพธิกถา ฉบับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส… Read more
“อนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ” นอกเหนือจากมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการแล้ว ยังมีลักษณะข้อปลีกย่อยของพระมหาบุรุษ นิยมเรียกกันว่า “อสีตยานุพยัญชนะ” หรือ อนุพยัญชนะ” อีก ๘๐ ประการด้วยกัน คือ ๑. มีนิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทอันเหลืองงาม ๒. นิ้วพระหัตถ์และนิ้วพระบาทเรียวออกไปโดยลำดับแต่ต้นจนปลาย ๓. นิ้วพระหัตถ์แลนิ้วพระบาทกลมดุจนายช่างกลึงเป็นอันดี ๔. พระนขาทั้ง ๒๐ มีสีอันแดง (พระนขา = เล็บ) ๕. พระนขาทั้ง… Read more
“มหาบุรุษ ลักษณะ ๓๒ ประการ” ผู้ที่มีมหาบุรุษลักษณะ เป็นคำที่ใช้เรียกพระพุทธเจ้าเมื่อก่อนตรัสรู้ ลักษณะของมหาบุรุษมี ๓๒ ประการ คือ มีพระบาทราบเสมอกัน (พระบาท = เท้า) ลายพื้นพระบาทเป็นจักร (จักร = รูปลอยล้อรถ คือธรรมนำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ดุลล้อนำไป สู่ที่หมาย) มีส้นพระบาทยาย (ถ้าแบ่ง ๔ ส่วน พระชงฆ์ตั้งอยู่ในส่วนที่ ๓) (พระชงฆ์ = แข้ง)… Read more
(๓๐๒) กถาวัตถุ ๑๐ (เรื่องที่ควรพูด, เรื่องที่ควรนำมาสนทนากันในหมู่ภิกษุ — Subjects for talk among the monks) ๑. อัปปิจฉกถา (เรื่องความมักน้อย, ถ้อยคำที่ชักนำให้มีความปรารถนาน้อย ไม่มักมากอยากเด่น — talk about or favorable to contentment) ๒. สันตุฏฐิกถา (เรื่องความสันโดษ, ถ้อยคำที่ชักนำให้มีความสันโดษ ไม่ชอบฟุ้งเฟ้อหรือปรนปรือ —… Read more
สอบในสนามหลวง วันพฤหัสบดี ที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ๑. พุทธบัญญัติและอภิสมาจาร คืออะไร ? ทั้ง ๒ รวมเรียกว่าอะไร ? ๑. พุทธ บัญญญัติ คือข้อห้ามที่พระพุทธเจ้าทรงตั้งขึ้น เพื่อป้องกันความประพฤติเสียหาย และวางโทษแก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิดด้วยปรับอาบัติหนักบ้าง เบาบ้าง ส่วนอภิสมาจาร คือขนบธรรมเนียมที่ทรงแต่งตั้งขึ้น เพื่อชักนำความประพฤติของภิกษุสงฆ์ให้ดีงาม ฯ ทั้ง ๒ นี้รวมเรียกว่า พระวินัย ฯ ๒. อาบัติ คืออะไร… Read more
โครงสร้างชั้นบาลี หมายถึง พระพุทธพจน์ หรือข้อความที่มีมาในพระไตรปิฎก จัดออกแบ่งเป็น ๕ คัมภีร์ เรียกชื่อย่อว่า อา ปา ม จุ ป โดยสังเขปนัยแห่งอักษร หมายเฉพาะพระวินัย ตั้งแต่ปาราชิกถึงสังฆาทิเสส ปา = ปาจิตตีย์ เป็นชื่ออาบัติในปาติโมกข์ เฉพาะตั้งแต่ถัดสังฆาทิเสสลงมา ทั้ง ๒ หัวข้อนี้ เป็นการย่ออย่างจับความมากกว่าย่อตามชื่อหมวดหมู่ จึงไม่ตรงกับชื่อที่ใช้เป็นทางการในวินัยปิฎก พระวินัยปิฎก มี ๕ อักษรคือ… Read more
(พรรษาอ่อน ว่า) สัพพา ตา อาปัตติโย อาโรเจมิ (ว่า ๓ หน) สัพพา คะรุละหุกา อาปัตติโย อาโรเจมิ (ว่า ๓ หน) อะหัง ภันเต สัมพะหุลา นานาวัตถุกาโย อาปัตติโย อาปัชชิง ตา ตุมหะ มูเล ปะฎิเทเสมิ (พรรษาแก่ รับว่า) ปัสสะสิ อาวุโส… Read more
วินัย สงฆ์ คือ พระวินัย อันเป็นกฎหมายของพระภิกษุ เป็นเครื่องควบคุมการปฏิบัติตนของภิกษุ ให้เป็นนักบวชที่น่าเคารพ ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความศรัทธาเลื่อมใส พระวินัยที่พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติขึ้นตามเหตุที่บังเกิดขึ้น เช่น เมื่อมีภิกษุทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมหรือทำให้เกิดความเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่ง พระพุทธองค์ก็จะประชุมสงฆ์ ตรัสถามเรื่องราวจาก ภิกษุผู้กระทำผิดให้ได้ความกระจ่าง แล้วทรงชี้ให้เห็นโทษพร้อมกับทรงชี้ทางที่ควรประพฤติให้สงฆ์ได้ทราบ แล้วจึงมีพุทธบัญญัติขึ้นเป็นพระวินัย ห้ามมิให้ภิกษุทำอีกต่อไป การทำผิดพระวินัยเรียกว่า อาบัติ พระภิกษุที่อาบัติต้องรับโทษหนักเบาตามความรุนแรงของอาบัติที่กระทำ หลวงพ่อได้เมตตาเตือนไว้ว่า : : “พระวินัยนี้ ท่านผู้ใดจะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ สำหรับภิกษุสามเณร ก่อนบวชต้องศึกษา พระวินัยก่อน ทุกคนจะต้องอ่านวินัยให้ครบถ้วนและปฏิบัติได้ทุกสิกขาบท”… Read more
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๒ – หน้าที่ 459 [๒๓๕] …. บทว่า เป็นปาราชิก ความว่า ต้นตาลมียอดด้วนแล้ว ไม่อาจจะ งอกอีก ชื่อแม้ฉันใด ภิกษุ ก็ฉันนั้นแหละ มีความอยากอันลามก อันความ อยากรอบงำแล้ว พูดอวดอุตริมนุสธรรม อันไม่มีอยู่ อันไม่เป็นจริง ย่อมไม่… Read more
๑. ๑.๑ อาทิพรหมจริยากาสิกขา คืออะไร ? ๒๕๓๘ ๑.๒ อภิสมาจาริกาสิกขา คืออะไร ? ๒๕๓๘ ๒. ๒.๑ ภิกษุฆ่าสัตว์ให้ตายเป็นอาบัติอะไร ? ๒๕๔๔ ๒.๒ ภิกษุพยายามจะฆ่าตนเองเป็นอาบัติอะไร ? ๒๕๔๔ ๓. ๓.๑ อุตตริมนุสสธรรมคืออะไร … Read more
อาบัติ คืออะไร อาบัติ คือกิริยาที่ล่วงละเมิดสิกขาบท และต้องได้รับโทษต่อตน กล่าวโดยชื่ออาบัติมี ๗ อย่าง คือ ๑ ปาราชิก ๒ สังฆาทิเสส ๓ ถุลลัจจัย ๔ ปาจิตตีย์ ๕ ปาฏิเทสนียะ ๖ ทุกกฏ ๗ ทุพภาสิต กล่าวโดยโทษมี ๓ สถานคือ ๑.อาบัติอย่างหนัก ทำให้ภิกษุผู้ต้องอาบัตินั้นขาดจากความเป็นภิกษุ อันหมายถึงอาบัติปาราชิก ๒.อาบัติอย่างกลาง ทำให้ภิกษุผู้ต้องอาบัตินั้นต้องอยู่กรรม… Read more